ออกท่องเที่ยวยามราตรีได้พบเจอ เหล่าบรรดาพระโยคาวจรทั้งหลาย (หมายถึง ผู้มุ่งมั่นปฏิบัติในจิตภาวนา)
และผู้ที่กำลังจะเป็นพระโยคาวจร ที่สภาพจิตลุ่มๆ ดอนๆ ตกอยู่ในภวังค์อันเป็นฝ่ายอกุศล
เหตุที่บอกว่า เป็นภวังค์อันเป็นฝ่ายอกุศล ก็เพราะ
สภาพจิตที่ตกอยู่ในอารมณ์ที่สงบก็มิใช่ ไม่สงบก็มิใช่
จิตที่ถูกตรงต่อเป้าประสงค์ก็มิใช่ ไม่ถูกตรงต่อเป้าประสงค์ก็มิใช่
แม้ถูกตรงต่อเป้าประสงค์แล้ว แต่จะชัดเจนก็มิใช่ ไม่ชัดเจนก็มิใช่
จบสิ้นตลอดภารกิจก็มิใช่ ไม่จบสิ้นตลอดภารกิจก็มิใช่
รวมความแล้ว จิตของผู้กำลังจะเป็นพระโยคาวจร ผู้ตกอยู่ในภวังค์แห่งอกุศล มีสภาพจิตที่สับส่าย กลับกลอก ดิ้นรน กระเสือกกระสน แต่ถูกควบคุมด้วยอำนาจแห่งความพากเพียร อำนาจแห่งตบะ อำนาจแห่งญาณ จิตนั้นจึงไม่สามารถหลุดออกมาจากที่กักขังได้
จิตนั้นจึงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่สับส่าย กลับกลอก อึดอัดขัดเคือง บางครั้งก็เฉื่อยชา ล่าช้า ลังเล จำจดไม่ชัดเจน ไม่สงบนิ่ง ไม่มุ่งตรงต่อเป้าประสงค์
ดูท่านผู้ที่กำลังเป็นพระโยคาวจรนั้นหาได้สงบ แจ่มชัดลงไปได้ไม่
พุทธะอิสระจึงต้องเข้าไปกระซิบบอกแก่โยคาวจรเหล่านั้นว่า มีสติ รวมจิตกับกายแล้วผ่อนคลาย เจริญสติให้ตั้งมั่น แล้วจึงนำจิตนั้นไปสู่การงานที่จะเจริญ
เมื่อโยคาวจรเหล่านั้น ได้กระทำตาม
จิตที่สับส่าย ทุรนทุราย กลับกลอกนั้นก็สงบ แจ่มชัด หลุดพ้นจากภวังคจิตในฝ่ายอกุศล
ก้าวสู่ภูมิของพระโยคาวจรในฝ่ายกุศลในทันที
จึงนำเรื่องนี้มาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟัง ทั้งยังเป็นการตักเตือนให้ท่านทั้งหลายได้รู้ซึ้งถึงมายาการแห่งจิต ว่าจิตนี้เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก
แม้จะมีความพากเพียร มีบุญบารมี มีตบะ สมาธิ แต่เอาเข้าจริงๆ เขาจักใช้พละกำลังดังกล่าวเหล่านี้มาควบคุมจิตให้ซื่อตรงต่อการงานอย่างถูกต้อง อย่างแจ่มชัด ก็ดูจะเป็นเรื่องยากลำบากที่จักควบคุม
ด้วยธรรมชาติของจิตที่กลับกลอก หลุกหลิก ไม่นิ่งสงบอยู่ได้ บางที บางขณะ บางท่านมีความสามารถควบคุมจิตให้นิ่งสงบอยู่ได้
แต่ก็ไม่แจ่มชัด ไม่ชัดเจนต่อการงานที่จักทำ ต่อคำที่จักพูด ต่อสูตรที่จักคิด ต่อกรรมฐานที่จักเจริญ จึงมิอาจเข้าถึงความแจ่มชัดในสิ่งที่ต้องการจะพิจารณา
แม้จักได้ชื่อว่า พระโยคาวจร แต่ก็ยังตกอยู่ในภวังค์แห่งฝ่ายกุศล อันต้องส้องเสพอยู่ในอารมณ์แห่งความสุขสงบแต่ฝ่ายเดียว หาได้พัฒนาให้ก้าวไปสู่วิถีแห่งสติปัญญาได้ไม่
เหล่านี้คือ มายาขจิต ที่นำพาให้ผู้ปฏิบัติมักจะตกอยู่ในภวังคจิตทั้งฝ่ายอกุศล และฝ่ายกุศล
จึงมิอาจเจริญก้าวข้าม ขบวนการปรุงแต่งในสังขารทั้งปวงไปได้
เห็นแล้ว ก็ต้องบอก
ผิดแล้ว ก็ต้องสอน
หลงแล้ว ก็ต้องนำ
โงงแล้ว ก็ต้องเตือน
เช่นนี้จึงชื่อว่า ครูที่ดีของโลก
 
เจริญธรรม
 
พุทธะอิสระ