Print
Hits: 1703

11 พ ย 2556 18.40 - 19.20 น. ณ.เวทีมัฆวาน ธรรมะโดย องค์
หลวงปู่พุทธะอิสระ

พิธีกร .....ธรรมะกับการเมือง ธรรมะกับ
การปฏิรูปประเทศไทย ขอให้พี่น้องจงตั้งใจฟังนะครับ
เพราะว่า ทางหลวงปู่พุทธะอิสระจะได้บรรยายธรรม
ให้พี่น้องได้ซาบซึ้งว่า ธรรมะมีส่วนเข้าไปช่วยเหลือ
ในการปฏรูปประเทศไทยอย่างไรบ้าง และมุมมอง
ของหลวงปู่ว่า การปฏิรูปประเทศไทย สมควร
แล้วจะปฏิรูปอย่างไร ก่อนอื่นขอกราบนมัสการ
หลวงปู่พุทธะอิสระนะครับ
หลวงปู่ เจริญธรรม เจริญสุข ท่านสาธุชน คน
รักชาติ รักความเป็นธรรม รักประเทศ รักแผ่นดิน
ในหลวง และรักปวงชนชาวไทย ที่รักทุกท่าน เรามา
ประชุมกันที่นี่เพราะว่า เรามีความรักล้นพ้นจนล้น
หน้าอกออกมา...ที่เราต้องมาแสดงพลัง เพื่อ
แสดงความรักและจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว ต่อแผ่นดินไทย ใช่หรือไม่ (ใช่) ก็ขอ
อนุโมทนา
หลวงปู่นอนอยู่วัดไม่ได้ เพราะอดรนทนไม่ได้
เพราะได้ยินเสียงศาลพิพากษา เป็นที่รู้กัน เมื่อ
บรรพบุรุษ เราก็รู้กันว่า เวลาเราจะขึ้นเขาพระวิหาร
ทางขึ้นเป็นของใคร (ของไทย) ของคนไทย แต่
บนยอดเขาเป็นของเขมร แต่หลังจากที่รัฐบาล
นายกฯทักษิณมาบริหารประเทศ แล้วก็กองกำลัง
ทหารที่เค้าดูแลอยู่ชายแดนแถวเขาพระวิหาร ซึ่ง้ป
็นลูกศิษย์ เขาเป็นผบ. กองกำลัง เค้าได้แจ้งว่า
เวลานี้มีคนเขมรกับทหารเขมรมาลงหลักปักบ้าน
เรือน รวมทั้งปลูกวัด สร้างวัด สร้างสำนักสงฆ์ จะ
ให้ทำประการใด
เค้าทำหนังสือแจ้งมาทางรัฐบาล ตอนนั้นรัฐบาล
นายกฯทักษิณก็บอกว่า ให้เฉยๆ ไว้ก่อน และไอ้
ความที่เฉยๆ ไว้ก่อนนี่แหละ มันก็เลยเป็นมติของ
ศาลวันนี้ว่า ดินแดนที่อยู่รอบอาณาบริเวณของทาง
ขึ้นประสาทพระวิหาร ซึ่งเดิมทีเรารู้กันตั้งแต่
บรรพบุรุษว่า เป็นของใคร (ไทย)
กลายเป็นของเขมรไปแล้ว พี่น้อง
ถามว่า ทำไมต้องเฉยๆ ไว้ก่อน ก็ตอนนั้นกำลังมีข้อ
ตกลงเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนระหว่างประเทศ
ระหว่างประเทศ ก็คือ ประเทศชินวัตรกับประเทศ
เขมร ไม่ใช่ประเทศไทย เพราะเป็นการลงทุนเรื่อง
บ่อน เรื่องน้ำมันดิบ เรื่องไฟฟ้า แล้วก็เรื่องโทรศัพท์
เพราะฉะนั้น ถ้าจะไปคัดค้านเรื่องเขมรบุกรุก
มาสร้างวัดในแผ่นดินไทย ก็จะกลายเป็นเรื่องเป็น
ราวที่จะทำให้การลงทุนไม่สำเร็จประโยชน์ อันนี้มัน
เป็นความอัดอั้นของผบ. กองกำลังในยุคนั้น ซึ่ง
ตอนนี้ เค้าปลดเกษีณไปแล้ว เค้าซึ่งเป็นลูกศิษย์ก็มา
เล่าให้หลวงปู่ฟัง อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ในโอกาสต่อมา ก็มีกระบวนการ นายนพดล ปัทมะ
ไปเซ็นต์อนุญาตให้เขมรขึ้นเป็นมรดกโลกแต่ฝ่าย
เดียว มันเหมือนกับสมยอม และล่วงรู้ ร่วมคิดกัน
เพื่อจะให้ไทยเสียดินแดน
สิ่งเหล่านี้เนี่ย พี่น้องต้อง อันนี้ คือต้นเหตุ เป็นต้น
เหตุ แล้วเราก็ต้องถามหาผู้รับผิดชอบ ใครเป็นผู้ควร
จะต้องรับผิดชอบ ก็ต้องไปถามนายทักษิณ หรือ คุณ
ทักษิณ ใครที่ต้องรับผิดชอบคนต่อมา ก็คือ ต้องไป
ถามคุณนพดล ปัทมะ แล้วก็ใครที่จะต้องรับผิดชอบ
คนต่อมา ก็คือ คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เพราะว่า คุณ
นพดล ปัทมะ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในยุคนี้ ซึ่ง
เซ็นต์อนุมัติ ใครเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบในคนต่อมา
กลุ่มต่อมา คือ ตระกูลชินวัตรทั้งหมด พี่น้อง
พิธีกร แสดงว่า ทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเล
และใต้พื้นดินตรงนั้น มันมีมูลค่ามหาศาล ใช่มั้ยครับ
หลวงปู่ครับ
หลวงปู่ ใช่ มันมากเสียจนพวกนี้ตาบอด หูหนวก
แผ่นดินไทยทุกตารางนิ้ว บรรพบุรุษของไทยเรา
แลกมาได้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต ไม่ว่าจะกี่ตาราง
เซนต์ กี่ตารางเมตร กี่ตารางนิ้ว มันเป็นชีวิตของ
บรรพบุรุษไทย ใช่มั้ย พี่น้อง (ใช่) แล้วเราควรจะ
ยกให้ใครได้ง่ายๆ มั้ย (ไม่)
เพราะฉะนั้น อันนี้แหละคือ สิ่งที่อดรนทนไม่ได้
เลยต้องตะกายมานั่งอยู่ที่นี่
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง คือ อดรนทนไม่ได้ที่มีนักบวช
เสื้อแดงบางคนมาสัมภาษณ์ แล้วออกมาตำหนิ ติว่า
ว่า คนไทยเวลานี้ มีอุปาทานในชาติและแผ่นดินมาก
เกินไป มันเป็นคำกล่าวที่น่าทุรศมากสำหรับนักบวช
ในพุทธศาสนา
อุปาทาน แปลว่า ความยึดถือ เค้ากำลังด่าเราว่า เรา
ยึดถือบ้านเมืองเยอะเกินไป เราเลยต้องมานั่งทุรน
ทุราย ทรมาน ปล่อยให้ยุงกัด ร้อนก็ร้อน ลำบากก็
ลำบาก เพื่อจะรักษาบ้านเมืองให้คนหมดอุปาทาน
โกงกินต่อไป มันเป็นเรื่องน่ารังเกียจมาก
ขออธิบายเรื่องตรงนี้นิด คำว่า อุปาทานในชาติบ้าน
เมือง ชั้นอยากจะบอก ส่งเสียงนี้ดังๆ ไปยังนักบวช
เสื้อแดงเหล่านั้นว่า ถ้าพวกเราไม่มีอุปาทาน พวก
ท่านทั้งหลายก็ไม่มีที่ดิน หรือไม่มีแผ่นดินจะยืน เดิน
นั่ง นอน ที่จะรักษาหรือดำรงค์ชีวิตอยู่ได้ เพราะที่
ผ่านมา บรรพบุรุษไทย มีอุปาทานนี่แหละ จึงจะ
รักษาแผ่นดินไว้ได้จนถึงวันนี้ ใช่มั้ย พี่น้อง (ใช่)
เพราะฉะนั้น ไอ้คำว่า อุปาทาน หรือว่า ปราศจาก
อุปาทาน มันเป็นสมมุติบัญญัติ
ปรมัตถ์บัญญัติ กับสมมุติบัญญัติ มันต้องไปด้วยกัน
เหมือนกับดอกบัวกับโคลนตม โคลนตมนี่เปรียบ
เหมือนกับสมมุติบัญญัติ ดอกบัวเปรียบเหมือน
ปรมัตถ์บัญญัติ ถ้าเมื่อใดที่ปฏิเสธโคลนตม ที่ไหนจะ
เอาดอกบัวมาขึ้น หรือที่ไหนจะมีดอกบัวได้
วันนี้ถ้าไม่มีพวกเราที่บ้า ใช้คำว่า บ้า บ้ารักชาติ รัก
แผ่นดิน รักในหลวง รักปวงชน รักผลประโยชน์ของ
ชาติ ก็คงไม่มีคนที่มันบ้าหนักกว่าเราที่ไม่มีอุปาทาน
แล้วหวังแต่จะเอาสตางค์อย่างเดียว เอาเงินอย่างเดียว
แล้วกอบโกยอย่างเดียวหรอก
แล้วก็อยากฝากเสียงนี้ดังๆ ไปถึงนักบวชที่หมด
อุปาทานแล้วว่า ท่านหมดจริงหรือเปล่า ถ้าหมด
อุปาทานในธาตุได้จริง ก็ควรจะหมดอุปาทานในเงิน
ในย่ามด้วย หมดอุปาทานในสตางค์ และทรัพย์
สมบัติที่ฝากไว้ในธนาคารด้วย แล้วก็ควรจะหมด
อุปาทานในลาภยศที่รัฐบาลประเคนให้ด้วย เพราะ
ถ้าอย่างนี้ เราก็เชื่อว่า ท่านหมดอุปาทานจริงๆ แต่
ถ้าท่านจะมาว่าเราว่า เราเป็นผู้มากไปด้วยอุปาทาน
แล้วพวกท่านยังกอบโกยกันไม่เลิก ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ใช่
แล้วล่ะ มันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง
เพราะว่า พระพุทธเจ้าสอนธรรมะ 2 ชนิด 1. ก็คือ
สมมุติบัญญัติ 2. ก็คือ ปรมัตถ์บัญญัติ
การที่มนุษย์จะปราศจากอุปาทานได้ ก็คือ การที่หลุด
พ้นจากวัฏสงสาร เป็นพระอริยเจ้า เป็นพระโสดาฯ
สกิทาคาฯ อนาคาฯ อรหันต์ แต่เรายังไม่เป็นถึงขั้น
นั้นน่ะ เรายังเป็นสมมุติบัญญัติอยู่ เรายังอยู่ในแผ่น
ดินนี้ เรายังต้องสุข ต้องทุกข์ ต้องร้อน ต้องหนาว
ต้องรับทุกข์จากผู้ปกครองที่ไร้ธรรม ไร้ความละอาย
โกหกทุกวัน หลอกลวงประชาชนทุกเรื่อง แล้วก็คิดว่า
คนไทยกินหญ้า ไม่ได้กินข้าว ต้องเชื่อเค้าตลอดเวลา
ถ้าอย่างนี้ ถ้าขืนไปอยู่ว่า เราเป็นผู้ไม่ยึดถือ มีแต่
ปรมัตถ์ ชาตินี้จะเหลืออะไร เหลือไม่เหลือ พี่น้อง (
ไม่เหลือ)
แล้วอย่างนี้ เราควรจะต้องแสดงพลังมั้ย (ต้อง)
เพื่อให้คนที่ย่ามใจ บ้าอำนาจ เหลิงอำนาจ แล้วก็มัก
มาก ได้สำนึกว่า อย่าเหิมเกริมเกินไปนัก อย่างน้อย
คนไทยที่ยังรักชาติ รักแผ่นดิน แล้วไม่ยอมโดนจูง
จมูก ยังมีอีกจำนวนเรือนล้าน เรือนสิบล้าน และ
เรือนหลายๆ ล้าน ที่ยังอยากจะมาแสดงพลัง เพื่อปก
ป้องทรัพย์สินแผ่นดิน แล้วก็สิ่งที่งดงามของชาติและ
ประเทศรวมทั้งสถาบัน
เพราะฉะนั้น การที่พวกเรามารวมกันอยู่ตรงนี้ มัน
เป็นเหมือนกับเครื่องเตือนให้พวกเค้าได้รู้ว่า อย่า
บ้าอำนาจให้มากนัก อย่ารู้สึกได้ว่า บ้านเมืองนี้เป็น
ของคนในตระกูลชินวัตรแต่เพียงผู้เดียว แล้วก็ถือว่า
เป็นการปรามพวก ส.ส และส.ว รับจ้างที่ทำงาน
ทดแทนบุญคุณตระกูลชินวัตรให้รู้ว่า ถ้าพวกคุณยัง
ยอมศิโรราบและก้มหัวให้กับน้ำเงิน ปล่อยให้เงิน
มันตีหัวอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ชักจูงคุณได้ตลอดเวลา
พวกคุณจะต้องโดนพวกเราประนาม หรือไม่ก็ขับไล่
คำว่า ออก (ไป) ออก(ไป) ออกไปให้พ้นบ้าน
เมืองกู
ถามว่า หลวงปู่เป็นพระ แล้วมายุ่งอะไรกับการเมือง
ถ้าพระพูดเรื่องจริงในการเมืองไม่ได้ ก็แสดงว่า การ
เมืองมีแต่เรื่องโกหก แล้วหน้าที่ของพระ มีหน้าที่ที่
จะชี้ถูกชี้ผิด ชี้ให้รู้ว่า อะไรเป็นความจริง อะไรเป็น
ความเท็จ ถูกต้องมั้ย (ถูก) แล้วถ้าพระมัวแต่นอน
หลับทับสิทธิ์ ไม่ยอมที่จะมาชี้ แสดงว่า นั่นเป็น
กาฝากสังคม
ถามว่า หลวงปู่พูด มีที่มาที่ไปมั้ย
ท่านที่รักทั้งหลาย ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ของชนชาติ
ไทย พระแท่นมนังคศิลาอาสน์ที่พ่อขุนรามคำแหง
ตั้งขึ้น พระองค์ไม่ได้เอามาเฉพาะแค่ว่า นั่งว่า
ราชการอย่างเดียว วันพระ คือ วันอวยศีลอวยทาน
ในหลักศิลาจารึกหลักที่ 1 เขียนไว้ชัดว่า วันอวยศีล
อวยทาน คือ วันพระ พ่อขุนฯนิมนต์พระสังฆราชา
เหนือและใต้ มาประชุมพร้อมกัน เพื่อถามข้อราชการ
นั่นหมายถึงว่า ในอดีตครั้นสุโขทัยนั้น มีพระสังฆราช
2 องค์ องค์หนึ่งก็เป็นฝ่ายมหายาน เพราะว่า
ศาสนาพุทธในนิกายมหายาน รุ่งเรืองมาตั้งแต่เขมร
แล้วก็เมื่อราชวงศ์พระร่วงมาปกครองแผ่นดินของ
สุโขทัย ก็ถือเอาความเชื่อนี้มาด้วย ต่อมา พุทธ
ศาสนานิกายลังกาเข้ามาเผยแพร่ ก็มีพระสังฆราช
ในฝ่ายเถรวาทเกิดขึ้นอีกองค์หนึ่ง เวลาพ่อขุนฯ มี
ปัญหาเรื่องการปกครองแผ่นดิน ก็จะใช้วิธีนิมนต์
พระฝ่ายเหนือ ก็คือ พระสังฆราชฝ่ายเหนือมาองค์
หนึ่ง แล้วก็ถามข้อราชการ พอได้รับการวิสัชนาแล้ว
ก็ลงบันทึกไว้ แล้วก็รุ่งขึ้นอีกวัน ก็นิมนต์พระ
สังฆราชฝ่ายใต้ มาถามข้อราชการในข้อเดียวกันนั่น
แหละ พอเห็นว่า มติทั้ง 2 องค์เหมือนกัน ตรงกัน
จึงจะประกาศเป็นข้อบัญญัติของกฏหมายและการ
กระทำของผู้ปกครองแผ่นดินสืบไป
แสดงให้เห็นว่า สมัยครั้นอดีต เค้าอนุญาต หรือว่า
เค้ายินยอมให้พระแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการ
ปกครองที่เที่ยงธรรม ถูกต้อง ชอบธรรมและยุติธรรม
แม้แต่ในยุครัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ย้อน
หลังลงไป ตัวอย่างเช่น สมเด็จพุทธาจารย์ (โต
พรหมรังสี) พวกท่านทั้งหลายคงรู้จักดี เพราะท่าน
จุดไต้เข้าไปในพระราชวัง เพื่อเตือนรัชกาลที่ 4
ทั้งๆ ที่เวลาที่จุดไต้เป็นเวลากลางวัน เตือนให้
รัชกาลที่ 4 ได้รู้ว่า อย่ามัวเมาอยู่ในกามคุณมากนัก
ออกว่าราชการเสียที แต่ท่านไม่เตือนด้วยวลี แต่
เตือนด้วยวิธีการจุดไต้เดินเข้าวัง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่ 4
ท่านเห็นขรัวโต จุดไต้มา ก็ตะโกนบอกว่า รู้แล้ว
ขรัวโต รู้แล้ว เข้าใจแล้วล่ะ แล้วพระองค์ก็ออกว่า
ราชการเป็นปกติ
นี่คือ วิธีของพระที่เข้ามามีบทบาทในวงการราชกา
งานเมือง
อีกครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่สิ้นรัชกาลที่ 4 ในหลวง
รัชกาลที่ 5 มีพระชันษาเพิ่ง 14-15 ก็ขึ้นครอง
ราชย์ จำเป็นต้องมีผู้สำเร็จราชการ ตอนนั้นสมเด็จ
เจ้าพระยา ช่วง บุนนาค เป็นผู้สำเร็จราชการ มีเสียง
เล่าลือไปทั่วแผ่นดินว่า เจ้าพระยา ช่วง บุนนาค นี่
แหละจะเป็นผู้ที่เปลี่ยราชวงศ์ จนสมเด็จโต อดรน
ทนไม่ได้ เพราะเสียงล่ำลือมันกระหึ่มไปทั้งแผ่นดิน
แล้วทำให้ผู้คนไม่เป็นอันทำกิน ก็เลยจุดไต้เข้าไปใน
จวนของผู้สำเร็จราชการตอนกลางวัน แล้วสมเด็จ
เจ้าพระยาฯ ช่วง บุนนาค ก็ถามว่า พระคุณเจ้ามาด้วย
เหตุผลอันใด สมเด็จโตก็เลยแจ้งว่า ได้ยินว่า โยม จะ
ปฏิวัติในหลวงหรือ จะยึดอำนาจในหลวงหรือ พระ
คุณเจ้า โปรดสบายใจ ถ้าเมื่อใดที่กระผมยังมีชีวิตอยู่
ชีวิตผม เลือดเนื้อผมจะเป็นพลีต่อแผ่นดิน ยกไว้ให้
เป็นบูชาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วขรัว
โตก็หัวเราะ หึๆ แล้วก็เอาไต้ทิ่มน้ำ เดินกลับไป
นี่คือ พัฒนาการของพระสงฆ์ ที่ทำหน้าที่ชี้นำสังคมที่
ถูกและผิดให้ชัดเจน แต่หลังจากรัชกาลที่ 5 ลงมา
มันมีขบวนการคณะราษฎร์ที่ทำการรัฐประหารและ
ยึดอำนาจจากในหลวง จากเจ้า แล้วก็มีการเขียนรัฐ
ธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็เขียนขึ้นมา แล้วในยุคสมัย
จอมพล ป. พิบูลสงคราม รู้ดีว่า พระเนี่ยฉลาด ด้วย
เหตุผลว่าอะไร
เพราะว่า สมัยก่อนนี้ เค้าเรียนหนังสือจากโรงเรียน
วัด แล้วใครเป็นคนสอน (พระ) พระสอน เมื่อรู้ว่า
พระฉลาด ก็เลยหาวิธีที่จะกันพระไม่ให้เข้ามายุ่งกับ
การเมือง เพราะไม่งั้นจะครอบงำคนในประเทศนี้
และประชาชนไม่ได้ เพราะกลัวคนจะฉลาดมากขึ้น
เลยเป็นที่มาว่า พระสงฆ์จะมายุ่งกับการเมืองไม่ได้
มันคนละเรื่องกับชีวิตวิถีพระ ถึงขนาดมีคำสอน
หรือคำสั่งห้ามไม่ให้พระสงฆ์สอนเรื่อง คำว่า สันโดษ
เพราะอะไร ก็เพราะถ้าสอนเรื่องสันโดษ มันจะทำ
ให้คนขี้เกียจ ไม่ขวนขวาย แต่วันนี้ ในหลวงยกเอา
สันโดษขึ้นมาสอน เพื่อให้คนมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง
และไม่ต้องโกงใครกิน
......ตอนบ่ายพักผ่อน กลางคืนจำวัด ดึกดู
โทรทัศน์ ค่ำซัดมาม่า ไม่สนใจสุขทุกข์ชาวบ้าน
ปล่อยให้ชาวบ้านทุรนทุราย โดนครอบงำด้วยความ
โง่เง่า และเผอิญนักบวชเองก็ดันทะลึ่งไปรับเอาอามิ
จสินจ้างจากรัฐบาล จากพลพรรคเสื้อแดง แล้วก็ตก
อยู่ในอำนาจของเค้า ถึงขนาดครั้งหนึ่ง วันที่พระเจ้า
อยู่หัวครองราชย์ครบ 60 ปี หลวงปู่ขอพระราช
ทานพระรูปทรงผนวชไปแจกทุกวัดทั่วประเทศไทย
มีบางวัดที่เป็นพวกเสื้อแดง เอารูปในหลวงไปยัดไว้
ใต้กะไดกุฏิ แล้วก็เอารูปทักษิณขึ้นตั้งแทน มันน่า
รังเกียจมโหฬารมหาศาล
มันก็เลยกลายเป็นเหมือนกับว่า แผ่นดินนี้มันกลาย
เป็นแผ่นดินชินวัตรไปแล้วหรือไง ใช่หรือไม่ พี่น้อง
(ไม่ใช่) แล้วเราจะทำยังไง (ไล่มัน) ต้องจุดธูป
อัญเชิญให้เค้าไปหาที่อยู่ใหม่เฮอะ เพราะนี่มันเป็น
แผ่นดินพ่อเรา มันเป็นแผ่นดินที่บรรพบุรุษเรา ใช้
เลือดเนื้อและชีวิตแลกมันมาทุกตารางนิ้ว แต่คน
ตระกูลชินวัตรเสียเลือดไปกี่หยด (ไม่มี) ไม่มีเลย
มีแต่เสียน้ำลายไปหลายหยด เพราะกินมูมมามมาก
เกินไป
ถ้าขืนปล่อยอย่างนี้ อีกไม่กี่วันก็จะมีรายการกู้ 2
ล้านๆแล้ว แล้วประเทศไทยจะยอมเป็นขี้ข้า เป็นหนี้
เค้าต่อไป ถามว่า เราอยากได้รถไฟความเร็วสูงมั้ย
อยากได้ เราอยากได้การคมนาคมที่เจริญมั้ย อยากได้
แต่ทำไมมันแพงขนาดนี้ แล้วมันก็ไม่จำเป็นจะต้อง
ไปกู้เงินนี่ ใช้งบประมาณปกติ ก็น่าจะใช้ได้แล้วนี่
โดยที่ค่อยๆ ทยอยทำไปเรื่อยๆ โดยสร้างงบ
ประมาณผูกพันขึ้นแต่ละรายปีๆ
แล้ววันนี้ ปัญหาของบ้านเมืองไม่ใช่เพียงแค่
กฏหมายที่ถือว่า เป็นกฏหมายอัปยศ กฏหมายช่วย
คนโกง ช่วยล้างคนผิด แต่มันรวมไปถึงกระบวนการ
ที่อนุญาตให้เกิดพระราชบัญญัติ 190 พรบ.ไอ้
190 นี่แหละ มันเป็นที่นำมาของการที่จะเสียดิน
แดน เสียทรัพยากร เสียทรัพย์ เสียชาติ เสียแผ่นดิน
เพราะว่า รัฐมนตรีจะไปตกลงกับต่างชาติได้อย่าง
สบายโดยไม่ต้องอาศัยมติสภา เพราะฉะนั้น ถ้าเรา
ยินยอมให้กฏหมายนี้ประกาศใช้ออกมา ขนาดยังไม่
ประกาศใช้ ทางขึ้นเขาพระวิหารก็กลายเป็นของ
เขมรไปแล้ว และถ้าประกาศใช้ อีก 4.6 ตาราง
กิโลเมตร ไม่รู้จะกลายเป็นของเขมรได้เมื่อไหร่
แล้วเราจะทำยังไง พี่น้อง ยอมมั้ย (ไม่ยอม) ยอม
มั้ย (ไม่ยอม) คืนนี้ ลองไปเยี่ยมนายกฯปูแถว
บ้านหน่อยก็น่าจะดี
พิธีกร หลวงปู่ครับ เรื่องเขาพระวิหารก็เป็นเรื่อง
หนึ่งนะครับ เรื่องมาตรา 190 ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แล้วในมุมมองของหลวงปู่ การที่จะปฏิรูปประเทศไทย
ในทัศนะของหลวงปู่
หลวงปู่ ที่จริงเนี่ยนะ
พิธีกร ต้องปฏิรูปอะไรเป็นลำดับแรกครับ หลวงปู่
หลวงปู่ สำหรับความคิดของชั้น วิธีคิดของชั้น
เนี่ยนะ ไม่จำเป็นว่า คนอื่นจะต้องเอาตาม แต่ชั้นคิด
ของชั้นอย่างนี้ว่า ที่ผ่านมา เราคิดเสมอว่า ส.ส ซึ่ง
เป็นตัวแทนของเราและปวงชน จะทำหน้าที่แทนเรา
แต่ผลปรากฏว่า เค้าทำหรือไม่ทำ (ไม่ทำ) ไม่ได้ทำ
แต่เค้าทำหน้าที่แทนเจ้าของพรรคและคนที่จ่ายเงิน
ให้แก่เค้า มันจึงมีบริษัท การเมือง จำกัด เกิดขึ้น
เพราะฉะนั้น เราก็มุ่งหวังไม่ได้ในสภาของผู้แทน
ราษฎร เราก็หวังต่อไปอีกว่า เราจะต้องได้รับการ
สงเคราะห์ดูแลเอาใจใส่ผลประโยชน์ของชาติและ
แผ่นดิน ประเทศ จากสภาสูงที่เรียกว่า ส.ว แต่ณ.
วันนี้ ส.ว บางคนก็กลายเป็นผู้ที่รับเงินเดือนประจำ
จากพรรคการเมือง ซึ่งเราก็คงจะหวังอะไรไม่ได้
เพราะฉะนั้น เราก็เลยคิดว่า ทำยังไงให้อำนาจมัน
กลับไปสู่มหาชนและปวงชนได้อย่างแท้จริง
ชั้นก็เลยคิดเอาเล่นๆ ว่า ให้ทุกสังคม ทุกตำบล ทุก
หมู่บ้าน พากันไปสรรหาคนดี มีคุณธรรม มีความรู้
ความสามารถ เอามาตั้งเป็นสภาหมู่บ้านโดยมีหัว
หน้าสภา คือ บุคคลที่ได้รับการยอมรับจากสังคมและ
หมู่บ้านนั้นๆ แล้วคนเหล่านี้ก็จะเป็นตัวแทนไป
เลือกสภาตำบล สภาอำเภอ สภาจังหวัด แล้วพวกสภา
จังหวัดก็จะทำหน้าที่เข้ามาเป็นสภาของประชาชน
เวลามีกิจกรรม ภารกิจทั้งใหญ่และน้อยทั้งหลายของ
ชาติ ก็จะต้องได้รับการปรึกษาหารือจากสภา
ประชาชน ตั้งแต่ตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงสภาใน
ระดับประเทศให้เป็นที่ยอมรับและรับรู้กัน
คุณรู้มั้ยว่า ทำไมคนใต้เค้าถึงระเบิดถนน คุณรู้มั้ย
ชั้นไปทางใต้มา ไปบิณฑบาตร ไปอยู่มา แล้วก็ไป
สร้างโบสถ์ไว้ที่บันนังสตา เนี่ยอีก 2 วัน จะต้องไป
ทอดกฐินให้เค้า ที่เค้าระเบิดถนนๆ เยอะแยะเนี่ยนะ
ที่คนใต้เค้าไม่ได้อยากได้ถนน แต่เค้าอยากได้วิถี
ชีวิตที่เค้าคิดและทำ พูด คิดด้วยตัวเค้าเอง เค้าไม่
อยากได้คาราโอเกะ เค้าไม่อยากได้ร้านรวงที่มัน
รุ่งเรือง ร่ำรวย ไม่อยากได้ไอ้ร้านเลข 7 ไม่อยาก
ได้ร้านสะดวกวซื้อ เค้ามีข้าวก็แลกปลา มีปลาก็แลก
กะปิ เค้าทำอาชีพ ทำวิถีชีวิตและวิถีชุมชนด้วยความ
รู้สึกว่า นี่คือ ความพอเพียงและรักษาวัฒนธรรมของ
เค้าไว้ แต่คนเมืองอย่างพวกเราโดยเฉพาะรัฐบาล
ในยุคคุณทักษิณ พยายามไปยัดเยียดให้เค้าจนเค้า
รับไม่ได้ เค้าก็เลยออกมาปฏิเสธ คุณสร้างอะไร ชั้น
ทุบไอ้นั่น คุณสร้างอะไร ชั้นระเบิดไอ้นั่น คุณให้
อะไร ชั้นทำลายไอ้นั่น เพราะมันคือ การทำลายวิถี
ชีวิตของเค้า
เหมือนๆ กับที่คนเมือง รัฐบาลยุคนายกฯทักษิณ เอา
สังกะสีไปแจกชนเผ่าตองเหลือง ชั้นไปน่าน ไป
ธุดงค์ที่น่าน ไปเห็นชนเผ่าตองเหลือง เค้าเรียก ผี
ตองเหลืองเนี่ยนะ เป็นอะไรที่หาตัวได้ยาก เพราะ
เป็นคนที่ต้องอยู่ในป่า ถามว่า ทำไมเรียกชนเผ่าตอง
เหลือง ก็เพราะว่า เค้านุ่งใบตองและมุงหลังคาด้วย
ใบตอง เมื่อใดที่ตองสีเหลือง เค้าก็จะย้ายไปเรื่อยๆ
ไม่อยู่ประจำที่ เค้าจึงเรียกว่า ชนเผ่าตองเหลือง แล้ว
พวกนี้จะไม่อาบน้ำ
แต่พอรัฐบาลเอาสังกะสีไปให้เค้า ไปบังคับให้เค้าอยู่
กับที่ ชนเผ่าตองเหลืองก็ต้องมาอยู่ในบ้านที่มุงสังกะสี
แล้วเค้ารับไม่ได้กับอากาศร้อน พอมีสังกะสี ก็ต้องมี
ไฟฟ้า พอมีไฟฟ้าก็ต้องมีพัดลม พอมีพัดลมขึ้นมา
ชนเผ่าตองเหลืองไม่เคยทำอาชีพอะไรนอกจากล่า
สัตว์และปลูกข้าวไร่ คือ ปลูกข้าวป่า พอเค้าจะต้องมา
อยู่ในสิ่งที่รัฐบาลยัดให้เค้า เค้าทำยังไง เค้าก็
ต้องกลายเป็นทาสของนายทุน ไปรับจ้างตัดไม้ รับ
จ้างถางป่า เพื่อให้นายทุนไปบุกรุกแพ้วถางป่า เพื่อ
ปลูกยาง ปลูกปาล์ม ปลูกพืชเศรษฐกิจ แล้วเค้าได้
อะไร ได้ค่าจ้างแค่รายวันไม่กี่บาท สุดท้ายเนี่ย วิถี
ชีวิตเค้าโดนทำลายเกลี้ยง จนเวลานี้ ชนเผ่าตอง
เหลืองกลุ่มหนึ่งแยกตัวออกมา แล้วไม่ยอมรับกติกา
ที่รัฐบาลไปยัดใส่หัวเค้า
เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ได้สภาประชาชน สมมุติว่า
ชนเผ่าตองเหลืองมาเป็นผู้แทน หนึ่งในหลายร้อย
หลายล้านคนในสภาประชาชน เค้าก็จะได้บอกถึง
ความรู้สึกของเค้าว่า เค้าต้องการอะไร คนทาง 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการอะไร พี่น้องมุสลุ
มในตำบล ในอำเภอบันนังสตา ต้องการอะไร ใน
อำเภอชะอวดต้องการอะไร คนกรุงเทพฯอย่างพวก
เราต้องการอะไร เค้าจะได้ประมวลความต้องการ
เข้ามาใส่ในสภา ถ้าไม่ใช่สภาประชาชน มันก็จะ
ประมวลความต้องการของหัวหน้านักการเมือง เจ้า
ของพรรคการเมือง แล้วก็นายทุนพรรคการเมือง
เอามายัดใส่สภา แล้วก็ออกมาเป็นกฏหมายเพื่อให้
เค้าโกงกินกันได้สบายและสะดวกโยธิน
พิธีกร หมายความว่า การปฏิรูปประเทศไทย
หลวงปู่กำลังมองถึงสภาภาคประชาชน ใช่มั้ยครับ
หลวงปู่ ใช่ มันควรจะต้องมีสภาภาคประชาชน
มาทำหน้าที่บริหารจัดการผลประโยชน์ของชาติและ
แผ่นดิน และผลประโยชน์ของกลุ่มก้อน และชนชั้น
ของตัวเองอย่างแท้จริงได้เสียทีแล้วเพราะอะไร
เพราะประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมา 80 กว่าปีแล้ว
มันไม่ได้ตอบโจทย์ให้คนได้มีความเสมอภาคใน
ความเป็นอยู่เลย ไอ้คนที่จนก็จนกระจายตลอดกาล
ตลอดสมัย ไอ้คนที่รวย ก็รวยกันกระจุก ร่ำรวยดี
รวยมั่งรวยมี รวยกันไม่หยุดไม่สิ้น รวยกันไม่เลิก
รวยยันโคตรพ่อโคตรแม่ ตระกูลวงศ์ พงศ์เผ่า รวย
ไปยันแม้กระทั่งคนขับรถ ยามเฝ้าประตู มันรวย
กระทั่งคนขัดรองเท้าและคนหิ้วกระเป๋าตังค์ตามตูด
พิธีกร รวยทั้งตระกูล ใช่มั้ยครับ หลวงปู่ครับ
หลวงปู่ มันไม่ใช่รวยทั้งตระกูล เค้าเรียกรวยทั้ง
โคตร
พิธีกร รวยทั้งโคตร
หลวงปู่ เอ่อ รวยทั้งโคตร เพราะไอ้ความรวยทั้ง
โคตรอย่างนี้แหละ เราจะยอมอีกต่อไปมั้ย (ไม่ยอม)
เลิกเสียทีเถอะ ความร่ำรวยกระจุกเนี่ย แล้วจน
กระจายเนี่ย เราจะตายอยู่แล้ว
พิธีกร รวยกระจุก จนกระ จาย เราจะตายอยู่แล้ว
หลวงปู่ ใช่ ที่จริงเนี่ย คราวที่แล้ว นี่ชั้นขึ้นครั้งที่ 3
แล้วนะ ติดนโยบายรัฐบาลไว้ คราวที่แล้วอ่านไปได้
3 ข้อ ใช่มั้ย
พิธีกร 4 ข้อ ครับ
หลวงปู่ 4 ข้อ
พิธีกร ครับผม
หลวงปู่ วันนี้ชั้นมาเพิ่มเติมให้ครบ 16 ข้อ ฟัง
หรือไม่ฟัง (ฟัง) เอ้า มีเวลามั้ย ไม่ทันใช่มั้ย ท่าน
พิธีกรบอกว่า ไม่ทัน เดี๋ยวฝากให้พิธีกรเอาไว้อ่าน
นโยบายของรัฐบาล แต่น่าจะมีคำถาม คุณมีคำ
ถามอย่างอื่นมั้ย พี่น้องมีอะไรจะถามมั้ย ไม่คิดถาม
บ้างเหรอว่า เราจะชนะมั้ย
พิธีกร กำลังจะถามหลวงปู่ว่า
หลวงปู่ ชนะ
พิธีกร การออกมาเรียกร้องครับ หลวงปู่ครับ
ภาคนักศึกาและภาคประชาชน หลวงปู่ว่า ต้องใช้
ระยะเวลายาวนานหรือว่า เผด็จสึกภายใน 2- 3
วันข้างหน้า หรือ 1 สัปดาห์ หรือว่า 20 วันครับ
หลวงปู่ครับ หรือว่า กี่วันครับ หลวงปู่ครับ
หลวงปู่ จริงๆ ชั้นเนี่ยนะ ใจชั้นเนี่ยนะ ตัวชั้น
เนี่ยนะ และความรู้สึกของชั้นเนี่ยนะ อยากให้ชนะ
ภานในนาทีนี้ด้วยซ้ำ อ้าว จริงๆ ถ้าชั้นเป็นแกนนำ
บนเวทีนี้เนี่ย พาไปแล้ว เอ้า จริงๆ เพราะชั้นถือว่า
ชีวิตนี้ ชั้นเป็นพลีเพื่อแผ่นดิน พาไปทำอะไร พาไป
สวดมนต์ให้นายกฯ ฟัง
พิธีกร พาไปสวดมนต์ แล้วพาไปจุดเทียน ครับ
หลวงปู่ครับ
หลวงปู่ เอ่อ จุดเทียนให้รัฐบาลและรัฐสภารวม
ทั้งสภาผู้แทนฯ ได้สว่างเหมือนกับสมเด็จโตท่านจุด
ไต้เข้าไปในวัง เข้าไปในจวนของผู้สำเร็จราชการว่า
ตื่นเสียทีเถิด พี่น้อง โดยเฉพาะพวกเสื้อแดงทั้งหลาย
เมื่อวานนี้ เค้าจ่ายตังค์คุณมา คนละ 2,000 บาท
เนี่ย กินไปได้กี่วัน แล้วชาติมันพังขนาดไหน
พิธีกร ชาติก็จะพังไปเรื่อยๆ ครับ หลวงปู่
หลวงปู่ คุณเห็นภาพมั้ย ที่เค้ากำลังจ่ายตังค์กัน
น่ะ เค้ามีภาพไปทั่วเลยนะ จ่ายตังค์กัน มีรับแทนกัน
ด้วย มีการเซ็นต์ชื่อรับแทนกันอีกต่างหาก
พิธีกร มีการเก็บรวบรวมสำเนาบัตรประชาชน
หลวงปู่ เอ้อ เพราะฉะนั้นเนี่ย ไอ้เงิน 2,000
แล้วมาทำลายชาติให้ล่มสลายจาก 2 ล้านๆ มันไม่
คุ้มกันเลย พี่น้อง เราเนี่ยนะ เห็นรัฐบาลชุดนี้เค้า
พยายามออกมาพูดก่อนที่เค้าจะมาครองอำนาจ เค้า
จะทำให้ระบบ 2 มาตรฐานมันหายไป แต่ชั้นเห็นว่า
ตำรวจเนี่ยนะ เอารถหวอ รถนำขบวน มานำรถ
ขบวนเสื้อแดงให้เข้ากรุงเทพฯนะ แต่เวลาพี่น้องที่
ออกมาชุมนุมกันที่นี่และที่อนุเสาวรีย์นะ เอาตำรวจ
มากั้น แล้วก็พยายามซักฟอกว่า มาทำไม มาทำไร
มาเพื่ออะไร แล้วก็แก่แล้ว อย่ามาเลย กลับไปนอน
บ้านเถอะ
พิธีกร ผมเห็นมันติดประกาศ ของสถานีตำรวจ
นครบาลแถวๆสานไหม ว่า ห้าม อย่าให้พี่น้องออก
มาชุมนุม เดี๋ยวจะโดนยุยงส่งเสิม หรือ ไม่ให้มาต่อ
ต้านคัดค้านรัฐบาล ในมุมมองของหลวงปู่ เจ้าหน้าที่
องรัฐกระทำอย่างนี้ หมายความว่า อย่างไรครับ
หลงปู่ ที่จริง ชั้นเข้าใจนะ เข้าใจความรู้สึกของ
พวกพี่น้องชาวตำรวจเค้า เพราะหลายคนก็ไม่ได้
อยากมาหรอก แต่เพราะว่า ตังค์เท่านั้นทำให้เค้ามา
ตังค์เท่านั้นทำให้เค้ามา แม้จะมาแล้ว เบี้ยเลี้ยงวันละ
500 บาท แล้วโดนหักไป200 เหลือ 300 ก็
ตามที มันไม่คุ้มกันเลย เค้าก็เพื่อความอยู่รอด อีก
เรื่องหนึ่งก็คือ ทำหน้าที่ตามคำสั่งของนายที่ตกเป็น
ทาสของนักการเมือง
เพราะฉะนั้น มันก็เลยเป็นอะไรที่มัน เราอย่าไปว่า
เค้า อย่าไปตำหนิเค้า พวกพี่น้องตำรวจที่เค้ามาเย้วๆ
กับเรา ที่มากั้นมากันเราเนี่ย ลองไปถามความรู้สึก
เค้า เค้าก็ไม่ได้อยากมา แล้วเค้าก็ไม่อยากเห็นเพื่อน
เค้าต้องมาเป็นลมตาย ป่วยตาย ตายไป 3 ศพแล้ว
เค้าไม่ได้อยากเห็น เค้าอยากกลับไปนอนกับลูกกับ
เมีย กินข้าว นอนดูโทรทัศน์ตอนย็น ดูดนตรี มี
ความสุข เค้าไม่ได้อยากมาทรมานอย่างนี้ แต่เพราะ
ความอยู่รอดของท่านนายกฯ และคณะรัฐบาลบังคับ
ให้เค้ามา
ถ้าท่านนายกฯ และคณะรัฐบาลฟังเสียงประชาชนแต่
แรก พวกคุณจะมาอยู่ตรงนี้มั้ย (ไม่) ไม่มา ไม่มี
ใครอยากมา มีใครอยากมามั่ง ไม่มีใช่มั้ย (ใช่) เอ้อ
ชั้นก็ไม่ได้อยากมา ชั้นไม่อยากให้สังคมดูว่า ชั้นมา
ทำเรื่องน่ารังเกียจ ไม่เป็นสมณะสารูป ไม่ได้อยากมา
ไม่มีใครอยากมาแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อคนอื่นต่อ
หน้าธารกำนัลขนาดนี้หรอกถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่า
แรงและไม่เหลืออด
พิธีกร เหลืออดเหลือทนแล้วจริงๆ ครับ หลวงปู่
หลวงปู่ ใช่ ถ้าบ้านเมืองนี้มันดำรงไว้ซึ่งความเที่ยง
ธรรม สุจริตและยุติธรรมชัดเจน ไม่ลำเอียง และถูก
ต้องชอบธรรม ไม่มีใครอยากมาประกาศตนเป็น
ศัตรูกับคนถือปืนในมือหรอก ไม่มี แล้วชั้นก็ไม่ได้
อยากมาขึ้นทะเบียนของสันติบาล จากลำดับที่ 38
ขยับมาเป็นลำดับที่ 12 หรอก
พิธีกร หลวงปู่เข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนมั้ยครับ
รู้สึกลำดับที่ 12 เค้าขยับลงมาอีกแล้วนะครับ หลวง
ปู่ครับ
หลวงปู่ เหรอ
พิธีกร ครับ ลำดับที่ 9 แล้วนะครับ
หลวงปู่ ลำดับที่ 9 ขอบคุณสันติบาลมาก ที่ให้
เครดิตชั้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดของสังคม
ปฏิวัติ เป็นลำดับที่ 9 แล้ว .......ว่า ตระกูล
ชินวัตรเค้าถือว่า ชั้นเป็นบุคคลอันตรายลำดับที่ 9
ภาคภูมิใจ เป็นความภาคภูมิใจ
ชั้นอันตรายเฉพาะคนที่โกงบ้านโกงเมืองและโกง
แผ่นดิน ทำลายประเทศชาติ และก็คิดจะทำร้าย
ราชวงศ์ แต่ชั้นจะเป็นมิตรต่อคนที่รักชาติ รักแผ่นดิน
รักประเทศ รักในหลวง รักราชวงศ์
พิธีกร ช่วงท้ายนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนที่เคารพ
รัก พนมมือขึ้น เพื่อที่จะได้รับการอธิษฐานของ
หลวงปู่พุทธะอิสระ
หลวงปู่ ก็วันนี้ ขออนุญาตใช้พรพระพุทธเจ้าให้
คุณได้มีชัยชนะในทุกสิ่ง ด้วยการอัญเชิญเทวดาฟ้าดิน
มาปกปักษ์รักษาพวกคุณ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน (
สาธุ)
รักขันตุ สัพพะเทวะตา ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจง
รักษาท่าน (สาธุ)
สัพพะ พุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะ
สังฆานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
ทั้งปวง
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ขอชัยชนะทั้งหลาย จงมีแก่
ท่าน ทุกคนทุกเมื่อ เทอญ (สาธุ)
วันนี้ ชั้นมีปัจจัยมาสมทบทุนช่วยชาติอีก 50,000
บาท ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนา ลูก ไปไถเค้ามา
แล้วก็มีล๊อกเกตในหลวงกับสมเด็จพระสังฆณาช เอา
มาให้กับแกนนำและหัวหน้าแกนนำ เพื่อให้สู้เพื่อ
ชาติและแผ่นดินในหลวงสืบไป ล๊อกเกตนี้มีทั้งรูป
ในหลวงและพระสังฆราช เรียกว่า ล๊อกเกตพระบิดา
และพระสังฆบิดร
ให้ทุกคนมีชัยชนะ อายุยืน สุขภาพแข็งแรง ลูก (
สาธุ)
แล้วจาะใหม่เมื่อชาติต้องการ
พิธีกร ขอกราบขอบพระคุณหลวงปู่พุทธะอิสระ
ครับ