นักข่าว :
 
ขอเรียนถามหลวงปู่ครับว่า
ประเด็นนี้เนี่ยสังคมก็ตั้งคำถามว่า การกลับมาของทักษิณวันนี้เนี่ยมันดูเหมือนมีอภิสิทธิ์ชน แม้ว่ากระทั้งเรื่องของการเข้าสู่การรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ จริงๆ แล้วอาการล่าสุดที่ทักษิณเป็นเนี่ย หลวงปู่คิดว่าทักษิณมีอาการเหล่านั้นจริงหรือเปล่าครับ
หลวงปู่ :
 
มันก็ 50/50 นะ เพราะว่าดูจากภาพคลิปที่นายทักษิณออกกำลังกาย ทั้งต่อยมวย ต่อยเป้า เดินขึ้นลงบันไดหลายสิบชั้น และอื่นๆ พร้อมทั้งดูจากตอนที่เขาเดินทางมาถึงเมืองไทย แล้วก็ดูจากการมีชีวิตอยู่ประจำวันของเขา มันไม่ได้แสดงออกถึงพฤติกรรมของคนเจ็บป่วยเลยนะ
ถึงแม้จะมีอายุมาก 74 ปี ก็ตามที แต่คนมีตังเขามักจะรักษาสุขภาพดีอยู่แล้ว ทำอะไรมันก็ต้องอย่างดี เขารักตัวเองมาก ฉันเชื่อว่าเขาคงไม่ปล่อยให้ชีวิตเขาต้องจมปลักอยู่กับโรคร้ายหรือโรคภัยไข้เจ็บมายาวนาน โดยไม่ดูแลรักษาหลอก
แต่ว่าเราก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า การเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ไม่เคยชินเนี่ย โดยเฉพาะมีแรงกดดันสูงรอบๆ ตัว มันก็อาจทำให้เกิดโรคได้ มันก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกวิตกกังวล ว้าวุ่น ร้อนรุ่ม กินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็ตัวเองเคยกินหรู อยู่สบาย กินอิ่มนอนหลับมาตลอด พอมาเจอความยากลำบาก ซึ่งตัวเองไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ แล้วก็ไม่เคยมี มันอาจจะเกิดความเครียดและแรงกดดัน ทำให้สุภาพและอนามัยที่โรคอาจจะเป็นแค่เล็กน้อยนิดหน่อยนี้
เรามองอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมนะว่า อาจจะเป็นแค่เล็กน้อยนิดหน่อยแต่ก็อาจกลับมาเป็นรุนแรงขึ้นก็ได้
เหมือนกรณีที่ฉันไปอยู่ในคุกวันแรก ฉันเดินเข้าไป อยู่ไปๆ ฉันเดินไม่ไหว เพราะว่าก่อนที่เราจะเข้าคุก เราเป็นโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมอยู่ แต่พอเข้าไปแล้วเรานอนในสภาพพื้นปูน แล้วก็มีผ้าห่มปูชั้นเดียว มันแข็ง หมอนก็ไม่มีก็ต้องใช้ผ้าห่มผืนเดียวหนุน มันก็ทำให้กระดูกสันหลังมันกดทับเส้นประสาท แค่คืนเดียวก็แสดงผลขึ้นมาทันที คือกดทับเส้นประสาท แล้วมันก็ชาไปทั้งหมดเดินไม่ได้
อันนั้นเป็นเรื่องของกายภาพ แต่จิตใจฉันสบาย ฉันอยู่ได้อย่างกินอิ่ม นอนหลับ
แต่คุณทักษิณไม่ใช่ คุณทักษิณเป็นโรคทั้งทางกายภาพและเป็นทั้งอารมณ์จิต โรคมันก็เลยรุมเร้า เป็นไปได้ว่าโรคเก่ามันอาจจะกลับมากำเริบอีก
แต่มันก็ช่างตรงกับดิวลับที่ฉันเคยได้ยินมาเหลือเกินว่า เขากลับมาแล้วจะต้องเข้าไปรายงานตัวต่อศาล แล้วก็ศาลพิพากษาชี้มูลความผิด แล้วก็พิพากษาลงโทษเสร็จ ก็มารายงานตัวในเรือนจำ หลังจากเรือนจำแล้ว ข้อแม้ของเขาคือต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลนะ จะต้องเป็นโรงพยาบาลราชทัณฑ์ต่อด้วยโรงพยาบาลตำรวจ เขากำหนดไว้เป็นขั้นเป็นตอน เสร็จแล้วก็หาวิธีที่จะบรรเทาโทษหรือไปอยู่ในโรงพยาบาลที่เขาคิดว่าเขาอยู่สบาย
ซึ่งอาจจะเป็นโรงพยาบาลที่เขาถือหุ้นอยู่ก็ได้ ซึ่งตอนนี้มันก็ดูเหมือนกับว่าเป็นไปตามดิว เท่าที่เห็นเนี่ยนะ “ดูเหมือนจะเป็นไปตามดิว” แต่ก็คงยังไม่ถึงขั้นไปนอนโรงพยาบาลของเขา
ซึ่งพวกเขาคงจะดูว่า มันก็ไม่ได้ผิดแปลกแตกต่างอะไร แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะไวขนาดนี้แค่ 12 ชั่วโมง เขาก็ฉวยประโยชน์แล้ว ที่จริงฉันคิดว่าเขาจะอยู่สัก 3 วัน 7 วัน เพื่อให้พ้นสถานภาพของผู้กักโรค แต่เขาคงทนไม่ไหวแล้วไง ทนไม่ได้ที่จะอยู่ในสภาพที่มันบีบคั้นทางกายทางใจอย่างนั้น
เลยเป็นที่มาของ ข่าวหามส่งโรงพยาบาลตอนดึก ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาหามหรือไม่หาม เพราะเราก็ไม่ได้เห็นด้วยตา
นักข่าว :
แล้วจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับหลวงปู่ สังคมเองก็ตั้งคำถามรวมถึงคนที่ต่อต้านระบอบทักษิณเอง กลับมามองว่า การกระทำในลักษณะแบบนี้ มันอาจจะเป็น
หลวงปู่ :
2 มาตรฐาน แล้วก็มีความรู้สึกว่าเอาเปรียบคนอื่น เอาเปรียบสังคม เอาเปรียบคนที่ติดคุก โดยเฉพาะเอาเปรียบพี่น้องคนเสื้อแดง เอาเปรียบอดีตรัฐมนตรีที่ยังติดคุกอยู่ แล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะมาใช้มาตรฐานเดียวกับคุณทักษิณที่กำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน
มันก็เป็นธรรมดาคุณ คนมีอำนาจ มีตัง แล้วตอนนี้ลูกหลานเขาก็มีพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาล คนของเขา ลูกน้องเขาก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี งั้นอะไรมันก็เกิดขึ้นได้
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ชอบใจ แล้วก็ไม่อยากเห็นไม่อยากเจอไม่อยากฟัง ก็คือ สิ่งที่คุณวิษณุ ออกมาพูดกรอกหูทุกวันทุกวันว่า เข้ามาปุ๊บวันเดียวก็ขอพระราชทานอภัยโทษได้แล้วเนี่ย
แม้จะถูกหลักการข้อกฎหมาย แต่มันไม่ถูกต้องโดยเหตุและผลตามทำนองคลองธรรม มันไม่ถูกต้องโดยจริยธรรม คุณธรรม ไอ้ตอนที่คุณทักษิณไปแสวงหาผลประโยชน์จากคดี SHIN จากคดีซุกหุ้นชินคอร์ป จากคดีหวย 2 ตัว 3 ตัว ทุจริต จากคดีปล่อยเงินกู้พม่า แล้วก็เอาบริษัทของตัวเองที่มีหุ้นอยู่ ทั้งยังแอบซุกหุ้นให้กับนอมินีถือแทนแล้วก็เอาไปประมูลงานพม่าต่อ เป็นเงินวงถึง 4 พันล้านบาท ทั้งยังมีการประมูลงานของรัฐแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวเองและครอบครัว
เงินเหล่านี้ ผลประโยชน์เหล่านี้ ประชาชนไม่ได้แล้วก็คนทั้งประเทศไม่มีใครได้ประโยชน์ มีแต่คุณทักษิณกับตระกูล หรือครอบครัว แต่ถึงเวลานี้คุณวิษณุ บอกว่าจะขอพระราชทานอภัยโทษ เรียกว่าผลักภาระไปให้พระเจ้าอยู่หัว
เราก็มองว่า นี่มันไม่เป็นธรรมต่อพระองค์ท่าน ปัญหาคุณเป็นคนสร้างมาด้วยตัวคุณเอง แล้วได้ผลประโยชน์จากปัญหานั้น แต่อยู่ดีๆ คุณจะมาผลักภาระให้พระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ตัดสินพระราชหฤทัย จะอภัยโทษหรือไม่อภัยโทษ
ถ้าพระเจ้าอยู่หัวอภัยโทษ สังคมก็จะมองพระองค์ว่าอย่างไร แล้วคนที่ติดคุกแล้วก็มีคดีทุจริตเหมือนกันจะต้องได้รับพระราชทานด้วยไหม ?
ถ้าหากพระองค์ไม่ทรงอภัยโทษ เพราะยึดถือหลักการว่าต้องรับโทษ 1 ใน 3 หรือว่า 2 ใน 3 ก่อนจึงจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ เดี๋ยวพวกลิ่วล้อคุณทักษิณก็จะมองสถาบันไม่ดีอีก
สรุปแล้วคุณวิษณุ แม้มันจะมีหลักการอย่างนั้นจริง แต่ก็ไม่ควรมาพูดกรอกหูประชาชนทุกวี่ทุกวันว่า สามารถพระราชทานอภัยโทษได้ แม้กลับมาวันเดียวก็สามารถพระราชทานอภัยโทษได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ ถ้าคุณเคารพและจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จริง คุณก็อย่าพยายามผลักภาระให้พระองค์ท่าน
แล้วที่สุดครอบครัวของตระกูลชิน หรือคุณทักษิณที่คุยนักคุยหนา เป็นผู้ที่จงรักภักดีอย่างแท้จริง ก็ไม่ควรจะเอาความผิดของตัวเองไปผลักภาระให้กับพระเจ้าอยู่หัว ให้พระเจ้าอยู่หัวต้องมามีส่วนรับผิดชอบต่อความผิดของตน ซึ่งมันไม่ควรอย่างยิ่ง และการที่คุณทักษิณมาใช้อภิสิทธิ์ชน ในการที่ไม่ยอมจะติดคุกแบบชาวบ้านธรรมดาสามัญ แต่จะติดคุกแบบเท่ๆ พิเศษๆ
ถามว่าคุณทักษิณจะได้อะไร
ก็ได้แต่ประโยชน์ส่วนตน ได้ความสุขส่วนตน แต่คุณทำลายเกียรติภูมิของตัวคุณเองและตระกูลคุณ ทำให้คนในสังคมมองคุณเหมือนคุณเป็นกาฝากที่มาเกาะกิน ดูดกินน้ำเลี้ยงแผ่นดินไทย ประชาชนคนไทย
รวมทั้งคนที่ติดคุกอยู่เป็นแสนคน 3 แสนกว่าคน เขาจะรู้สึกอย่างไร ญาติพี่น้องของเขา รวมทั้งพี่น้องเสื้อแดงที่ยังติดคุก ลำบาก อดๆ อยากๆ อยู่ทุกวันนี้เขาจะรู้สึกอย่างไรกัน ความทุกข์ยาก เดือดร้อน เหล่านี้คุณทักษิณและครอบครัว เขาเคยรับรู้บ้างไหม
ฉะนั้นการที่คุณจะทำตัวให้มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นอยู่ตลอดเวลา มันไม่ได้เป็นการทำให้ตระกูลคุณมีเกียรติภูมิยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองเจริญเป็นที่ยอมรับเลย ตรงกันข้ามมันกลับกลายเป็นการเหยียบย่ำ ดูถูก ทำให้ตระกูลวงศ์ของคุณตกต่ำ แล้วคนทั้งประเทศเขาจะรุมสาปแช่ง ประณามคุณด้วยซ้ำไป
แล้วถ้าคุณจะอ้างว่า คุณมีความจงรักภักดีต่อสถาบันอย่างแท้จริง คุณก็ไม่ควรทำการใดๆ ให้พระองค์ท่านระคายเคืองเบื้องยุคลบาท แม้แต่ตัวคุณวิษณุเองก็อย่าพูดบ่อย ถึงมันจะเป็นหลักการทางกฎหมายก็ตามที แต่ก็ควรจะต้องให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ถูกทำนองคลองธรรม ปล่อยให้กฎหมายมันทำงานอย่างสมบูรณ์ อย่างชนิดที่ไม่มีอะไรไปชี้นำ และแทรกแซงบ้าง
โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม แล้วก็คุกที่เรียกว่า เรือนจำพิเศษ ก็ควรจะปฏิบัติตัวต่อนักโทษทุกคนอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม ทุกคนอยู่อย่างเท่าเทียมกันไม่ควรมีกรณีพิเศษหรืออะลุ่มอล่วยเหมือนท่านรองปลัดกระทรวงยุติธรรมออกมาให้สัมภาษณ์ ตั้งโต๊ะให้สัมภาษณ์ว่า อะลุ่มอล่วยกันได้ แล้วพวกนักโทษคนอื่นละหรือเขาไม่ใช่คนรวย เขาไม่ใช่คนตระกูลชิน คุณก็เลยอะลุ่มอล่วยอะไรกับเขาไม่ได้ อย่างนั้นหรือ มันไม่ถูก มันไม่เป็นธรรม
หากขืนทำเช่นนี้คุณจะทำให้คนในประเทศเขาเชื่อ เขาศรัทธาคุณและหน่วยงานของคุณได้อย่างไรละ
ส่วนคุณทักษิณหรือครอบครัวคุณทักษิณ จะให้คนทั้งประเทศเขายอมรับคุณได้อย่างไร ต่อพฤติกรรมเอาเปรียบคนอื่นเช่นนี้ แล้วที่ปากคุณบอกว่าจะมาตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ ก้าวข้ามความขัดแย้ง
แต่สิ่งที่คุณทำมันก่อความขัดแย้ง มันทำให้เกิดความร้าวฉาน ความกังขา ความสงสัยในหมู่ประชาชนที่เขารักความเป็นธรรม
ฉันคุยกับผู้พิพากษา ผู้พิพากษาก็รับไม่ได้ ถ้าจะมีกระบวนการบริหารจัดการกันแบบนี้ เพราะมันเกินอำนาจผู้พิพากษา หลังจากศาลตัดสินแล้วจะอยู่ในอำนาจของกระทรวงยุติธรรม อยู่ในอำนาจของหน่วยงานราชทัณฑ์ แล้วก็เจ้าหน้าที่รัฐที่คอยควบคุมดูแล
ซึ่งหากจะว่ากันจริงๆ แล้ว ถ้าเราจะเอาแบบนี้ ดิวลับแบบนี้ แล้วก็มาให้ประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง ก้อนใดก้อนหนึ่ง แล้วประชาชนตาดำๆ ผู้อยู่ในประเทศนี้เอาแต่นั่งมองตาปริบๆ เฉยๆ โดยไม่มีความคิดอะไร ไม่รู้สึกอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้
เพราะงั้นถ้าคุณกล้าทำอย่างนี้ คุณก็ต้องกล้ารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์และคำตำหนิติด่า หรือสาปแช่ง คุณต้องยอมรับมันได้ เพราะว่าไหนๆ คุณก็ตกลงปลงใจที่จะเลือกแบบนี้ ทำวิธีนี้แล้ว
ถ้ามีการสาปแช่ง มีการตำหนิติด่า หรือมีการประท้วง คุณก็อย่ามาโวยวาย
นักข่าว :
หลวงปู่มองว่าโทษจำคุกทักษิณ 8 ปีนี้ ทักษิณจะติดครบ 8 ปี ไหมครับ
หลวงปู่ :
ไม่ถึงหลอก ไม่ถึงหลอกคุณ 4 ปีก็ให้ได้เถอะ ฉันเป็นห่วงว่าจะถึงปีหรือเปล่า และถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ฉันเชื่อว่าประเทศไม่ปกติ ฉันคนหนึ่งละยอมรับไม่ได้ ใครจะว่ายังไงก็ได้ ฉันคนหนึ่งละยอมรับไม่ได้ ในฐานะที่เราเคยติดคุกมาก่อน เรารู้ดีว่าความทุกข์ เดือดร้อนของพี่น้องที่เขาไปอยู่ในคุก ประชาชนคนไทยที่เข้าไปติดคุกติดตะราง เขาเฝ้ารอวันที่จะมีอิสระ แบบชนิดยากเย็นแสนเข็ญ เลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะได้มันมาแต่ละวันแต่ละวัน
แต่นายทักษิณนี่ไม่ต้องเฝ้ารอเลย มีกำหนดการชัดเจนเลยว่าวันไหนๆ จะไปยังไง มันทำให้เขารู้สึกว่า นี่กูไม่ใช่คนมั่ง เราเองเคยอยู่ในคุกยังเคยรู้สึกเลยว่า ไอ้ที่เราอยู่แบบนี้สำหรับเราแล้วทำใจยอมรับได้ แต่ก็ใช้ไม่ได้กับคนอื่นๆ คนอื่นๆ เขายอมรับไม่ได้ เขาจมปลักอยู่ในบ่อทุกข์
คุณจะเห็นว่าฉันไปอยู่หลายวันมาก เป็นเดือนนะ ทนายหรือใครๆ ก็ถามเราว่า ทำไมไม่ประกันตัว ทำไมถึงไม่ออกไป จะมานอนทนอยู่ทำไม
เพราะฉันอยากเรียนรู้ไง อยากดู อยากพูด อยากคุยกับพี่น้องที่เขาตกทุกข์ได้ยาก แล้วก็อยากคุยกับคุณจตุพรด้วยเพราะมีภารกิจที่จะต้องคุยกับเขา
ทำให้เราได้เรียนรู้ศึกษาด้วยว่า คนที่อยู่ที่นี่ มันไม่ง่ายต้องการที่จะยอมรับมันได้ แต่นายทักษิณเข้าไปยังไม่ถึงวันเลย ต้องบอกว่าไม่ถึงวันนะแค่ 12 ชั่วโมง ก็อยู่ไม่ได้แล้ว
ประมาณ 12 ชั่วโมงเท่านั้น เพราะฉะนั้นไอ้รสชาติแห่งความขื่นขมความทุกข์ระทม ความบีบคั้นที่ลูกน้องของคุณทักษิณที่เป็นอดีตรัฐมนตรี แล้วก็พี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ในนั้นเป็นร้อยๆ ชีวิต คุณทักษิณไม่มีวันได้สัมผัส ไม่มีวันได้รับรู้ แล้วก็ไม่มีวันได้เข้าใจถึงความทุกข์ใจ ทุกข์กายของพวกเขาหลอก
เพราะงั้น ณ วันนี้คนตระกูลชินของคุณ ลูกหลานคุณจะมาเล่นการเมือง แล้วคุณไม่เข้าใจถึงความทุกข์ของคนในชาติ และเพื่อนร่วมชาติ ความนึกคิดและความอาทรห่วงหา ความห่วงใยของประชาชน
แม้ที่สุดความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้นต่อพฤติกรรมและการกระทำของคุณทักษิณและคนในตระกูลชิน คุณไม่รับรู้ ไม่รับทราบ จะเอาแต่ตัวเองเป็นบรรทัดฐาน และก็เป็นที่สุดของจักรวาล เป็นศูนย์กลางของจักรวาลละก็ คุณก็ไม่ควรจะมามีสิทธิ์บริหาร ปกครองบ้านเมืองนี้
คุณไม่ควรมีอำนาจในการบริหารหน่วยงานราชการใดๆ เลย เพราะเหตุผลว่า สิ่งที่คุณทำมันไม่ได้เป็นไปเพื่อความผาสุกของมหาชน แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์คุณ และประโยชน์สุขของครอบครัวคุณเท่านั้น
แล้วที่ผ่านมาเหตุที่คุณต้องมาติดคุกติดตะราง รับโทษทัณฑ์ก็เพราะคุณทำเพื่อประโยชน์คุณ และประโยชน์สุขของครอบครัวคุณ แต่คุณจะมาผลักภาระให้กับสถาบัน ให้กับคนทั้งประเทศต้องยอมรับ เห็นภาพที่มันบาดตาบาดใจ แล้วก็รู้สึกสะท้อนจิตใจอยู่ทุกวันนี้
ฉันว่ามันเป็นบาปนะ
มันเป็นอนันตริยกรรมที่ทำให้คนทั้งชาติทุกข์ทรมาน
ก่อนที่คุณจะเข้ามาในประเทศ คุณก็ทำให้คนในชาติทุกข์มาเกือบ ๒๐ ปี สร้างปัญหา ร้าวฉาน แตกแยก ก่อหวอด ทำให้เสียหาย จนกระทั่งมีผู้สืบทอดมรดกทางสัญชาตญาณซาตานของคุณ ก็คือพวกพรรคเสื้อส้ม ณ วันนี้ แล้วคุณก็จะรามือ ล้างมือในโถส้วม หรืออ่างทองคำก็แล้วแต่คุณที่จะคิด
สุดท้ายสิ่งที่คุณทำเวลานี้ มันก็เหมือนกับว่าคุณไม่ได้ล้างมือ คุณกลับกระโจนลงไปในหลุมขี้อันสกปรกมากกว่าเก่าอีก เหมือนกับพาตัวเองลุยเข้าไปบ่อของอาจมมากขึ้น ลึกขึ้นด้วยความเห็นแก่ตัว
ฉันถือว่าเป็นความเห็นแก่ตัวสุดๆ
คนครอบครัวตระกูลนี้ไม่รู้สึกละอายชั่วกลัวบาป ไม่มีหิริความละอาย ไม่มีโอตัปปะความเกรงกลัวต่อบาป คุณหนีอะไรก็หนีได้คนตระกูลชิน แต่คุณหนีผลกรรมไม่ได้หรอก หนีสิ่งที่ผลแห่งการกระทำที่คุณทำไว้กับแผ่นดินนี้ ไม่ได้ดอก โดยเฉพาะสิ่งที่คุณคิดจะกระทำต่อสถาบัน โดยไปผลักภาระให้กับพระองค์ท่าน
เราต้องมองให้ชัดว่า ฉันก็ไม่ได้ก้าวล่วงพระราชอำนาจว่า พระองค์จะมีพระมหากรุณาธิคุณหรือไม่ แต่ฉันมีความรู้สึกห่วงใยต่อสิ่งที่พระองค์ท่านจะต้องมาระคายเคืองเบื้องยุคลบาทกับคนที่ทุจริต ทำร้ายบ้านเมือง
ไม่ว่าสิ่งที่สถาบันจักทรงกระทำจะเป็นคุณต่อคุณทักษิณ หรือเป็นโทษต่อคุณทักษิณ ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นผลดีต่อสถาบันทั้งนั้น แต่ที่แน่ๆ ภาพลักษณ์ของสถาบันจะต้องถูกดึงลงมา ให้ต้องมายุ่งเกียวกับคดีทุจริต โกงบ้านกินเมืองระดับชาติ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษ ไม่มีใครชม มีแต่คนที่จะสาปแช่ง และทำร้ายทำลายต่อผู้คนในตระกูลชินกันทั้งแผ่นดินแน่นอน
เพราะฉะนั้นฉันถึงรู้สึกตำหนิคุณวิษณุไง ตำหนิใครๆ ที่ออกมาพูดว่า สามารถที่จะยื่นอุทธรณ์ขอพระราชทานอภัยโทษได้ ภายในวันเดียวก็ขอได้แล้ว
แล้วก็พูดกันอยู่ทุกวัน สื่อก็เอาไมค์ไปจี้ปากให้พูดอยู่ทุกวันๆ จนกลายเป็นความรู้สึกว่า คุณกำลังทำร้ายสถาบันหรือเปล่า
ทำให้สถาบันต้องมาเกลือกกลั้วกับสิ่งโสมมที่พวกคุณกระทำขึ้นหรือเปล่า นี่หรือคือการเทิดทูน นี่หรือคือการเคารพ นี่หรือคือการจงรักภักดีของพวกคุณที่ปากก็ชอบพล่ามอยู่ตลอด ซึ่งมันไม่น่าจะใช่นะ
เพราะงั้นจึงอยากจะบอกว่า อย่าทำเลย หยุดเถอะ ยอมรับกรรม ก้มหน้ารับกรรมไป คุณต้องสำนึกว่า โทษที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้ มันเกิดจากสิ่งที่คุณกระทำเองทั้งนั้น ไม่มีใครเขาไปยัดเยียดให้ ไม่มีใครเขาทำให้คุณ คุณทำตัวคุณเอง คุณก็ต้องรับผลกรรมของคุณเอง ทำไมต้องไปผลักภาระให้กับสถาบัน หรือผลักภาระให้ประชาชนคนทั้งชาติให้ต้องรับ
ฉันมองแบบชนิดที่รู้สึกไม่สบายใจว่า ความยุติธรรมในประเทศนี้ มันมีอยู่จริงในยุคสมัยของพรรคเพื่อไทยเข้ามามีอำนาจบริหารบ้านเมืองหรือเปล่า
นักข่าว :
ท้ายที่สุดแล้ว อยากให้หลวงปู่ได้ฝากเตือนถึงลิ่วล้อบริวารที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะนำไปสู่ระบอบทักษิณฟื้นกลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และอาจจะเกิดความขัดแย้งของคนในชาติครับ
หลวงปู่ :
ฉันไม่กลัวนะ ไอ้ลิ่วล้อบริวารที่จะกระทำให้รัฐบาลนี้วุ่นวายขึ้น เพราะว่าเราเชื่อว่า พรรคการเมืองผู้ร่วมรัฐบาล ก็คือไปจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม ผู้เห็นประโยชน์ชาติเป็นหลักมาเก่าก่อนตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ได้รับการเลือกตั้ง แล้วก็มีกลุ่มก้อนของลุงตู่ ลุงป้อม เข้าไปอยู่ในนั้นด้วย
ฉันเชื่อด้วยความสุจริตว่า เขาน่าจะสามารถที่จะดึงบังเหียนพรรคเพื่อไทยไม่ให้ทำอะไรละเมิด หรือว่าลุแก่อำนาจมากเกินไป และฉันเชื่อในความสามารถของฝ่ายค้าน อย่างพรรคเสื้อส้ม และพรรคประชาธิปัตย์ เขาก็คงไม่ปล่อยเขาคงกัดติดอย่างชนิดที่จ้องตาเป็นมัน ว่าคุณเผลออะไร เพลี่ยงพล้ำอะไรก็จะโดนขย้ำทันที
แต่สิ่งที่ฉันห่วงไม่ใช่เรื่องพวกนี้
สิ่งที่ฉันห่วงก็คือว่า คุณมาเป็นรัฐบาล คุณได้อำนาจการบริหารแล้วคุณทำอะไร
คุณตกลงกับประชาชนไว้ว่าอย่างไร
คุณให้นโยบายกับประชาชนแบบไหน
แล้วคุณให้นโยบายแก่พรรคผู้ร่วมรัฐบาล ให้คำมั่นสัจจะวาจาไว้อย่างไรแล้วคุณให้กระทำมันอย่างสมบูรณ์ไหม
แล้วคุณทำให้ประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ อยู่สุขสบาย คลายทุกข์ได้นานขนาดไหน หากคุณทำเรื่องดังที่กล่าวมาครบถ้วน
ฉันเชื่อว่าอีก 4 ปี ข้างหน้าคุณอยู่ได้
แต่ถ้าหากคุณทำไม่ได้ อย่างนั้นก็ประกาศสูญพันธ์ไปเถอะ ยกประเทศนี้ให้กับเสื้อส้มเขาไป ถ้าคุณยังไม่สำนึก ระลึกรู้ว่านี่คือภารกิจหลักที่คุณจะต้องทุ่มเทอย่างจริงจัง จริงใจ เพื่อฟื้นฟูประเทศให้พลิกฟื้นกลับมาแบบชนิดที่ทุกคนกินอิ่ม นอนหลับ อยู่สุขสบาย บ้านเมืองสงบ สังคมสะอาด เรียบร้อย
ทำให้ความดีของคุณมันเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ผลงานของคุณจับต้องได้ ถึงวันนั้นฉันเชื่อว่า ต่อให้เสื้อส้มมี 20 หัว มี 20 กร เป็นทศกัณฐ์ ก็คงจะไม่มีปัญญาได้ผุดได้เกิด
แต่ถ้าคุณยังมัวเมาประมาท เหลิงในอำนาจและยังเสวยสุขอยู่บนกองอำนาจ กองเงินกองทอง และผลประโยชน์อยู่
ถ้าอย่างนั้นก็จงสูญพันธ์ไปเถอะ
อันนี้ฉันขอเตือนเอาไว้ สิ่งที่ฉันห่วง ห่วงแค่นี้ละ เรื่องของคุณทักษิณก็ปล่อยไปตามกรรม อย่าไปวิตกกังวลอะไร ประชาชนเสื้อเหลือง ต้องใช้คำว่า ตอนนี้บรรดาสลิ่มทั้งหลายอย่าไปวิตกวิจารณ์มากไป ทุกอย่างมันเกิดตามเหตุตามปัจจัย และฉันเชื่อว่า ในที่สุดประเทศไทยต้องชนะ
 
เจริญธรรม
 
พุทธะอิสระ