Print
Hits: 617

 

วันนี้ขออนุญาตอาราธนาพระพุทธอุทาน หลังจากที่ทรงพิจารณาหลักปฏิจจสมุปบาททั้งเดินหน้าและย้อนกลับแล้วจึงทรงอุทานขึ้นว่า

“เมื่อใด ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่

เมื่อนั้น ความสงสัยของพราหมณ์นั้นย่อมสิ้นไป

เพราะมารู้แจ้งชัด ในธรรมทั้งปวง ล้วนเกิดแต่เหตุ”

เมื่อทรงพิจารณาเห็นแจ้งในธรรม อันเป็นเหตุแห่งธรรมทั้งปวงแล้ว

เวลาต่อมาจึงทรงอุทานขึ้นอีกว่า

“เมื่อใด ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่

เมื่อนั้น ความสงสัยของพราหมณ์นั้นย่อมสิ้นไป

ด้วยเพราะมารู้แจ้ง ในความสิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลายว่า เป็นเหตุสิ้นไปแห่งผลทั้งปวงด้วย”

หลังจากทรงพิจารณามูลเหตุแห่งการสิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลาย ที่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงให้เกิดผล

เมื่อดับมูลเหตุแห่งการเกิดปัจจัย ผลทั้งหลายก็ย่อมดับไปสิ้น

จึงทรงมีพุทธอุทานในยามสุดท้ายขึ้นมาว่า

“เมื่อใด ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่

เมื่อนั้น พราหมณ์ย่อมกำจัดมารและเสนามารเสียได้

ดุจดังอาทิตย์อุทัย กำจัดความมืดทำให้อากาศสว่างได้ ฉะนั้น”

ที่นำพุทธอุทาน หลังจากทรงพิจารณา ปฏิจจสมุปบาท ย้อนไปย้อนมาด้วยความเพียร จึงทรงรู้ชัดว่า

ธรรมทั้งปวง ล้วนเกิดแต่เหตุ

หากดับเหตุปัจจัย ลงเสียได้

ผลทั้งปวง ก็จักไม่เกิดขึ้น

เมื่อพิจารณาบทพุทธอุทานให้แจ่มชัดแล้ว ท่านทั้งหลายจักเห็นว่า พระพุทธองค์ทรงจบลงที่มีความเพียรตั้งมั่น

จึงจักสามารถ กำจัดความมืดบอดเสียได้

ขอให้ท่านทั้งหลาย อ่านพุทธอุทานนี้บ่อยๆ เนืองๆ

ถือว่า เป็นการเจริญธัมมานุปัสนาสติปัฏฐานไปด้วยในตัว

พุทธะอิสระ