Print
Hits: 56
 
มีบางคนสงสัยถ้อยคำที่ว่า “ขาดทุนคือกำไร” ของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ว่า “ขาดทุน แล้วมันจะกำไรได้อย่างไร”
ตอบ อธิบายถึงพระอัจฉริยภาพอันปราดเปรื่อง ขององค์พ่อหลวง ร.๙ ที่ทรงมองเห็นโลกสมมุติ และปรมัตถ์ อย่างปรุโปร่ง แจ่มชัด ว่า
ไอ้ที่เรามีอยู่ มีกิน มีครอบครัว มีผัวเมีย พ่อแม่ลูก ชื่อเสียง เกียรติยศ ร่ำรวยหรือยากจน มีสังคม ล้วนแล้วแต่เป็นโลกสมมุติทั้งสิ้น หาใช่ของแท้จริงแม้แต่เศษเสี้ยวไม่
เพราะหากนำเอาหลักธรรม ‘อนัตตลักขณสูตร’ เข้ามาเทียบแล้ว สรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
มันไม่เที่ยง ไม่คงที่ ล้วนเป็นทุกข์ และเป็นอนิจจัง ไม่มีอยู่จริง ด้วยเพราะทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากเหตุปัจจัย
เมื่อขาดเหตุปัจจัย สรรพสัตว์ทั้งปวงก็ดำรงอยู่ไม่ได้
ทั้งนี้ในขณะที่สรรพสิ่งและสรรพสัตว์นั้นๆ ตั้งอยู่ ล้วนต้องเผชิญเจอะเจอกับความไม่คงที่เป็นทุกข์ และแตกสลายดับสูญอยู่ตลอดเวลา
ด้วยมูลเหตุดังกล่าว การมีอยู่ของสรรพสิ่งและสรรพสัตว์ เราท่านทั้งหลายได้รับรู้ พบเห็น ล้วนแต่เป็นสมมุติบัญญัติ ที่บุคคลบัญญัติขึ้นมาทั้งนั้น
เช่นเดียวกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ แก้วแหวน เงินทอง และผลกำไร ล้วนตกอยู่ในโลกแห่งสมมุติ
แม้ที่สุดเมื่อถึงคราวตาย ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่คับฟ้า หรือเล็กน้อยเท่ามดแมลง ก็มิสามารถนำเอาอะไรไปได้สักอย่าง
มีแต่ดี ชั่ว บุญ บาป เท่านั้นที่จะติดตามตัวไป
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ทำไมถึงต้องมามุ่งหวังผลกำไร จากสิ่งที่ตนเองนำไปไม่ได้หลังจากตายแล้วเล่า
ทำไมไม่ใช้สมมุติที่มี ที่ได้สร้างคุณงามความดี ละชั่ว ทำดี บำเพ็ญบุญ สร้างต้นทุนที่เราสามารถนำไปใช้ในโลกหลังความตายได้ล่ะจ๊ะ
การเอาแต่คิดจะสร้างผลกำไร ทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ โดยไม่คิดมองไปโลกหน้าเอาไว้บ้าง
นั่นเท่ากับการทำตนให้ตกอยู่ในความมัวเมา ประมาทมากเกินไป
แม้องค์ผู้มีพระภาคเจ้า ยังทรงตำหนิว่า ลาภสักการะ ชื่อเสียง ยศศักดิ์ สรรเสริญ ล้วนเป็นโลกธรรม ธรรมที่ผูกสัตว์ให้ข้องอยู่ในโลก อย่างไม่มีวันจบสิ้น
ถ้าหากต้องการพ้นโลก ก็ต้องรู้จักโทษของโลกธรรม โทษของธรรมที่ผูกสัตว์ แล้ว ละ วาง ทำชีวิตให้รู้จักคิดที่จะให้ จะละ วาง ว่าง เว้น ด้วยการเสียสละ การบริจาค เพื่อบรรเทาอุปาทานในขันธ์ ลดความยึดมั่น ละความเห็นแก่ตัว มักมาก แล้วรู้จักให้โอกาสสรรพสัตว์ในสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย เห็นอกเห็นใจต่อกัน
เช่นนี้ชื่อว่า กำไรบุญ ขาดทุนตังค์
ขาดทุนสมมุติ กำไรปรมัตถ์
เข้าใจหรือยังล่ะจ๊ะ
พุทธะอิสระ

Question and Answer
May 28, 2021
Someone doubts the saying “loss is profit” of His Majesty King Rama IX, how can loss be profitable?
Answer: The King’s Rama IX’s remarkable genius who thoroughly saw the hypothetical world and the ultimate world that…
What we have such as have family, spouse, parents and children, fame, prestige, richness or poverty, society, all of these are hypothetical world. Nothing is real.
Because when we compare them with the Lord Buddha’s teaching on non-self, all objects and creatures are born, exist, and disappear.
Everything is impermanent, subject to changes, uncertain, and unreal because everything happens due to causes and factors.
When it is lack of factor, all creatures cannot exist.
During the existence of all objects and creatures, they have to face uncertainty, suffering, and loss all the time.
Due to this cause, existence of all objects and creatures that we are aware of and experience are only hypothetical.
Likewise, fortune, rank, praise, valuable assets, and profits are hypothetical world.
At the end of life, no matter how powerful they are or insignificant like insects, no one can bring anything with them.
Only goodness, evil, merits, and sins will follow them.
As such, why do we have to focus on profits which we cannot bring with us after death?
Why don’t we use our hypothetical being to make merits, omit sinful deeds, do good and beneficial things, so that we can bring them with us to next lives?
Focusing only on profits, wealth, money, fame, fortune, rank, and praise, without thinking about next lives means our indulgence in carelessness.
The Lord Buddha also condemned fortune, fame, rank, and praise as objects that creatures in the endless cycle of life.
If we want to liberate ourselves from this world, we must know negative side of worldly conditions. Then, we should know how to abandon them by sacrificing and donating to relieve attachments to causally conditioned elements of existence forming a being or entity, to reduce selfishness and greed, and give opportunity to others. Then, all creatures can interdependently live together with sympathy.
As such, it is called profits of merits, but loss of money.
And loss in hypothetical world, but profitable in ultimate world.
Do you understand?
Buddha Isara