Print
Hits: 2526

16 ก ย 2555 13.10 น.  ณ. โรงพยาบาลทหารเรือ แสดงธรรมโดยองค์หลวงปู่พุทธะอิสระ

เจริญธรรม เจริญสุข ท่านสาธุชนคนดีที่รักทุกท่าน รวมทั้งชาวบ้าน ญาติโยมที่รับชมรายการ

วิถีธรรม วิถีไทย คุณมนัส ตั้งสุข ผู้ดำเนินรายการ

วันนี้ ที่จริงแล้ว มีเรื่องที่จะมาแจ้งให้ทราบ 3 เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรกก็คือ เรื่องเมื่อวาน ไหน ใครไปเจริญพระพุทธมนต์ถวายในหลวงบ้าง ยกมือ
โอ้ เยอะเหมือนกันนี่ อนุโมทนาด้วย ได้ปัจจัย เมื่อกี้ เค้ารายงานว่า 3 แสนเท่าไหร่ (

สาธุ) เออ 3 แสนกว่าบาท ก็มอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช คือ นำขึ้นทูลเกล้าฯ พระ

บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยวัตถุประสงค์ ก็คือ ให้ทรงพระราชทานให้กับโรงพยาบาลศิริ

ราช เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยอนาถา ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันมหิดล ก็รณรงค์ออกเรี่ยไร

หาสตางค์ เพื่อสมทบทุนกองทุนมูลนิธิโรงพยาบาลศิริราช เพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยอนาถา
เมื่อวานลูกหลานถวายตังค์มา ก็รอบแรกได้แสนกว่า รอบที่ 2 ก็ได้อีกแสนกว่า ก็รวมเป็น

3 แสน ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อพระองค์จะได้ใช้สำหรับตั้งเป็นกองทุนรักษาผู้ป่วย

อนาถาสืบไป
ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนา (สาธุ) เดือนหน้าเราก็ไปเจริญกันใหม่ สัปดาห์ที่ 3 ของ

เดือนในวันเสาร์ เวลา บ่ายโมง ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยตรงเวลาหรอก
คุณมนัส      20 ตุลาฯ
หลวงปู่       20 ตุลาฯ บ่าย 2 โมงครึ่ง แล้วก็ เมื่อวานได้แจ้งไว้แล้วว่า ถ้าเป็นไปได้ ก็

จะพยายามไปทุกเดือน ไปไม๊ล่ะ (ไป) เออ ไปเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระองค์ทุก

เดือนจนกว่าจะถึงเดือนแห่งวันเฉลิมพระชนม์พรรษา ก็คือ เดือนธันวาคม ก็น่าจะไปได้

ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะว่า อยากให้พวกเราทุกคนแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ความ

กตัญญู กตเวทิตา แล้วก็ทำให้ความจงรักภักดี กตัญญู กตเวทิตา นี่มันแผ่กว้างไพศาลไปทั่ว

ไม่ใช่ ไปเฉพาะคนเดียว ลูก ชวนคนข้างบ้านเค้าไปด้วยก็ได้ รวมกลุ่มกันก็ได้ ลูก มาเป็น

กลุ่ม เป็นคันรถบัส เออ ไม่รู้ใครจะเรียก ก็เอาซักคนหนึ่ง ใครเป็นตัวแทน ผู้นำในหมู่บ้าน ก็

เรียกรถซักคันหนึ่ง ออกค่ารถกันคนละนิดคนละหน่อย ต่างคนต่างออก อย่ามาเบิกกับกู

เพราะกูก็ยังต้องอาศัยเค้ามาเหมือนกัน เอ้า จริง หลวงปู่ก็อาศัยเค้ามา
งั้น ถ้าเป็นไปได้ เดี๋ยวเดือนหน้า หลวงปู่จะให้เค้าเรียกรถบัสซัก 2 คัน จอดไว้หน้าวัด เอา

ชาวบ้านแถวกำแพงแสน เดี๋ยวเดือนหน้าจะดูอีกที ว่า จะทำกับข้าวมาเลี้ยงหรือเปล่า ทำ

ข้าวกล่องมา เดี๋ยวดูก่อน เมื่อวานนี้ คิดตอนนั่งสวดมนต์จบ แล้วก็มานึก เออ คนเฒ่าคนแก่

ลูกเด็กเล็กแดง บางทีหิว คือ นึกถึงโยมไง มานึกถึงย่าว่า รับปากกับแกไว้ว่า เดี๋ยวจะไปทำ

กับข้าวให้แก แล้วแกก็นั่งหง่าวรอยันทุ่มกว่า เออ คิดว่า ไปทำ คงไม่ทัน เดี๋ยวคนแก่เป็นลม

ก็เลยบอกอ้ายแสบ มึงแวะซื้อเกี๊ยวตรงนี้ล่ะวะ เออ แกก็อยู่จนทุ่มกว่านะ ไม่ยอมกินข้าว

นั่งรอ

ก็เลยมานึกว่า เออ แล้วผู้เฒ่าผู้แก่ที่เค้ามาสวดมนต์ทำยังไง เพราะบอกกับแกไว้ว่า เดี๋ยวจะ

กลับไปทำกับข้าวให้ นึกว่าจะเลิกหัวค่ำ เลิกไม่เย็นนัก แต่เมื่อวาน ฝนมันตก รถมันติดน่ะ

ตามสูตร ฝนตก รถติด ฝนตกธรรมดา น้ำท่วมครึ่งล้อ น้ำท่วมไปครึ่งล้อ ก็ปีที่แล้วเอาอยู่ ปี

นี้ก็เอาอีก ก็มันก็เป็นพันธุ์นี้ ตกนิดหน่อย ก็น้ำท่วมไปครึ่งล้อแล้ว

ก็คิดว่า เดี๋ยวดูก่อนว่า เดือนหน้าจะมีกำลังวังชา มีสติปัญญา จะทำอาหารมาเลี้ยงหรือเปล่า

แต่อยากให้ทุกคนได้อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มกายสบายใจไปพร้อมเสร็จ เดี๋ยว ดูอีกที ลูก ถ้ามีกำลัง

ก็จะทำ แต่นึกเอาไว้แล้วล่ะ

อีกเรื่องก็คือเรื่อง กลับจากเหนือมาใหม่ๆ ขออนุญาตนะจ๊ะ นั่งหลับไปก่อน (หันไปบอก

คุณมนัส ฯพิธีกร) กลับจากเหนือมาใหม่ๆ รุ่งขึ้นก็บิณฑบาตร ก็บิณฯ เสร็จแล้วล่ะ แล้วก็

นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ลูกพระเค้าก็เอาน้ำมาล้างเท้า ก็มีคนมาช้า เค้าก็เอาของมาถวาย ของที่

เอามาถวาย เค้าเตรียมมาใส่บาตรพระ พระเค้ากลับหมดแล้ว ก็เลยเอามาเท เอามารวม

เหมาให้หลวงปู่ ของเยอะแยะ เราก็เลยบอก รับไว้ แล้วเดี๋ยวไปถวายพระ ก็มีกาแฟกระป๋อง

มีอะไรต่ออะไร อ้ายเด็กก็เลยเอาไปถวายพระ พระที่ล้างเท้าหลวงปู่ เค้าก็ อ้ายนี่เป็นของหา

ยากมากเลยในวัดนี้, ถาม อะไร, กาแฟ, กาแฟ นี่เป็นของหายากมากในวัดนี้ เออ

ค้นทั้งคลังก็ยังไม่เจอ นี่มาเจอ เป็นของหายาก, ถามว่า ทำไม, ผมติดกาแฟ ฉันกาแฟ,

พระใหม่

เราก็เลยบอกว่า เป็นพระเป็นเณรเนี่ย มันไม่ควรจะต้องติดอะไร ถ้าเป็นพระ เป็นเณรติด

อะไรเนี่ย มันไม่ควรจะต้องเป็นพระเป็นเณรละ อ้ายที่เรามาบวชเนี่ย เพราะเราไม่ต้องการ

ติดในอะไร พระติดยา ติดกาแฟ ติดชา ติดกัญชา ติดบุหรี่ ติดหวย ติดยา ติดหมาก ติดอะไร

สารพัดติด
มันไม่น่าจะเป็นพระ
เออ หลวงปู่เนี่ย ถามว่า ฉันชาไม๊, ฉัน, แต่ถามว่า ติดไม๊, ก็ไม่ได้ติด มีให้ฉัน กูก็

ฉัน ไม่มีให้ฉัน กูก็ไม่ขวนขวายที่จะหาฉัน ใครให้มา บางทีก็ เออ อย่างเมื่อวานซืนนี้ไป

เหนือ พวกแอร์โฮสเตสมันซื้อชามาถวายตั้ง 3-4 ห่อ เราก็นึกในใจ อ่ะ กูได้ยาเข้าคลังละ

ก็คือ เค้าถวายชามา เราก็เอามาทำยา เพราะยาบางตัว มันต้องเข้าใบชา แต่อ้ายที่จะเอามา

นั่งเสียเวลาชง ดื่ม ฉัน มีอารมณ์สุนทรียภาพ นั่งจิบชา มอง บรรยากาศ คงไม่มีปัญญา มัน

ไม่มีเวลาถึงขั้นนั้น

งั้น ก็เลยพยายามทำตัวไม่ให้ติด อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่พยายามจะติดอะไร ก็เพราะว่า

ตัวอย่างเช่น คนเค้าซื้ออ้ายน้ำแร่ที่มันอัดแก๊ส ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่รู้ว่ามันแพงมาก ขวด

หนึ่งตั้งเป็นหลายร้อยบาท เราฉันแล้ว มันก็รู้สึกท้องมันโล่ง มันขับลม ฉันไปๆ เราก็ เอ๊ นี่

ซื้อมาบ่อยๆ นี่ขวดเท่าไหร่ เค้าบอกว่า ขวดหนึ่งตั้งครึ่งพันแน่ะ บอก อู้หู กูซื้อน้ำกินได้ตั้ง

หลายวัน ไม่เอาๆ เอาคืนไปๆ, ซื้อมาแล้ว, เอ้า ซื้อมาแล้ว กูกินหมด แล้วมึงไม่ต้อง

ซื้อมาใหม่

สาเหตุที่ไม่กล้าจะติดอะไรก็เพราะว่า เมื่อวานนี้ แค่ครึ่งเดือนนี่ ปาเข้าไป 7 ล้านล่ะ ค่าใช้

จ่าย เมื่อวาน วันที่เท่าไหร่ (15) เออ 7 ล้านแล้ว ถ้าขืนเรามาติดโน่นติดนี่ แล้วจะมี

ปัญญาเอาอะไรไปซื้อ แล้วใครจะมาเลี้ยงเรา งั้น ทำตัวให้ติดให้น้อยที่สุดน่ะ ดี  อ้ายคนที่

มันยังติดอยู่ แสดงว่า มันไม่เป็นภาระ มันไม่มีภาระ ไม่คิดจะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระ มันมี

ปัญญาไปติดนู่นติดนี่

หลวงปู่นี่ จะเป็นคนที่ เวลาจะกินอะไร จะทำอะไรนี่ต้องนึกถึงความสะเทือน กระทบถึงคน

รอบข้าง งั้น พระเณรทั้งหลายนี่ จำไว้เลยว่า ถ้าเป็นพระ เป็นเณรดีๆ ในพระธรรมวินัยนี้

เค้าไม่ติดอะไร ถ้ายังติดอะไรอยู่ นี่มันพระเณรแล้ว มันคือ ลูกชาวบ้านมาบวช แล้วก็ติด

นู่นติดนี่เลอะเทอะไป นั่นมันอัปรีย์ละ มันไม่ใช่คนดี ไม่ใช่ของดี ไม่ใช่นักบวชดี ไม่ใช่พระดี

จำไว้อย่างนี้ก็แล้วกัน

เดี๋ยวนี้ มีเยอะแยะไป ติดโน่น ติดนี่ ติดยา ติดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ติดชา ติดกาแฟ ติดบุหรี่

ติดหมาก ติดอะไรต่ออะไรสารพัดติด เป็นพระนี่มันต้องไม่ติด นักบวชนี่ ถ้าติดแล้วมันจะ

ต่างอะไรจากชาวบ้าน บวชเข้ามาแล้วมันต้อง ละ วาง ปล่อย เว้น มันไม่ใช่บวชเข้ามาเพื่อ

จะมาเสพติด อย่างนี้เป็นต้น นี่ก็ สิ่งที่อยากพูดให้ฟัง เผื่อรายการนี้ มันจะเข้าไปถึงโสต

ประสาท แก้วหูของท่านพระเดชพระคุณทั้งหลายที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา อาจจะ

ไม่โดนใจ หรือ ไม่ชอบใจ ก็ไม่เป็นไร
แต่นี่คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเอาไว้ในสุบินนิมิต เมื่อครั้นพระองค์ทรงสำเร็จอนุตร

สัมมาสัมโพธิญาณ แล้วก็ประกาศสัจธรรม ทรงสุบินนิมิตว่า

มีหมู่หนอนหัวดำหัวขาว เดินออกมาจากหลุมมูดคูตและกองขี้ที่กองเป็นภูเขาเลากา แล้ว

ท่านก็ทรงตื่นจากความฝัน คือ ตื่นจากบรรทมแล้วก็ทรงแก้ความฝันว่า กองภูเขาเลากาที่

มูดคูตและขี้ มันคือลาภสักการะ มันคือ โลกธรรม แล้วหมู่หนอนที่ออกมาจากหลุมขี้ มูดคู

ตและขี้ที่กองเป็นภูเขาเลากา คือ ออกจากลาภสักการะ แล้วมาไต่ตามชายจีวรพระองค์ คือ

ผู้ที่ไม่หลง ไม่ยึดติดอยู่ในมูดคูตหรือ ลาภ ยศ แสง สี สุข ทุกข์ ชื่อเสียง ความชอบ ความชัง

ความยอมรับ ปฏิเสธ ก็คือ ผู้ต้องไม่เสพติดในอะไร ไม่ทำอะไรให้เป็นอารมณ์ และไม่มี

อารมณ์ในอะไร ๆ อย่างนี้เป็นต้น
นั่นคือ หลวงปู่เขียนบทโศลกไว้เมื่อร่วม 30 กว่าปีที่แล้ว

งั้น คุณพระที่ดี คุณเณรที่ดี ก็ต้องเข้าใจว่า เราต้องไม่เสพติดอะไร นั่นคือ สิ่งที่อยากพูดให้

เข้าใจ คุณพระทั้งหลายที่ฟังตอนนี้ อยู่ในช่วงเข้าพรรษา ถ้าเห็น เรารู้สึกจะเป็นผู้เสพติดใน

อะไรๆ ก็แสดงว่า เรายังไม่เป็นพระที่ดีไม่ได้ เป็นนักบวชที่ดีไม่ได้ เป็นศากยวงศ์ที่ดีไม่ได้

เป็นสมณะผู้ประเสริฐยังไม่ได้ ถ้าเข้าใจความหมายนี้ ก็จะได้รู้ว่า เราจะต้องทำตัวอย่างไร

อีกเรื่องหนึ่งที่จะพูดก็คือ ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะพูดถึงเรื่องภาวนา
ภาวนา ก็คือ การทำให้เจริญ เจริญใจ เจริญกาย เจริญวาจา เจริญวิญญาณ ภาวนานี่ พระ

พุทธศาสนาจัดเอาไว้หลากหลายมาก แต่รวมไว้ในคัมภีร์การศึกษาของพระพุทธศาสนา

เรื่อง พระธรรม ก็แยกแยะเอาไว้ถึง 3 อย่าง เมื่อสัปดาห์แรกๆ ก็ได้พูดถึง ภาวนาด้วย

การสาธยายมนต์ คนโบราณเค้าจะชอบให้เราภาวนา โดยอ้างเหตุบ้าง อ้างความต้องการบ้าง

อ้างความกลัวบ้าง อ้างความนิยมของสังคมในยุคนั้นๆ บ้าง เช่น
ถ้าภาวนามนต์บทนี้แล้ว ก็จะทำให้อยู่ยงคงกระพัน ทำให้รุ่งเรืองเจริญ
ภาวนามนต์บทนี้แล้ว จะทำให้เราเป็นบุคคลที่ค้าขายดี เป็นที่รักของมนุษย์ มีเสน่ห์
ภาวนามนต์บทนี้แล้ว เป็นหัวใจมหาเสน่ห์ เป็นหัวใจเศรษฐี หัวใจพระสีวลี หัวใจพระมหา

กัจจายนะ อะไรก็ว่าไป
แต่สรุปรวมๆ ก็คือ เพื่อจะผูกใจเราให้อยู่ในกุศล ไม่ได้ให้ไปข้องแวะอยู่กับอกุศล คือ ราคะ

โทสะ โมหะ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน อย่างนี้ เค้าเรียกว่า บริกรรมภาวนา หรือ ภาวนาใน

บริกรรม มีเครื่องบริกรรม เค้าเรียกว่า มีบทท่องจำ บทท่องเป็นเครื่องบริกรรม หรือเรื่อง

ภาวนา เรียกว่า บริกรรมภาวนา ภาวนาอีกระดับหนึ่ง อันนี้เค้าเรียกภาวนาระดับตื้นๆ

ระดับชาวบ้านๆ ล่ะนะ

ถ้าจะพัฒนาภาวนาในระดับบริกรรมให้มันสูงขึ้น ก็มีการมองเห็นภาพ อันนี้เค้าเรียกว่า มี

นิมิตปรากฏในภาวนากรรมนั้นๆ เรียกว่า มีการเพ่งกสินบ้าง มีการเจริญสมถะทำให้จิตนี้

สงบระงับ เช่น อาจจะรู้ ดูอานาปานสติก็ได้ หรือไม่ก็เห็นปฐวีกสินเป็นใหญ่ เห็นเตโชกสิน

เป็นใหญ่ เห็นวาโยกสิน เห็นอาโปกสิน หรือ พิจารณาอะไรที่มันทำให้จิตนี้สงบระงับ จน

ได้องค์สมาธิเบื้องต้น เรียกว่า อุปจารภาวนา จัดได้ว่า เป็นอุปจารภาวนา

อ้ายภาวนาขั้นสุดท้าย ขั้นที่ 3 มันไม่ต้องมีบทอะไรเลย ลูก มันเพียงแค่เรา มีกาย มีสติ

รู้สึกตัวอยู่ภายในกาย ตอนนี้กำลังรู้สึกตัว ภาวนาอยู่ ไม๊ หลายคนก็กำลังภาวนาอยู่นะ อาจ

จะภาวนาหนักไปหน่อย เพราะหัวห้อยแล้วบางคน อันนี้เค้าเรียกว่า ลึกไปหน่อย ลูก เอา

ขึ้นมาตื้นๆ ซักนิด อย่าลงลึกมากนัก เดี๋ยวน้ำจิ้มจะหก เอ๊อ ภาวนาแบบอัปปนาภาวนา ไม่

ใช่หลับครอก กรนนะจ๊ะ

ภาวนาแบบอัปปนาภาวนา ก็คือ ภาวนาที่มีความเจริญแบบแนบแน่น รู้ เรียกว่า มีสติ

ปัญญาตั้งมั่นอยู่ในองค์คุณแห่งคำภาวนา ไม่มีคำสาธยายใดๆ ภาวนาในวิถีพุทธเคยสอน

ไปแล้วว่า เพียงแต่มีสติรู้ความเป็นไปภายในกาย ว่า ตอนนี้นั่งอยู่ นั่งอยู่ในท่าไหน

เอ้า ลองดูซิว่า โครงกระดูกงอไม๊ โดยเฉพาะคอ คอนี่งอไม๊ เริ่มงอแล้วค่ะ บางคนงอหาย

ไปพักหนึ่งแล้ว เออ อย่างนี้แสดงว่า ไม่ได้มีองค์ภาวนาอยู่ในใจ
แต่ถ้ามีภาวนาอยู่ในกาย เราก็จะรู้ว่า กายนี้ตั้งตรงอย่างไร โครงกระดูกเราทุกซี่ตั้งตรงอย่าง

ไร เรามีสติในอิริยาบถ กระบวนการนั่งอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ เข้าใจลึกซึ้งไม๊ ถ้ามีอะไร

เกิดขึ้น เราเมื่อย เราปวด ก็รู้ว่า นี่เป็นเวทนาล่ะเกิดขึ้น เป็นสุข เป็นทุกข์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ

กาย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับใจ เช่น สภาวะธรรมปรากฏอยู่ หรือว่า จิตใจนี้มันอยู่ในราคะ อยู่

ในโทสะ อยู่ในอารมณ์ อยู่ในตัณหา อยู่ในอุปาทาน ก็แสดงว่า เรามีจิตตานุปัสนาสติปัฏฐาน

ที่เรียกว่า กาย เวทนา จิต ถ้าศึกษาวิเคราะห์ ตรึก ในเรื่องธรรมะในขณะที่นั่งอยู่ ฟังธรรมะ

ในขณะที่นั่งอยู่ ก็เรียกว่า ธัมมานุสปัสสนาสติปัฏฐาน

งั้น ภาวนาในข้อสุดท้าย นี่มันเป็นภาวนาในวิถีพุทธที่ ขอเพียงมีสติอยู่ เหมือนอย่างที่เมื่อ

วันก่อน เราโดนสอนให้มองเรื่องอื่น ฟังสิ่งอื่น ดูคนอื่นน่ะดี แต่ในวิถีพุทธ ท่าน พระผู้มี

พระภาคเจ้าจะสอนให้เรียนรู้เรื่องตัวเอง ฟังเรื่องตัวเอง แล้วรู้จักดูตัวเอง

พอรู้จักดูตัวเองอย่างช่ำชอง เชี่ยวชาญ ชำนาญแล้ว ก็ถือว่า เรากำลังเจริญภาวนา มีสติอยู่

ในกาย กายไม่ลำบาก, มีสติอยู่ในวาจา วาจาไม่ลำบาก, มีสติอยู่ในใจ ใจนี้ก็ไม่ลำบาก
งั้น ภาวนาลักษณะอย่างนี้ เค้าเรียกว่า อัปปนาภาวนา

อัปปนาภาวนา ก็คือ ภาวนาที่มันแนบแน่น มันแนบแน่นเข้าไปถึงไขกระดูก ถึงสันดาน ถึง

จิตวิญญาณ ถึงอารมณ์ ถึงสภาวะธรรมที่ปรากฏขึ้นทั้งภายใน แล้วก็ภายนอก ไม่ต้องท่อง

อะไร แค่มีสติให้รู้ความเป็นไปภายในกาย
 
สรุปรวมๆ ก็คือ วันทั้งวัน อย่าเอาแต่ไปมองคนอื่น อย่าไปเอาแต่ฟังเสียงอื่น อย่าเอาแต่ไป

ดูคนอื่น อย่าเอาแต่ไปดมสิ่งอื่น แต่มอง ดู ดม ฟังเสียง ตัวเองบ้าง อยู่ในตัวเองบ้าง รู้จักตัว

เองบ้าง นั่งรถไป ส่งใจมองไป อือ อ้ายนี่มัน ดูสิ ขับรถปาดไปปาดมา เดี๋ยวก็ตายหร๊อก,

อ้าว นี่เป็นกุศลหรืออกุศล (อกุศล) อ้าว เดี่ยวมันก็ตายหร๊อก ไปแช่งเค้าอีกล่ะ, ดูซิ

นั่นน่ะ ผ่าไฟแดงมาได้ยังไง อ้ายห่า ลูกโคตรพ่อโคตรแม่ไม่สั่งสอน, อ้าวไปอีกแล้ว ด่า

ชาวบ้านเค้าอีกล่ะ,  เอ้า อันนี้ไม่ต้องตัดล่ะนะ เพราะมันมีเห็นเป็นประจำบ่อยๆ นะจ๊ะ

เพราะงั้น ถ้าเราภาวนาอยู่กับตัว เราจะมีเวลาไปดูคนอื่นไม๊ ไม่มี๊ ลูก งั้น อัปปนาภาวนานี่มัน

ยืน เดิน นั่ง นอน นี่มันทำได้หมด ไม่ต้องบทไหนเลย แค่ดูว่า กายเราเป็นอย่างไร
สภาวะที่เกิดขึ้นกับกาย สุขหรือทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ก็เป็นเวทนา
สภาวะอะไรที่เกิดขึ้นกับจิต บุญ บาป กุศล อกุศล หรือ อัพยากฤตจิต หรือ เฉยๆ อย่างนี้ก็

เป็น จิตตานุปัสนา ก็จัดว่า เป็นอัปปนาภาวนา
หรือ สภาวะธรรมที่กำลังฟังอยู่  ศึกษาอยู่ อ่านอยู่ เล่าเรียนอยู่ หรือ แม้แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น

กับเรา เออ เรานี่มันแก่ลงๆ ไปทุกวัน อย่างนี้เป็นสภาวะธรรมไม๊, เป็นสภาวะธรรม เออ

ดูซิ ผมก็หงอกมากขึ้น ตาก็ฝ้าฟาง หลังก็งองุ้ม ร่างกาย หนังก็เหี่ยว เออ ทุกอย่างมันยาน

หมด มีอยู่อย่างเดียว คือ หูตึง ที่เหลือนอกนั้นยานหมด มีแต่หูตึงอย่างเดียว หูตึงมันก็แย่

ใช้ไม่ได้ หูหย่อนก็ไม่ค่อยดี ชอบหาเรื่อง หูตึงก็ไม่ค่อยได้ยิน ยกเว้น ถ้าด่าล่ะ ห๊า ว่าอะไรกู

สังเกตุคนหูตึงเนี่ยนะ อ้าว ไม่เชื่อ พูดอะไรร้อยแปดพันเก้า พูดไปเฮอะ มันไม่ได้ยิน แต่

ถ้าด่าล่ะ มึงว่าอะไรกูเนี่ย มันฟังออก เออ หูมันดีตอนเสียงด่า เรียก หูหาเรื่อง

งั้น รวมๆ สรุป ก็คือ ถ้าพิจารณาความเป็นไปตามในสภาพธรรมที่ปรากฏ ก็เป็น ธัมมานุ

ปัสนาสติปัฏฐาน รวมทั้งหมดนี่ เค้าเรียกว่า อัปปนาภาวนา

งั้น ภาวนาในวิถีพุทธนี่ เค้ามี 3 อย่าง บริกรรมภาวนา อุปจารภาวนา แล้วก็ อัปปนาภาวนา

เราถึงขั้นไหนแล้วจ๊ะ

หลับนานา

เอ้า ช่วยกันทำมาหากินต่อ เชิญ

คุณมนัส     กราบนมัสการท่านหลวงปู่พุทธะอิสระนะครับ และกราบนมัสการพระคุณเจ้า

ที่นั่ง ผมขอเมตตาด้วย ที่ผมนั่งอยู่ข้างบนนะครับ และกราบสวัสดีนะครับ ท่านญาติธรรม

วัดอ้อน้อยทุกท่านนะฮะ แล้วก็สวัสดีคนไกล วันนี้ต้องทักทายหน่อย เพราะโดนติงมาเยอะว่า

คนไทยในต่างแดนที่ชมเราผ่านทาง TGN Thailand Global Network

171 ประเทศทั่วโลก ไม่เคยทักทายเลย นานมากหลายเดือนแล้ว ก็สวัสดีผ่านไป

หลวงปู่    ชั้นต้องทักไม๊
คุณมนัส    ต้องทักด้วยครับ
หลวงปู่      Hello
คุณมนัส      ก็สวัสดีผ่านทางแฟนรายการ ธรรมรักษา.net ด้วยนะครับ มีการถ่าย

ทอดสดตอนนี้อยู่ด้วยนะครับ ก็สวัสดีด้วยนะครับ
หลวงปู่       Hello ต่างแดนเค้าทักทายกันยังไง เค้าไม่ใช่ Hello เหรอ
คุณมนัส     Hello บ้าง, Hi บ้าง ก็แล้วแต่สะดวกนะครับ ตามอัธยาศัย วันนี้ วิถี

ธรรม วิถีไทย ก็เหมือนเคย ขออนุญาตเวลาช่วงนี้บันทึกเทปนะครับ แล้วเราก็ได้ติดตามชม

ทางช่อง 5 เวลาตี 5 ของทุกวันศุกร์แบบนี้เป็นประจำทุกวัน วันนี้ เชื่อเหลือเกินว่า ทุก

ท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ ในบ่ายวันที่ 16 กันยายน จะโชคดี นะครับ
หลวงปู่      ห๊า
คุณมนัส      เพราะว่า ท่านหลวงปู่ขึ้นต้น แล้วก็ลงท้าย จ๊ะ จ๋า ตลอดเวลา ไม่ค่อยจะคุ้นหู

เท่าไหร่ ก็เลยเชื่อว่า วันนี้พวกเราจะโชคดีนะครับ ท่านหลวงปู่ครับ
หลวงปู่     เหรอ อ๊อ ถ้า จ๊ะ จ๋า นี่ ไม่คุ้นหูล่ะนะ
คุณมนัส      ไม่คุ้น ครับ ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่เชื่อว่า ทุกท่านจะโชคดีนะ เรารู้กัน
หลวงปู่     ไม่ พักหลังนี่
คุณมนัส      ถึงแม้ว่า เราจะติดธรรมะลึกๆ แต่ในใจบางคนก็ยังติดหวยอยู่ ก็ไม่เป็นไร ลุ้น

กันไป เพราะว่า วันนี้ อากาศมันคลื้มฟ้าคลื้มฝน ท่านหลวงปู่ ตอนแรก ผมนั่งมากับคุณแม่

ผมยังคิด จะมีใครมาฟังธรรมไม๊นะ วันหวยออกเนี่ย มากันแน่นเอียดเลย
หลวงปู่      เหรอ วันนี้นี่ หวยออกเหรอ
คุณมนัส     ใช่ครับ ท่านหลวงปู่ต้องแผ่บารมีไปเยอะๆ เศรษฐกิจรากหญ้าจะได้ดีขึ้นนะฮะ

จริงไม๊
หลวงปู่ส่ายหน้า
คุณมนัส     ไม่จริง สอนในทางที่ผิด
หลวงปู่     ไม่สนับสนุน
คุณมนัส    จริงๆ ผมก็กระเซ้าเท่านั้นแหละ
หลวงปู่      โดนกินนะจ๊ะ อันนี้ไม่ได้แช่งนะจ๊ะ มันก็มีถูก กับมีกิน นั่นแหละ
คุณมนัส      ก็เหมือนกับน้ำครับ จะเอาอยู่ หรือ จะเอาอีก ก็ต้องเลือกเอา
หลวงปู่      ก็สงสัยจะเอาอีกมากกว่า เพราะเห็นแววนี่น้า เพราะมาจากเหนือเมื่อวานซืนนี้

นั่งเครื่องบิน มองดู อู้หู น้ำมันแดงตลอดทางเลย แล้วทางเหนือเนี่ยนะ ฝนยังตกไม่เลิกเลยนะ

แถบเชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง น่าน นี่ยังตกเพลินไปเลยนะ ตกทั้งวันทั้งคืน แล้ว

ก็ตกเยอะกว่านี้ด้วย เม็ดใหญ่ๆ ด้วย
คุณมนัส     ผมยังกังวลเลย
หลวงปู่     นี่ น้ำเหนือยังไม่มานะจ๊ะ
คุณมนัส     ครับ
หลวงปู่      น้ำตะวันออกก็นองอยู่นะจ๊ะ
คุณมนัส    ผมยังกังวลอยู่ 20 ตุลาฯ เรานัดกันที่ศิริราช ไปเจริญมนต์ถวายพระพรแด่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ หลายคนจะกังวลหรือเปล่า
หลวงปู่     ทำไม
คุณมนัส      เพราะตามคาดการณ์ มันจะครบวันที่ 10 พอดีที่น้ำเหนือมันจะไหลมาถึง

กรุงเทพฯ นะฮะ
หลวงปู่     อ๊อ ไม่เป็นไร น้ำมา เราก็สวดในน้ำ, ฝนมา ยังสวดกลางฝนมาแล้วเลย
คุณมนัส      อ้าว หลังจากโดนกระตุ้นไปเมื่อเดือนก่อน เมื่อวาน เลยเพียบเลยที่โรง

พยาบาลศิริราช ใช่ไม๊ฮะ
หลวงปู่      เออ ใช่
คุณมนัส     ครับ ก็เชิญอีกครั้งหนึ่งนะครับ บ่าย 2 โมงครึ่ง สวมเสื้อสีชมพูนะจ๊ะ
หลวงปู่     อยากให้ไปทุกเดือนนะจ๊ะ เพราะว่า อย่างน้อยมันก็ดีกว่าอยู่เปล่าๆ
คุณมนัส     ใช่ฮะ
หลวงปู่     ใช่ไม๊ เราได้ทำอะไรให้เป็นสัญลักษณ์ ให้เป็นเครื่องแสดงออกถึงความมีพลัง

มีน้ำใจกับ 2 พระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่งของแผ่นดินไทย มันเป็นอะไรที่เป็น

มงคลของชีวิตนะ ลูก เราแสวงหาสิ่งดีมีมงคลมาตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ แล้วนี่น่ะ คือ สิ่งที่

เป็นมงคลอันดับต้นๆ ของพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าทรง ปูชา จ ปูชนียานัง เอตัมมัง

คะละมุตตะมัง การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด

งั้น เมื่อเราอยากมีมงคลในชีวิตอันสูงสุด ล้นเกล้าฯ ทั้ง 2 พระองค์เป็นบุคคลที่มีคุณธรรม

ไม๊ล่ะ (มี) มีความประเสริฐ มีความเมตตา มีมหากรุณาธิคุณ มีพระวิริยะอุตสาหะ มี

พระขันติธรรม มีพระสัจธรรมที่ปฏิบัติธรรมอย่างยิ่งยวด ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ก็ทำตนเป็น

ต้นแบบให้เราดู จนมาถึงวันนี้ แล้วท่านก็อายุมากแล้ว พูดเป็นภาษาชาวบ้าน ก็คือ ท่านแก่

แล้ว เราก็ควรจะให้กำลังใจท่านบ้าง เหมือนกับพ่อแม่เราที่อยู่บ้าน ถ้าอายุมากๆ 80 กว่า

แล้วปล่อยให้นั่งเศร้า นั่งเหงาอยู่คนเดียวเนี่ย ท่านจะรู้สึกอย่างไร

เหมือนกับโยมชั้นเนี่ย อายุ 80 กว่า ถ้าปล่อย วันไหนให้นั่งหง่าว เศร้าเหงาอยู่คนเดียว

ถ้าไปคุยด้วย ไม่รู้เรื่องหรอกนะ ไม่รู้เรื่องเพราะทั้งวันแกนั่งนิ่งอยู่คนเดียว แกก็จะนึกถึงแต่

เรื่องเก่าๆ ไง แกก็จะไปขุดไปค้นเอาเรื่องเก่ามาคิด เพราะไม่มีใครจะคุยกับแก ไม่มีใครเอา

เรื่องใหม่มาคุยให้ฟัง ไม่มีใครมาจูงใจให้แกมีจิตอันอยู่กับปัจจุบัน แต่ดันไปอยู่กับอดีต

งั้น เมื่อทุกวันไปอยู่กับอดีต ไปอยู่กับอดีต แล้วไม่แน่ใจว่า ขณะนั้นน่ะ มีอันเป็นไป ไม่รู้ว่า

จะกลับไปบ้านเก่าหรือเปล่า

คุณมนัส      อาการหลง
หลวงปู่     เออ อาการหลงมันจะเกิด เพราะงั้น คนแก่ทุกคนเป็นอย่างนี้ ลูก ไม่ว่าจะแก่

ระดับไหน ชนชั้นวรรณะใด งั้น ถ้าเรามีโอกาสได้ไปแสดงพลังความจงรักภักดี ถวายพระ

ราชกุศล เฉลิมฉลองพระเกียรติยศ ถามว่า กำลังของพวกเรามันมีเท่าไหร่ ก็มีเท่าที่มีน่ะ

แต่ทำให้ได้มากเท่าที่สามารถ

ไม่ใช่บอกว่า มีเท่าที่มี แล้วเห็นว่ามีน้อย เลยไม่ทำ งั้น ถ้าคิดอย่างนี้ ทุกคนก็จะไม่ทำ งั้น

อย่าไปกลัวว่า สิ่งที่ทำแล้วมันจะน่าละอาย ทำดีไม่ต้องอาย ทำชั่วสิ ควรอาย ทำดี มีโอกาส

ได้ทำ ทำเข้าไป

มีคนเค้าถามหลวงปู่ว่า อู๊ย ไปนั่งข้างล่างพื้น แล้วคนเดินข้างบน แล้วพอกราบพระ คนมันก็

ยืนดูให้เรากราบ อุ๊ย ท่านไม่รู้สึกกระดาก ไม่รู้สึกจั๊กกะเดียม ไม่รู้สึกว่าอะไรกับเค้าบ้างเหรอ

รู้สึกอะไร กูกราบพระ กูไม่ได้กราบมัน
กูไม่ได้กราบมึง กูกราบพระ

กูกราบพระ กูก็ถึงพระ มึงอยากมายืนให้กูกราบ เดี๋ยวมึงก็บาปไปเองแหละ เรื่องของมึง

เรานั่งตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นว่า จะต้องมีที่นั่งอันสูงส่ง พระพุทธเจ้าสมัยก่อนไปโปรดชฎิล

ท่านนั่งกับพื้นน่ะ อ้าว ทำตัวเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ได้ทำตัวเป็นคนยะโส โอหัง เย่อ

หยิ่ง จองหอง ทรนง อวดดี มีอาสนะผืนบางๆ ผืนหนึ่ง แล้วก็นั่ง ไม่ได้ประกาศตัวเองว่า

เป็นผู้มีเดช มีศักดาอะไรมากมาย

คนมายอมรับท่านก็เพราะว่า ฟังธรรม มีสติปัญญาตั้งมั่น รักในคุณธรรมของท่าน งั้น การ

ที่พวกเราไปแสดงพลังความจงรักภักดี แล้วก็ไปกันมากๆ เข้าๆ ตลอดเวลา มันเป็นเรื่องดีนะ

ลูก

คุณมนัส     เมื่อคืน มีการออกข่าวในพระราชสำนักด้วยนะครับ ทุกช่อง
หลวงปู่      อ้าว เหรอ
คุณมนัส    ทุกช่องเลยครับ
หลวงปู่    ปกติ ชั้นนี่ เค้าจะไม่ค่อยให้ออกนะ เออ ออกได้ยังไง แปลกใจมากเลย
คุณมนัส     flight บังคับ
หลวงปู่    เหรอ
คุณมนัส    พูดเล่นครับ ก็เป็นกิจที่ดี
หลวงปู่    ไม่ ก็ทำมานานแล้ว ไม่เห็นออกเลย
คุณมนัส    คือ เวรของสถานีข่าวนี่นะครับ อธิบายอย่างนี้ก็แล้วกัน คือ เค้าจะมีเวรที่คอย

บันทึกภาพสำหรับประชาชนที่ไปร่วมถวายพระพร
หลวงปู่    อ้อ เหรอ
คุณมนัส    ครับ ทุกช่องจะเป็นเวรกันนะครับ แล้วจะเป็น TV Pool ก็คือ เผยแพร่

ภาพร่วมกันนะครับ เมื่อวานก็ต้องยกคุณงามความดีให้กับช่อง 7 เพราะเป็นเวรของเค้า

แล้วเค้าบันทึกหมดทุกกิจกรรมทุกคณะที่ไปถวายพระพร
หลวงปู่    อืม
คุณมนัส     แล้วก็รวบรวม แล้วก็ตัดต่อ แล้วก็ออกอากาศ ของทางวัดอ้อน้อยก็ ถึงแม้จะไม่

ได้ติดยาวเต็ม 1 นาทีก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่คณะบุคคลไปถวาย
หลวงปู่    แว๊บๆ
คุณมนัส     ก็ไม่แว๊บหรอกครับ ก็ยังนานอยู่
หลวงปู่     ก็วิ่งผ่านมอนิเตอร์
คุณมนัส    ไม่ครับ ก็นานอยู่เหมือนกันๆ เพราะเป็นพระนี่แหละครับ  เค้าก็เลยให้นาน ถ้า

เป็นคณะบุคคล ก็แค่เอาพานพุ่มวาง ถวายเสร็จ คำนับเสร็จ จบ ตัดแล้ว จบล่ะ เอาแค่ชื่อ

คณะก็พอ
หลวงปู่    โอ๊ย ยังอุตส่าห์ได้ออกนะ หน้าบานกันไปเป็นแถว
คุณมนัส   ทุกช่องครับ ทุกช่อง ทีมงาน พี่เขี้ยวบอกมา ผมก็ไม่ได้ชมเหมือนกัน
หลวงปู่     โอ๊ย อย่างนั้น เดี๋ยวเดือนหน้า หน้าบานเสนอหน้า ก็ไม่ต้อง
คุณมนัส     เดือนหน้าเยอะกว่านี้ ใช่ไม๊ครับ
หลวงปู่    แต่ก็อยากจะเชิญชวนทุกคนน่ะ ลูก มีโอกาสก็ได้มาร่วมกันแสดงความ เพราะมัน

เป็นวันหยุดอยู่แล้ว วันเสาร์ หยุดไม๊ เออ มันเป็นวันหยุดอยู่แล้ว ที่จริง เค้ามีท่านผู้หญิง

มาบอกว่า ทำไมไม่มาวันศุกร์เพราะเป็นเวรของท่าน เออ พระพี่เลี้ยง เราบอก วันศุกร์ คน

ไม่ค่อยหยุดงาน วันเสาร์นี่ คนจะหยุดงาน ก็ไปวันเสาร์ดีกว่า งั้น ก็อยากเชิญชวนว่า ใครมี

เวลาว่างในช่วงวันเสาร์ สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน เวลาบ่ายโมง ก็เชิญทุกเดือนน่ะ เข้าใจว่า

เดี๋ยวจะให้เลขาฯ มูลนิธิฯ เค้าทำหนังสือขออนุญาตอีกรอบหนึ่ง
คุณมนัส      ครับ
หลวงปู่     ก็เมื่อวาน คุยกับท่านอัไร รองราชเลขาฯหรืออะไรเนี่ย เค้าบอกว่า ถ้าเป็นบนตึก

ในอาคารเป็นเขตราชสำนักฯ แต่ถ้าสนามน่ะ เป็นเขตของโรงพยาบาล ยิ่งง่ายใหญ่ เพราะ

เราซี้กันน่ะ โรงพยาบาลมันซี้กัน ก็ไม่ยากที่จะไป ไป กะว่าจะไปให้ได้ทุกเดือนจนถึงเดือน

ธันวาฯ ไปไม๊ (ไป) เอ๊อ ไป ลูก ชวนลูกชวนหลาน แล้วอย่าไปคนเดียว ลูก อย่าทำดีคน

เดียว อย่าเอาดีคนเดียว แบ่งดีให้คนอื่นเค้าด้วย ช่วยชวนกันไป แล้วหลวงปู่จะพยายามหา

น้ำหาอาหารไปเลี้ยงตั้งแต่เดือนหน้า ถ้ามีเวลาก็จะทำ มันจะได้เท่าไหร่ยังไง เดี๋ยวดูอีกที  เอ้า

เชิญถามปัญหา

คุณมนัส     ครับ ไหนๆ คุยเรื่องกิจกรรมที่เป็นคำถามก่อนก็แล้วกัน เพราะว่า วันนี้ คำถาม

ไม่เยอะมาก ท่านหลวงปู่ เพราะว่า อยากให้ท่านหลวงปู่ย้ำหน่อย วันกตัญญู ใกล้ถึงวันแล้ว

ครับ 30 กันยายน
หลวงปู่     เออ วันที่ 30 กันยาฯ ซึ่งปีนี้ก็จะล่าไปซักนิด ซึ่งปกติจะเป็นวันที่ 10 สิงหาฯ

แต่เพราะมีกิจกรรมเยอะมาก ก็เลยล่วงเลยมาถึง 30 กันยาฯ ก็เป็นวันที่กำหนดไว้ว่า

คณะสงฆ์ในวัดอ้อน้อยจะต้องทำ เปรตพลี ก็คือ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษและ

หมู่ญาติ และผู้มีคุณแก่วัดและศาสนา รวมทั้งแผ่นดินเกิด รวมทั้งดวงพระวิญญาณ

ของอดีตบูรพมหากษัตราธิราชเตชจ้า ปีนี้พิเศษหน่อยก็คือ จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำ

เปรตพลี โดยคนที่ไปร่วมงาน สิ่งที่เป็นเครื่องพลีต่อเปรตแล้วก็ดวงวิญญาณ ดีที่สุดก็คือ

ความดีของคน

งั้น ก็จะให้ทุกคนเขียนความดีใส่กระดาษ แล้วเค้ามีเครื่องพลีเตรียมเอาไว้ วัดเค้ามูลนิธิฯ

เค้าจัดเครื่องพลีฯ มีข้าวหม้อ แกงหม้อ ขนมข้าวต้มนมเนยสารพัด เหมือนเค้าไหว้ ภาษาจีน

เค้าเรียกอะไร อาม่า (ฮ้อเฮียตี๋) ฮ้อเฮียตี๋ จี้โกว เออ ไหว้ผีไม่มีญาติน่ะ ตอนบ่ายโมง

ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึง 4 โมงเย็น เอ้ย 6 โมงเย็นสิ บ่ายโมงถึง 6 โมงเย็น เค้าจะเตรียม

ไว้ไห้ แล้วพวกคุณก็เขียนความดีของคุณใส่กระดาษ จุดธูป แล้วก็อ่านให้กับผีไม่มีญาติได้

ฟัง แล้วเค้าจะได้อนุโมทนา เรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา

คงไม่มีใครบอกว่า ไม่เคยมีเลยนะ ตั้งแต่มีชีวิตมาเนี่ยนะ มันต้องมีสักครั้งเถอะน่ะ เออ บัดนี้

ข้าพเจ้ามาอ่านให้ท่านฟัง ไม่รู้จะยกดีอะไร เพราะคิดไม่ได้ ก็ตัวใครตัวมัน ไม่ใช่นะ ก็เอา

เป็นว่า หาดีของตัวเองให้เจอ แล้วก็เอาดีนั้น เป็นพลีต่อเปรตทั้งปวง

คุณมนัส    แค่ไปวัดอ้อน้อย ก็ดีแล้วครับ
หลวงปู่    เหรอ
คุณมนัส     ผีก็รับรู้ละ
หลวงปู่    ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ชั้นไม่ค่อยเห็นคุณไปนะ แสดงว่า คุณก็บอก ไม่ดีสิ
คุณมนัส     ผมกำลังจะบอกว่า เดี๋ยวผมจะไป เพราะว่า เดี๋ยวออกพรรษานี่ จะมีงานใหญ่คือ

งานทอดกฐิน ใช่ไม๊ครับ
หลวงปู่      อ๋อ
คุณมนัส    4 พฤศจิกายน วันอาทิตย์ เป็นอาทิตย์ต้นเดือน
หลวงปู่      ปีที่แล้วโดนแกล้งไปทีแหละ
คุณมนัส    เพราะว่า
หลวงปู่      เค้าอ้างว่า วัดอ้อน้อยน้ำท่วม
คุณมนัส     ไม่มีคนไปทอดกฐิน
หลวงปู่     คนมันออก face book ออกอะไรว่า วัดอ้อน้อยน้ำท่วม มาไม่ได้ เออ

ทางไปไม่ได้ อะไรเค้าไม่รู้
คุณมนัส    เดี๋ยวช่วยแก้ข่าว ต้องช่วยกัน 4 พฤศจิกายน
หลวงปู่     ปีนี้ กลัวมันจะเอาอีกน่ะสิ
คุณมนัส     ไปพูดที่วัดอีกที
คุณมนัส    10 โมงเช้านะครับ พิธีทอดกฐิน แล้วตอนบ่ายโมงนะครับ ท่านหลวงปู่จะ

แสดงธรรมที่วัดอ้อน้อย
หลวงปู่    ยังไม่จบเลย วันที่ 30
คุณมนัส     อ้าว ยังไม่จบเหรอฮะ
หลวงปู่    ยัง เพิ่งจะ said ฮ้อเฮียตี๋
คุณมนัส    เอ้า ครับ อีกหน่อยหนึ่งๆ
หลวงปู่     อ้าปาก รอ ยังไม่ทันได้อะไรเลย
คุณมนัส    พูดถึงความดีที่เราได้ทำมา มาอ่านพลีให้กับเค้า
หลวงปู่    เออ ก็
คุณมนัส    หลังจากนั้น ทำอะไรต่อครับ
หลวงปู่      ตอนช่วงเช้า เค้าก็จะมีการมาติกายังสุกุล ลูก มาติกาบังสุกุล เราก็มีชื่อ มีกระดูก

มีรูปญาติ ใครที่มีญาติที่วายชนม์แล้วก็เอาไปรวบรวมวางไว้ เค้าก็จะทำพิธีอุทิศ ชักบังสุกุล

กรวดน้ำส่วนกุศล นั่นเป็นเรื่องของพระ แล้วก็ถวายเพล ภาคบ่าย เราก็เป็นเรื่องของชาว

บ้านที่จะทำพลีกรรม คือ ตั้งเครื่องเซ่นวักตั๊กแตนตามเหตุตามปัจจัยของชาวบ้านตามความ

เชื่อ แล้วก็อ่านความดีของเราให้เป็นพลีต่อเปรต ในขณะที่หลวงปู่เริ่มสาธยายมนต์ที่ว่าด้วย

นรก 8 ขุมใหญ่ เค้าเรียกว่า เปิดประตูนรกทั้ง 8 ขุมใหญ่ เราก็เริ่มอ่าน
ปีนี้จะลงทุนสวดพระมาลัย เปิดนรก 8 ขุมใหญ่ ไม่รู้ว่า จะฟังกันได้ไม๊ เออ จะพยายาม

เพราะเสียงมันไม่เหมือนเมื่อสมัยหนุ่มๆ แล้วตอนนี้มันแก่ลงไปแล้ว
คุณมนัส    ผมนึกภาพไม่ออกครับ สวดพระมาลัย เป็นยังไงครับ
หลวงปู่      ก็ไปซี้ อยากได้ดีไม๊ล่ะ
คุณมนัส     ครับ
หลวงปู่    เออ จะสาธยายนรกทั้ง 8 ขุมใหญ่ คือ ตอนนั้นน่ะเริ่ม
คุณมนัส    คือ ไปวัดน่ะ ไป แต่ไม่ไปนรกทั้ง 8 ขุม ไปฟังท่านน่ะ อยากไป
หลวงปู่    อู๊ย จะตกอยู่แล้ว เพิ่งจะนึกได้
คุณมนัส    ผมกลัวท่านจะ...
หลวงปู่     เออ ก็ลองไปฟังดูแล้วกัน แล้วพอถึงเวลา สาธยายนรก 8 ขุมใหญ่แล้ว เราก็

อ่านความดี ต่างคนก็ออกไปจุดธูป แล้วก็สาธยายความดี ให้สัตว์นรกทั้ง 8 ขุมใหญ่ ก็

มีนรกบริวารด้วย ก็คงไม่หมดล่ะ ใช้เวลาต้องเยอะ ก็เอาเป็นว่า ก็ช่วงบ่าย บ่ายโมงก็จะเริ่ม

สาธยาย งั้น พวกเราก็ไปร่วมกิจกรรม เรื่องแต่งตัว ก็ธรรมชาติ อย่าแก้ผ้าไป ก็ใช้ได้ พอ

บอกธรรมชาติ เลยไปแต่ตัว ไม่มีอะไร
คุณมนัส   รับรู้แล้วนะฮะ ตรงกับวันอะไร
หลวงปู่     จบก็ กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล ชักบังสุกุลอีกรอบหนึ่ง แล้วก็อุทิศส่วนกุศล ก็เป็น

อันจบพิธี
คุณมนัส      30 กันยายน นะครับ
หลวงปู่    ใช่
คุณมนัส    เอาล่ะ ทีนี้ ทอดกฐิน
หลวงปู่      ทอดกฐิน ยังอีกไกลน่ะ
คุณมนัส     ไกล งั้น เอากินเจก่อน
หลวงปู่     กินเจมันอยู่
คุณมนัส     14 ตุลาฯ ครับ
หลวงปู่     วันไหน
คุณมนัส    14 ตุลาฯ
หลวงปู่    อู๊ย ยังอีกหลายสัปดาห์
คุณมนัส     งั้น เดี๋ยวค่อยคุยกัน ผมน่ะ โดนเบรคแบบนี้ประจำ
หลวงปู่     เออ ว่า
คุณมนัส    งั้น ถามธรรมะก่อนดีกว่า
หลวงปู่    เรื่อง
คุณมนัส     เอาเรื่องข่าวคราวที่มันเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ แล้วเราก็พบเห็นในหน้าหนังสือพิมพ์

ในหน้าโทรทัศน์นะครับ เค้าบอกว่า ตอนนี้ทำไมคนเราฆ่าตัวตาย มันฆ่ากันง่ายเหลือเกิน

ขับรถปาดหน้ากันอย่างนี้ เหมือนหลวงปู่ปรารภเมื่อครู่ ก็ฆ่ากันละ ก็ตายละ จีบสาวคนเดียว

กัน ก็ม่องเท่งเหมือนกัน ก็ตายเหมือนกัน ทำไมมันฆ่ากันง่ายแบบนี้ เพราะอะไร

หลวงปู่      วิธีคิดของคนเนี่ย วิธีคิดของคนยุคนี้เนี่ยว่า มันคิดไม่เหมือนกับคนยุคเก่า คนยุค

โบราณ คนยุคโบราณเค้าละอายชั่วกลัวบาป เค้าทำอะไร เค้าต้องคิดว่า เออ มนุษย์ไม่เห็น

ผีสางเทวดาก็เห็น มนุษย์ไม่รู้ ผีสางเทวดาก็รู้
แต่วิธีคิดของคนยุคนี้ ไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา มันก็รวมไปถึงเรื่องไม่เชื่อเรื่องกรรมดีกรรม

ชั่ว บาปบุญคุณโทษ คนสมัยโบราณจะทำอะไร จิ้งจกทัก ก็ต้องหยุด จิ้งจกร้อง ก็ต้องนิ่ง

เพราะนั่นถือว่า เป็นการเตือนของผีสางเทวดา ผีปู่ผีย่า ผีบ้านผีเรือน เดี๋ยวนี้ จิ้งจกร้องตรง

ไหน จับ, ร้องจน... จับ, จับ ยิงหนังติ๊ก อะไรก็ไม่รู้ จิ้งจกมันไม่กล้าร้อง ร้องไม่ได้

ร้อง เดี๋ยวกูโดนจับ มันก็เลยเป็นเหมือนกับว่า มันไม่มีตัว เค้าเรียกว่า ไม่มีตัวฉุด ยับยั้งชั่งใจ
เพราะว่า เราไม่เชื่อเรื่องกรรม ไม่เชื่อเรื่องกฏของกรรม, ไม่เชื่อว่า ทำดีได้ดี, ไม่เชื่อว่า

ทำชั่วได้ชั่ว, เชื่อเฉพาะว่า วันนี้ซื้อหวย แล้วต้องให้ถูก เท่านี้พอ เชื่อแค่นี้, เชื่อใน

ปัจจุบันที่มี แล้วปัจจุบันที่มีก็ไม่ได้คิดหรอกว่า เมื่อวานนี้ เราทำอะไร จึงมาถึงปัจจุบันนี้ เรา

ไม่ได้คิด เราเอาแต่ว่า ปัจจุบันอย่างเดียว อ้ายที่เลวแล้ว ก็ไม่สนใจจะคิด อ้ายที่วันข้างหน้า

จะถึง ก็ไม่รู้ว่า จะทำอย่างไร แต่ทำปัจจุบันที่มี เช่น มีเงินอยู่ร้อย เออ ได้มาร้อยก็กินให้มัน

หมดร้อย อะไรประมาณนี้ คือ ใช้ในสิ่งที่เป็นปัจจุบันจนลืม จนฟุ่มเฟือย เหลือเฟือ จนไป

ทำลายอนาคต, ทำลายอนาคต

แล้วก็ ทั้งหมดนี่ มาจากอดีตส่งผล อดีต จิตใจเราหยาบกระด้าง เราขุ่นมัว เพราะคนเรามัน

จะฆ่าคน มันไม่ได้ฆ่าในชาตัจจุบันชาติเดียวนะ สมัยก่อนชาติแรกๆ มันอาจจะไปคิดฆ่ายุง

ฆ่าหนู ฆ่าช้าง ฆ่าม้า ฆ่าวัว ฆ่าควาย แล้วถึงจะมาฆ่ามนุษย์ได้ มันต้องฆ่ามาเยอะมากพอ

นะถึงจะลงมือฆ่ามนุษย์ได้ ถ้าเราเชื่อเรื่องกฎของกรรมล่ะนะ คนเรานี่ มันจะโกงคน มันไม่

ใช่โกงมาชาติเดียวนะ ลูก มันต้องเริ่มโกงเล็กโกงน้อย โกงนิดโกงหน่อย ในที่สุด กล้าที่จะ

โกงตัวเอง แล้วมันถึงจะคิดไปโกงคนอื่นแล้วโกงจนกระทั่งทำร้ายทำลายคนอื่นได้

งั้น ถ้าเราเชื่อเรื่องกฎของกรรมว่า เรามีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็น

เครื่องมา มีกรรมเป็นเครื่องไป แล้วอยู่ได้ด้วยอาศัยกฎของกรรม ก็ต้องให้รู้ว่า ทุกวันนี้

สันดานเรา เค้าเรียกว่า สันดานกรรม สันดานกรรมซึ่งมีทั้งดิบและสุก สันดานดิบและ

สันดานสุกที่สั่งสมมาแต่อดีต แล้วปัจจุบันก็ไม่ยอมหลีกเลี่ยง ไม่ยอมสั่งสมอบรมกุศลกรรม

มันก็เลยทำให้สันดานดิบครอบงำ จนกลายเป็นคนทำกรรมชั่ว พูดชั่ว คิดชั่ว ในที่สุด

งั้น วิธีคิดนี่ สำคัญมากในหลักมรรคาปฏิปทา พระพุทธเจ้ายกเรื่องวิธีคิดไว้เป็นข้อแรก ว่า

สัมมาทิฏฐินี่ ถ้ารู้จักคิด นี่มันจะทำให้ชีวิตอยู่ในทำนองคลองธรรม แล้วทำนองคลองธรรม

ข้อแรกมันคืออะไร ก็เห็นเรื่องกฎของกรรมไง เชื่อเรื่องกฏของกรรม เชื่อว่าผีสางเทวดา ทำ

ชั่วแล้ว มนุษย์ไม่เห็น ผีสางเทวดาก็เห็น อย่างนี้ เค้าเรียกว่า เชื่อเรื่องกฏของกรรม

เชื่อเรื่องผีสางเทวดานี่ เค้าเรียกว่า เป็นกฏของกรรมอย่างหนึ่งนะ เพราะว่า คนเรามันจะ

ละอาย มันไม่ใช่ละอายต่อหน้าอย่างเดียวนะ ลับหลังต้องละอายไม๊ ต้องละอายด้วย

แล้วกว่าจะละอายลับหลังได้ นี่มันต้องฝึกที่จะกลัว กลัวบาปก่อน กลัวผลแห่งความชั่วมาก่อน

กลัวว่า ผีสางเทวดาจะรับรู้ จะลงโทษมาก่อน จึงจะพัฒนาไปสู่คำว่า ละอายโดยไม่กลัว ไม่

ใช่อยู่ดีๆ แล้วมาละอายโดยไม่กลัว แล้วไม่ฝึกความกลัว ไม่ฝึกความที่เราจะกลัวบาป กลัว

ผลแห่งกรรมชั่วมาก่อน อย่างนี้ก็ไม่มีสิทธิ์จะละอายโดยไม่กลัวหรอก เพราะละอายที่แท้จริง

มันต้องละอายโดยไม่กลัว แต่จะถึงคำว่า ไม่กลัวได้ ก็ต้องกลัวมาก่อน ต้องกลัวให้ได้

 เหมือนดั่งคำจารึก หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง ท่านว่าไว้ว่า คนสุโขทัย ถ้าไหว้ดี

พลีถูก รุ่งเรือง มงคล, คนไหว้บ่ดี พลีบ่ถูก อัปราชัย อัปรีญ์จัญไร แสดงว่า ท่านสอนให้

คนรู้จักไหว้ ทิศเหนือมีศาลพ่อปู่ครูบา คนขาวทั้งเมืองในวันอวยศีลอวยทาน รู้จักไหว้ดีพลีถูก

สุโขทัยเจริญ ท่านว่าไว้อย่างนี้
แต่ถ้าคนสมัยนี้ไหว้ดีพลีถูกไม๊ มันก็ไหว้ต้นกล้วยออกลูกกลางต้น เมื่อวานนี้ ลุยน้ำไปขุดต้น

โพธิ์ มันทุเรศไม๊ล่ะ อ้ายนั่น ไหว้ดีพลีถูกหรือเปล่าล่ะ, ไหว้ไม่ดี พลีไม่ถูก ไปหาเหตุปัจจัย

ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความดีของตน

คำว่า ไหว้ดี ไหว้แล้วทำดีน่ะ พลีให้ถูกต้อง, ไหว้อย่างดี พลีถูกต้อง, อ้ายหาหวย หา

เบอร์ นี่มันไหว้ดีพลีถูกที่ไหน งั้น วิธีคิดของคนยุคนี้ มันเป็นอย่างนี้ มันก็เลยเป็นเหตุทำให้

สังคมมันฆ่ากันง่าย ใจมันหยาบกระด้าง มันก็รวมไปถึงคำว่า นอกจากไม่มีวิธีคิดที่ถูกต้อง

แล้วก็ไม่มีวิธีทำที่ถูกต้องด้วย จบ

คุณมนัส     แล้วก็มีเรื่องของกฏแห่งกรรมด้วย
หลวงปู่     อืม
คุณมนัส    เหมือนที่เค้าบอกนะ เกิดมาตามกรรม เกิดมาสร้างกรรม เกิดมาใช้กรรม คน

สมัยนี้ก็ไม่ค่อยจะคิดกัน มองข้ามไป
หลวงปู่     เออ เกิดมาทำกรรม เกิดมาตามกัน เกิดมาสร้างกรรม เกิดมาใช้กรรม เสร็จแล้วก็

เกิดมารับกรรม แต่ทั้งหมดเนี่ย ใครเป็นคนกระทำ
คุณมนัส    ตัวเรา
หลวงปู่    เออ เราเองนั่นแหละ งั้น เราคิดถูก เดี๋ยวก็จะมีวิธีทำที่ถูกเอง จบ

ปุจฉา      คำถามนี้ ผมขออนุญาตลัดคิว เพราะว่า ตรงกันกับที่เราเพิ่งคุยไป คือ ถามมาว่า

ผีไม่มีญาติ กำลังจะมีวันกตัญญูเกิดขึ้น สามารถเข้าไปวัดอ้อน้อยได้หรือไม่ เพราะทราบมา

ว่า วัดของหลวงปู่ ผีมันเข้าไปไม่ได้ ท่านต้องเฉลยแล้วล่ะ

หลวงปู่     เมื่อวานนี้ก็ มารอเลยล่ะ ไม่รู้มาจากไหน, ถามว่า มาไงเนี่ย, บอก มาจาก

เหนือ, มาทำไมล่ะ, ผมมาหาท่านหลายเที่ยวแล้ว ไม่เจอ มาเที่ยวนี้ เจอ ช่วยหน่อยเฮ

อะ, ช่วยทำอะไร, ผมไม่รู้เป็นไง เดินๆ อยากแก้ผ้า, อ้าว
คุณมนัส    นี่ ผีหรือคนครับ ผี
หลวงปู่     คิดว่า คนหรือผีล่ะ เดินๆ อยากแก้ผ้า, แล้วก็จำอะไรไม่ค่อยได้  วันดีคืนดีก็จำ

ได้ วันดีคืนดีก็จำไม่ได้, เราก็เลยบอก เอ๊อ เวรกรรมของวัดอ้อน้อย ใครว่า วัดอ้อน้อยดุ

ถ้าดุแล้ว คนบ้าจะเข้าวัดกูได้บ่อย บ่อยๆๆ คนเก่ายังไม่ออกไปเลย คนใหม่เข้ามาอีกแล้ว

แล้วอย่างนี้ จะบอกว่า ผีเข้าไม่ได้ ขนาดคนบ้าเข้าได้ แล้วทำไมผีเข้าไม่ได้
คุณมนัส      อันนี้ เค้าเรียก ผีบ้า เป็นผีบ้า
หลวงปู่    ไม่รู้มัน วัดอ้อน้อย นี่เป็นที่ชุมนุมของคนบ้าจริงๆ เลย มันไม่เคยพ้นคนบ้าไปได้

เลย ไม่มี หรือมันจะเป็นที่ร่ำลือกันว่า วัดนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก คนบ้าเข้าแล้วหายดี ไม่รู้ ไม่แน่ใจ

มาประจำล่ะ งั้น ก็เลยอยากบอกว่า ไม่ต้องกลัวหรอก เดี๋ยวก็เข้าไปเองแหละ เออ ไม่ต้อง

กลัวว่า ผีเข้าวัดอ้อน้อยไม่ได้หรอก แต่ให้มันเข้าถูกเวลาก็แล้วกัน อย่าซี้ซั้วเข้า

คุณมนัส     เข้าได้แหละ ตอบแทนก็ได้ ไม่งั้น ก็คงไม่มีวันกตัญญูเกิดขึ้นหรอก
หลวงปู่     อืม
คุณมนัส    ไม่งั้น เดี๋ยวทำพิธีให้ใครล่ะ ก็ทำพิธีให้ผี
หลวงปู่    พูดอย่างกับเป็นหมอผี เดี๋ยวนี้ พัฒนานะ ตั้งแต่ทำรายการธรรมะมาชักเริ่ม
คุณมนัส   ก็หลวงปู่นี่แหละ สั่งสอนผม
หลวงปู่    เออ
คุณมนัส    ไหนๆ คุยเรื่องกรรม ถามเรื่องกรรมกันต่อเลยนะครับ
ปุจฉา     มีปัจจัยอะไรครับ เป็นตัวเร่งให้วิบากกรรม ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม ส่งผลให้มัน

ร็วขึ้น แล้วทำไม คนบางคนถึงมีความชั่วช้ามาทั้งชีวิต ทำชั่วมาก็เยอะ แต่กลับร่ำรวยสุข

สบาย แล้วทำไมคนบางคน มันทำแพร็บเดียว มันก็แสดงผลออกมาเลย นี่ กำลังพูดถึงวิบา

กรรมนะฮะ วิบากกรรม คือ ผลของการกระทำนั้นๆ
หลวงปู่     อิจฉาเค้าสิ
คุณมนัส    ไม่ใช่ผมนะ คนที่ถามเนี่ย
หลวงปู่    เค้าไม่แบ่งให้ล่ะสิ
คุณมนัส    ใช่ไม๊ครับ
หลวงปู่     อืม ที่จริงแล้วเนี่ย ปัจจัยแห่งการเร่งกุศลก็ตาม อกุศลก็ตาม มี 2 อย่าง ลูก รู้ไม๊

อะไร
โง่ กับ ฉลาด 
เมื่อใดที่คุณโง่ ก็เร่งวิบากแห่งอกุศลให้รุนแรง เมื่อใดที่คุณฉลาด ก็จะเร่งวิบากของกุศลให้

รุนแรง แล้วลดวิบากของอกุศลให้ลดลง ให้เบาบางลง
งั้น สำคัญที่สุด ต้อง ฉลาด อย่า โง่ แล้ววิบากของอกุศลจะได้ไม่รุนแรงเกินไป

หลวงปู่จึงพยายามทั้งชีวิต จะสอนให้ทุกคนที่เข้าวัดอ้อน้อยต้องฉลาด อย่าโง่ ต้องมีปัญญา

อย่างมงาย ต้องมีหลักการวิธีคิด มีเหตุมีผล เพราะเหล่านี้ มันเป็นตัวชะลอวิบากอกุศล คือ

ผลของอกุศล แล้วทำให้กุศลรุนแรง เมื่อใดที่เราโง่ สังเกตุดูเฮอะ มันจะมีคำว่า เดี๋ยวผีก็ซ้ำ

เดี๋ยวด้ำก็พลอย, เดี๋ยวอ้ายนั่นก็หาย อ้ายนี่ก็ห้อย อ้ายนู่นก็หด อ้ายนั่นก็หมด, อ้าว โจร

เข้า อ้าว บ้านน้ำท่วม, เอ้า ไฟไหม้ เอ้า ฟ้าผ่าอีกต่างหาก, เอ้า ปลิงกัด, เอ้า ตะปูตำ,

อ้าว ผัวตาย, แหม กูอยากให้ตรงนี้มันเกิดก่อนนะ อ้ายตรงผัวตาย, มันมีคนมา

บ่นอย่างนี้ เปลี่ยนได้ไม๊ จาก น้ำท่วม ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ตะปูตำ ผัวตาย ขอเป็นผัวตาย ฟ้าผ่า

ตะปูตำ ดูมัน มีจริ๊ง มันขอเปลี่ยนวิบาก เค้าบอก ขอเปลี่ยนวิบากได้ไม๊

คุณมนัส     เอาผัวไปก่อน
หลวงปู่     เอาผัวไปก่อน แล้วก็น้ำค่อยท่วมทีหลัง ไฟไหม้ตามมา เราก็เลยบอกว่า เออ มึง

พูดอย่างนี้ เดี๋ยวผัวมึงก็บอก เปลี่ยนใหม่ได้ไม๊ ขอให้เมียตายก่อน แล้วน้ำค่อยท่วม
เพราะฉะนั้น ก็เลยบอกว่า อ้ายวิบาก มันเป็นอกุศลแล้วเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดน่ะ โง่ ต้องโง่ให้

ได้มากที่สุด จึงจะทำให้วิบากที่เป็นอกุศลเกิดได้ดีและเร็วที่สุด
แต่ถ้าเมื่อใดที่วิบากของกุศลเกิดได้ดีและเร็ว ต้องฉลาดให้เยอะเข้าไว้

คุณมนัส     แล้วแยกแยะได้ไม๊ครับ ท่านหลวงปู่
หลวงปู่     ก็ดูตัวอย่าง ยกตัวอย่างให้ฟังก็ได้ องคุลีมารตอนยังไม่บวช โง่ หรือ ฉลาด, (

โง่), เออ พอโง่แล้ว ก็สร้างวิบาก สร้างอกุศลอยู่เนืองๆ อยู่ตลอดเวลา พอมาบวชปุ๊บนี่

ยังไม่ได้ฉลาดหรอกนะ เพราะว่า บิณฑบาตรก็ไม่ได้ โดนหินปา โดนไม้ทุบ นอนก็ไม่ได้

เอามือกูคืนมา, เอานิ้วกูคืนมา, เอาหัวกูคืนมา, เอาชีวิตกูคืนมา, หลับตาทำสมาธิ

ก็เห็นวิบาก มีดวงวิญญาณมาหลอกหลอน ทวงเอาของที่ตัวเองฆ่า ตัด ฟัน ทอน จนกระทั่ง

พระพุทธเจ้าต้องอุบัติขึ้นในนิมิต ชี้ให้เห็นซึ่งปัญญาว่า สรรพสิ่งในโลก มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่

ดับไป ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ตลอดกาลตลอดสมัย เห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พอมีปัญญาเห็นชัด ตามสภาพธรรมที่ปรากฏตามความเป็นจริง อ้ายวิบากของอกุศล มัน

หยุดทันทีเลยล่ะ อ้ายผลแห่งการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตที่ผ่านมา ล้างผลาญกันมาเป็นพันนิ้วเนี่ยนะ

มันหายอันตรธานไปในทันที เหลือแต่วิบากของกุศล เห็นไม๊ หลวงปู่ไม่ได้พูดส่งเดชลอยๆ

มันมีที่มาที่ไป
ก็โง่กับฉลาด มันทำให้เพิ่มวิบากกับหยุดวิบากน่ะ

งั้น ต้องอะไรเข้าไว้, (ฉลาด), ไม่ใช่โง่เข้าไว้หรอกเหรอ
ต้องฉลาดให้มากเข้าไว้ ทำยังไงก็ได้ให้ฉลาดเข้าไว้ แล้ววิถีแห่งความฉลาด มีอะไรบ้าง
สุตตมยปัญญา ฟัง
จินตามยปัญญา คิด
ภาวนามยปัญญา ทำ
ฟัง คิด ทำ, ฟัง คิด ทำ จบ

คุณมนัส    อรรถธิบาย ณ.จุดนี้นะครับ ท่านหลวงปู่ยกตัวอย่างเรื่องขององคุลีมารใช่ไม๊

ครับ ที่พูดเมื่อซักครู่
หลวงปู่     ใช่
คุณมนัส      น่าจะตอบคำถามปุจฉานี้ได้นะครับ เพราะถามมาว่า มันจะมีวิธีแก้อย่างไร

หรือว่า มีวิธีดู หรือพิจารณาอย่างไร ในส่วนของผลของวิบากกรรมที่มันเกิดขึ้นกับเรื่องของ

อารมณ์ที่มันปรุงแต่ง ที่มันเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้น 2 อย่างนี่มันเกี่ยวพันกัน

หลวงปู่       มันแยกกันได้ ถ้าคุณมีสติ คุณจะแยกได้ว่า อย่างขณะที่กำลังเจริญสติ แล้วทำ

จิตให้สงบ แล้วมันไม่สงบ มันสงบยากมาก ด้วยเหตุผลว่า มันมีวิบากซึ่งเป็นอดีตวิบาก

ปัจจุบันวิบากเข้ามาครอบงำ อย่างนี้ก็ต้อง เฝ้าดูมันอย่างสังเกตุสังกา จนกระทั่งวิบากนั้นมัน

จบสิ้น
เพราะเมื่อใดฉลาด วิบากหยุดไม๊ (หยุด)
เอ๊อ เฝ้าดูมันอย่างมีสติ สังเกตุสังกา แล้ววิบากนั้นก็จะหยุด จบสิ้น
เพราะฉะนั้น อย่าบอกว่า เราไม่สามารถจะอยู่เหนือกรรมได้ ถ้าเมื่อใดที่เราฉลาด เราเหนือ

กรรมได้ มีปัญญาเนี่ย เราเหนือกรรมได้ เพราะปัญญาเป็นวิถีแห่งความหลุดพ้น พ้นบ่วง

แห่งกรรม พ้นบ่วงแห่งมาร พ้นบ่วงแห่งวัฏฏะสงสาร
งั้น ปัญญา นี่เป็นคำสอนสูงสุดในพุทธศาสนา จบ

คุณมนัส    มีปุจฉาเรื่องของจิตเข้ามา ท่านหลวงปู่ ครับ
หลวงปู่      ว่า
คุณมนัส     ทำไมจิตมันชอบเข้าไปหาแต่อารมณ์ที่จะคอยเสพอยู่ตลอดเวลา หรือไม่ก็ใน

ทุกๆ สัมผัสที่มันเข้ามากระทบกับจิตของเรา จะทำอย่างไรให้มันลด ละ ได้ในการที่จะให้จิต

ไปเสพอารมณ์ หรือว่าไปสู่อารมณ์เหล่านี้ออกมา
หลวงปู่     มี 2 อย่างนะ 2 กรณี
จิตที่ไม่เสวยอารมณ์ คือ จิตที่ทรงฌาน กับจิตผู้มีปัญญาสูงสุด
คือ ไม่มีอารณ์นั้น คือ จิตพระอรหันต์
อีกวิธีหนึ่ง กรณีหนึ่ง คือ จิตของคนสันหลังยาว จิตของสัตว์ขี้เกียจ จิตของพวกขี้เกียจ

สันหลังยาว เอ๊อ วันนี้ ฝนตกเว้ย นอนเว้ย ไม่ต้องไปไหน  เออ บรรยากาศอย่างนี้ นอนดี

กว่าวะ อะไรอย่างนี้ อย่างนี้เสวยอารมณ์อะไร นอนอย่างเดียว ไม่เสวยห่าอะไรเอย กิน

นอน, กิน นอน อย่างเดียว
คุณมนัส      อารมณ์ขี้เกียจ ครับ
หลวงปู่     อารมณ์ขี้เกียจ เพราะงั้น คำว่า ไม่เสวยอารมณ์ อย่าทำความเข้าใจว่า มันเป็น

ของต่ำนะ มันเป็นของสูงพอสมควรนะ เพราะเป็นจิตอรหันต์น่ะ
คุณมนัส     ครับ
หลวงปู่      เป็นจิตของผู้ไม่มีอารมณ์เสพ เออ ไม่ได้ๆ เดี๋ยวจะพูดเกินเลยภูมิของตัวเองไป

เพราะตัวเองไม่ใช่อรหันต์ อ้อ แต่ไม่เป็นไร อาตมาเป็นครูของอรหันต์อีกทีหนึ่ง ก็เอาเป็นว่า

เราอยากจะเป็นผู้ไม่เสวยอารมณ์ ไม่เสพอารมณ์ ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นอรหันต์

พัฒนาจิตให้ลุถึงความเป็นอรหันตผล

ก็คือ แม้แต่พระสกทาฯ อนาคาฯ ก็ยังมีอารมณ์ ยังมีสภาวะธรรม แต่อรหันต์นี่หมด

พระโสดานี่มีโทสะได้ไม๊ (ได้), มีราคะได้ไม๊ (ได้), มีโมหะได้ไม๊ (ได้), มี๊ ดู

อย่างนางวิสาขานี่มีลูกเป็นโขลง เป็นครอก เป็นพระอริยเจ้านะ เป็นพระโสดาบันนะ เดี๋ยว

ท้องๆ หัวปีท้ายปี ท้องไม่เลิก
ท้องแล้วชอบใจด้วยนะ พระพุทธเจ้าถามว่า พอหรือยัง, ยัง พระเจ้าค่ะ,
ถาม ทำไม, ก็ลูกของนางเป็นพระอริยบุคคลหมดเลย นางเป็นอู่ข้าวผลิต อู่ผลิตอรหันต์

อ้าว จริ๊ง จริง 80 คนน่ะ อู้หู ไม่รู้ออกมายังไง
คุณมนัส     ออกจากครรภ์นางอย่างเดียว
หลวงปู่     ใช่
คุณมนัส     ได้อริยบุคคลอย่างเดียว เกินไปหรือเปล่า ไม่ๆ อันนี้ผมถาม
หลวงปู่       เจอกัน จะถามให้
คุณมนัส    ผมถามในฐานะคนรุ่นใหม่นะครับ คนยุคปัจจุบัน ผมก็สงสัยว่า เออ ทำไมใน

พุทธกาล มีเรื่องแบบนี้
หลวงปู่    เรื่องอะไร
คุณมนัส     80 คนน่ะ มันเป็นไปได้เหรอ
หลวงปู่     ก็นางแต่งงานตั้งแต่อายุ 16
คุณมนัส     แล้วคนสุดท้าย คนที่ 80 นางมิ
หลวงปู่     นางตายอายุ 87-88
คุณมนัส     นางตั้งครรภ์ คนที่ 80 ไม่รู้กี่ปี
หลวงปู่    ก็ตั้งครรภ์ตลอดเวลา
คุณมนัส    เหนื่อยเน๊อ ไม่คิดจะปิดอู่เลยเน๊อ
หลวงปู่     ก็ดูแม่หมูมันยังออกได้ทีละ 12 ตัว
คุณมนัส    นั่นมันหมู นี่คนน่ะ ผมตั้งข้อสังเกตุ
หลวงปู่      เพราะฉะนั้น เราชอบใจตรงที่ลูกของนางเป็นพระอริยะหมดเลย ไม่พอ ชอบ

พระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยม พอหรือยัง, ยัง พระเจ้าค่ะ
คุณมนัส      แบบนี้เรียกว่า เสพอารมณ์ไม๊ครับ
หลวงปู่     เอ้า กุศล
คุณมนัส    กุศลเหรอครับ
หลวงงปู่     เออ ใครมีลูกเป็นอรหันต์ไม่ชอบใจได้ไง ก็ถือว่า เป็นความพึงพอใจ เป็นบุญ

ของพระ เป็นบุญของพ่อแม่ที่มีลูกเป็นพระอริยเจ้า งั้น พระโสดาบัน ยังมีอารมณ์ พระ

อนาคาฯ ก็ยังมีอารมณ์ พระสกิทาคาก็ยังมีอารมณ์ แต่พระอรหันต์น่ะ หมดอารมณ์แล้ว
งั้น พระอรหันต์เมื่อไม่มีอารมณ์เนี่ย ใครจะมาด่า มาว่า มาทุบ มาตี มาตำหนิ ติฉินนินทา

มาทำร้ายทำลาย มายกยอปอปั้น มาสรรเสริญ มาเหยียบมาย่ำ ก็จะมีชีวิตดั่งแผ่นดิน

เหมือนที่พระสารีบุตรได้ตรัสยืนยันต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่าหม่อมฉันมีชีวิตดั่งแผ่นดินที่

ใครจะถ่มน้ำลายลง เหยียบย่ำ หรือว่า ประนามหยามเหยียด เยี่ยวใส่ขี้ใส่ ก็ไม่สะทกสะท้าน

นี่แสดงว่า ไม่เสพอารมณ์
คุณมนัส     ปุจฉานิดหนึ่งได้ไม๊ครับ
หลวงปู่     ได้
คุณมนัส     ด้วยความเคารพ
หลวงปู่    วิสัชนา
คุณมนัส    ในระหว่างที่นางตั้งครรภ์ สมมุตินะครับ เราย้อนกลับไปพุทธกาล นางได้พระ

อริยบุคคลที่เป็นบุตรของนางประมาณสัก 20 คนละ, คนที่ 21 นางบอกว่า

นางอยากจะท้องอีก พูดเป็นภาษาชาวบ้าน อยากจะท้องอีก แล้วนางก็หวังว่า จะมีพระ

อริยบุคคลเกิดขึ้น แบบนี้เค้าเรียกว่า ในระหว่างนั้น จิตของนางเสพอะไรอยู่ฮะ เสพ ศรัทธา

หรือยังไงฮะ หรือนางเชื่อในคุณงามความดีที่นางได้ทำมา แล้วถ้าในความเป็นจริง มันจะ

คิดได้ไม๊ว่า ถ้าคนที่ 21 มันไม่เป็นอริยบุคคลล่ะ ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ท่านคิดเหมือน

ผมหรือไม่ฮะ ไม่คิดเหรอฮะ อ้าว ส่ายหัวเลย ไม่คิดด้วย คิดบ้างก็ได้นะ ท่านตอบหน่อยฮะ
หลวงปู่     อาตมาตอบได้ก็แปลกแล้วล่ะ เพราะอาตมาเป็นผู้ชาย ท้องไม่ได้
คุณมนัส    มันต้องมีบ้างนะ ในขณะที่จิตนั้น
หลวงปู่     ก็ลองท้องดู ดีไหมล่ะ คุณก็ลองท้องดู เผื่อ เอ๊อ มันเป็นเรื่องของผู้หญิงที่ตั้งท้อง

แล้วชั้นเป็นผู้ชาย จะไปรู้ได้ไง ขณะที่ผู้หญิงตั้งท้อง มันคิดอะไร เอ๊อ จะไปตรัสรู้ เออ อาม่า

ยังหัวร่อเลย
คุณมนัส     อาม่าน่ะ เข้าข้างผม เน๊อ อาม่าเน๊อ
หลวงปู่    ตอบได้ก็แปลกแล้วล่ะ เพราะว่า ลักษณะของคนท้องเนี่ย เราไม่รู้ว่า เค้าคิดอะไร

แต่ที่รู้ๆ ก็คือ เค้ามีความสุขที่ได้เห็น ได้ตั้งครรภ์แล้วก็ประคบประหงมมาตลอดระยะเวลาที่

เค้าเลี้ยงดู แล้วสำเร็จประโยชน์สูงสุดของความเป็นมนุษย์
คุณมนัส    ผมยกให้ นี่คือ มหัศจรรย์ก็แล้วกัน มหัศจรรย์ของพุทธกาล
หลวงปู่     ก็มีอยู่ท้องเดียว
คุณมนัส    ใช่ฮะ
หลวงปู่      ก็มีอยู่คนเดียวที่ออกลูกได้ตั้ง 80 กว่าคน แล้วก็ผลิตอรหันต์ พระอริยเจ้าได้

ทุกคน
ปุจฉา      เห็นทุกข์ จึงเห็นธรรม ข้ามทุกข์ จึงข้ามธรรม จริงไม๊ครับ
วิสัชนา      อืม มันขึ้นอยู่กับเรามองอะไรเป็นครู บางคนเห็นสุข ก็เห็นธรรมได้นะ เพราะ

มันขึ้นอยู่กับว่า เราสั่งสมกุศลมาอย่างไร คือ สั่งสมกิเลสมาอย่างไร สั่งสมบุญคุณงามความดี

บารมีธรรมมาแบบไหน บางคนปฏิบัติแทบตาย
อย่างจักขุบาล ปฏิบัติธรรมจนกระทั่ง ตาต้องบอด จึงจะบรรลุธรรม บางคนปฏิบัติสบาย

ง่ายมาก แค่ฟังธรรม แป๊บเดียว บรรลุธรรมล่ะ
ดูอย่างพระพาหิยทารุจีรยะเถระ ท่านยังไม่ได้บวชเลย เค้าลือกันว่า พระอรหันต์ พระ

ศาสดามีในโลกแล้ว เป็นชีเปลือยอยู่ เพื่อนมาบอก เทวดามาบอกให้ฟังว่า อรหันต์จริงๆ แก

ไม่ใช่หรอก อ้ายที่เดินแก้ผ้านี่ ไม่ใช่อรหันต์ เพราะว่า ตัวเองบวชเป็นอรหันต์ อ้างว่า ไม่ติด

ยึดอะไร แม้แต่ผ้าผ่อนก็ไม่ใส่ อรหันต์น่ะ เค้ามีอยู่ ไม่ต้องแก้ผ้าด้วย แกจงไปฟังธรรม ก็

ไปเดินตามพระพุทธเจ้า กำลังบิณฑบาตร ก็ขอร้องให้ทรงแสดงธรรม พระองค์ก็ทรงปฏิเสธ

ว่า ตถาคตกำลังภิกขาจารบิณฑบาตร ครั้งที่ 1, ครั้งที่ 2
ที่สุดครั้งที่ 3 ก็เลยบอกว่า การบรรลุธรรม มันเกี่ยงงอนกับเวลาหรือไม่ พระเจ้าค่ะ คือ มัน

เกี่ยวกับเงื่อนไขของเวลาไม๊ พระศาสดาก็ทรงหยุด แล้วหันมาบอกว่า ไม่เกี่ยว, เมื่อไม่

เกี่ยว ก็ขอพระองค์ทรงเมตตาได้ประทานธรรม พระองค์ก็ทรงแสดงว่า ธรรมใดเกิดแต่เหตุ

พระองค์ทรงแสดงเหตุ และความดับเหตุแห่งธรรมนั้น พาหิยะรุจิระเถระฟังธรรมปุ๊บ

บรรลุอรหันต์เลย
ไม่ได้ลำบากอะไรเลย เดินไปขอตื๊อ 2 เที่ยว 3 เที่ยว เท่านั้นเอง อ้ายบางคนมันไม่ใช่,

7 วัน, 7 เดือน, 7 ปี, ดีไม่ดี 7 ชาติ ก็ยังไม่ได้บรรลุ ก็มี

เพราะงั้น มันขึ้นอยู่กับอะไรล่ะ กรรมที่สั่งสมมา ที่เป็นกุศล หรือ เป็นอกุศล หรือ บารมี

ธรรม
แล้วพาหิยะฯนี่ บรรลุธรรมแล้ว บวชไม่ได้นะ คือ ไม่ได้นุ่งผ้าเหลืองนะ ไปหาผ้าเหลือง ก็

โดนวัวขวิดโดนควายขวิดตาย ยังไม่ทันได้นุ่งผ่มผ้า แต่พระพุทธเจ้าก็ยกว่า นั่นคือ พระ

อรหันต์ ถือว่า เป็นพระอริยเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเป็นผู้ตรัสรู้เร็วจบ คือ เทศน์จบปุ๊บ ก็บรรลุธรรม

เลย ไม่ต้องคิดมาก

บางคนฟังมา 7 ปี ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่ต้องบางคนหรอก พวกมึงเนี่ย ฟังกูมากี่สิบปี

ฟังมาแต่ละคน บางคนเข้าวัดตั้งแต่สาวนะ ที่นั่งเนี่ย จนเดี๋ยวนี้ เหนียงมันยาน แก่หง่อมแล้ว

มันก็ยังไม่รู้เรื่องอะไร เหมือนเดิม
คุณมนัส      กำลังใจ เดี๋ยวหดหายนะครับ หลวงปู่
หลวงปู่       หมดอะไร นี่เรื่องจริง พูดเรื่องจริง
คุณมนัส     ไหน ใครไม่รู้เรื่องธรรมะหลวงปู่เลย เห็นไม๊
หลวงปู่     พูดถึงบรรลุธรรม
คุณมนัส      อ๋อ
หลวงปู่     มันมีแต่ทะลุกันเป็นแถวๆ เพราะฉะนั้น เรื่องมันขึ้นอยู่กับบารมีธรรมเหมือนกัน
คุณมนัส    ครับ
หลวงปู่     การสั่งสมอบรมมา อ้ายพวกนี้เค้าแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยไง บางคนก็สั่งสมไป

เรื่อยๆ หลับบ้าง ตื่นบ้าง หลับๆ ตื่นๆ อะไรอย่างนี้
คุณมนัส    แล้วมีขันติธรรมสูง ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
หลวงปู่    เออ สั่งสมความเพียรไง
คุณมนัส    ครับ
หลวงปู่    อาตมาก็เลยต้องสั่งสมความอดทน เอ้า จบ
คุณมนัส    ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องการตั้งครรภ์นะ อีกซักคำถามหนึ่ง อันนี้ไม่ใช่ของผม ผมไม่

สงสัย
ปุจฉา      มีข่าวลงในหนังสือ บอกว่า การมี sex ขออนุญาตถามพระคุณเจ้านะครับ

sex แปลเป็นไทยว่า เพศสัมพันธุ์
หลวงปู่    อืม
คุณมนัส    จะทำให้เซลล์มันสมองโต แล้วก็ฉลาดขึ้น ข่าวแบบนี้มันจริงไม๊ครับ อันนี้ตอบ

ในมุมมองของฆราวาส
วิสัชนา     เออ อันนี้ คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ นี่ไม่ใช่รายการศิรณี หรือ รายการ

ตอบปัญหาครัวเรือนนะคะ ถามผิด ถามใหม่ได้นะคะ
คุณมนัส    ตอนที่เค้าส่งคำถามมาให้ผม เค้าบอกผมแล้วว่า คุณมนัสดูดีๆ นะ คุณมนัสสงสัย
หลวงปู่     เค้าฝากให้ไปถามอ้ายรายการอะไรนั่นหรือเปล่า
คุณมนัส    ผู้หญิงเหรอฮะ
หลวงปู่    ไม่รู้ รายการอะไร ชั้นไม่รู้ รายการอะไรชั้นก็ไม่เคยรู้หร๊อก แต่นี่มันรายการ

ธรรมะนะจ๊ะ จบ
คุณมนัส    sex กับธรรมะก็ไปกันได้ เพราะธรรมะ กับ sex ก็คือ เรื่องของธรรมชาติ
หลวงปู่      นี่ เอาจริงเหรอ
คุณมนัส   ไม่ ก็ผมพยายามจะ ชื่อรายการก็ ปุจฉา วัสัชนา ทุกคำถาม มีคำตอบ
หลวงปู่      ก็ยังไม่เคยลอง เอาให้ลอง แล้วถึงจะมาบอกให้ฟัง แล้วกันนะ แล้วอย่ามาด่ากูนะ

แล้วถ้ามีคนมาถามว่า เอ้า ทำไมท่านอย่างนี้ ก็มึงถาม แล้วกูตอบไม่ได้ กูก็ต้องหามาตอบ

ใช่ไม๊
คุณมนัส     โอเค ครับๆ
หลวงปู่    ใช่ไม๊ สรุปแล้ว
คุณมนัส    เห็นภาพเลยครับ ขออนุญาต งั้น เอาคำถามนี้ ท่านหลวงปู่ตอบได้
หลวงปู่    เออ
คุณมนัส     เรื่องหมอยา ตอบได้แน่นอน
หลวงปู่    เออ แหม จะเคี่ยวเข็ญให้เราลอง
คุณมนัส    ผมช่วยแล้วนะ ท่านไม่ตอบเองนะ
ปุจฉา      คุณพ่อ อายุ 74 ปี ปอดอักเสบ ตรวจพบมา 8 เดือน ตอนนนี้นอนติดเตียง คือ

เดินไปไหนไม่ได้ พูดได้ รู้สึกตัวดีอยู่ แต่อาหารให้ทางสายยางทางจมูก แต่ว่า ไม่ได้เจาะคอ

แต่ปัญหาตอนนี้ คือ เสมหะเยอะมาก ต้องดูดออกตลอดเวลา ช่วงหลัง ประมาณเดือนหนึ่ง

เสมหะเริ่มเหนี่ยวขึ้น มีสีใสๆ เหมือนน้ำ หรือจะเป็นน้ำลายก็ไม่ทราบ จะถามว่า ให้คุณพ่อ

ทานอะไร งดอาหารอะไรบ้าง จะดูแลอย่างไร
วิสัชนา     เดิน ยืน
คุณมนัส     ท่านนั่งไม่ได้ ต้องทำยังไง นอนติดเตียงเลย เดินไม่ได้
หลวงปู่      อ๊อ  ถ้าอย่างนั้นล่ะ ยากล่ะ ลำบาก
คุณมนัส    กายภาพยังไงดีครับ
หลวงปู่     เออ พยายามพาเอาปอดออกไปตากแดดบ้าง ไม่ใช่ไปผ่าปอดออก แต่พาออกไป
คุณมนัส    เปิดม่านออกให้แดดส่อง
หลวงปู่    พาออกไปให้ออกกำลังกาย เพราะว่า ปอดนี่ ถ้ามันอยู่นิ่งๆ น้ำมันจะตก มันชื้น

อากาศรอบตัวเรา ยิ่งตอนนี้เนี่ยนะ น้ำทั้งนั้นน่ะ สูดเข้าไป แล้วถ้าเราไม่ การเคลื่อนไหว คือ

การขับความชื้นออกจากปอด แล้วถ้าสูดเข้าไปแล้วไม่เคลื่อนไหว มีขับไล่มัน มันก็ตก

ตะกอน กลายเป็นหยดน้ำอยู่ในปอด งั้น ต้องเดิน ต้องเคลื่อนไหว แล้วไม่ก็เช้าๆ ไปออก

กำลังกาย ไปนั่งให้แดดมันส่องบ้าง แดดยามเช้านี่ เป็นยารักษาโรคได้อย่างดีเลยนะ

หมอโบราณเค้าบอกให้เอาเนื้อออกตากแดด ก็คือ อุ้มคนไข้ออกไปตากแดด มันมีวิตามินซี

ดี เอ แซด อะไรก็ไม่รู้ สารพัดอยู่ในแดดนั่นแหละ ต้องไม่เกิน 9 โมงเช้านะ ตั้งแต่ 6

โมงเช้า ไปยัง 9 โมงเช้า ออกไปตากแดดเสียบ้าง บางทีเป็นหวัด ไม่เชื่อคุณลอง เป็นภูมิ

แพ้ ไม่ต้องลองนะ ถ้าใครเป็น ลองไปตากแดดแล้ว เช้าๆ ออกกำลังกาย เหงื่อซึมตอนเช้าๆ

แล้วโดนแดด จะดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องกินยาเสมอไป เพราะฉะนั้น รู้จักพาไปออกแดดตอน

เช้าบ้าง แล้วก็ออกกำลังกาย ถ้าปล่อยให้นอนอย่างนั้นน่ะ ยาก แล้วยาอะไรก็ยาก รอวัน

ตายอย่างเดียว เพราะมันจำเป็นจะต้องขับเอาของเสียออก ไม่ใช่เพียงแค่อาศัยยา ต้องให้

ร่างกายมันใช้พลังภายในของมันขับ แล้วทำให้สิ่งที่มันตกตะกอน ตกค้างอยู่ ออกมาจากรู

ขุมขน จากลมหายใจ กับเหงื่อ กับปัสสาวะ อุจจาระ อย่างนี้

ทีนี้ ถ้าไม่เคลื่อนไหวเลย เอาแต่นอนแหมะอยู่อย่างนั้น มันก็เหมือนกับถังน้ำที่มีน้ำขัง ที่สุด

มันเกิดอะไร ตกตะกอน แล้วทีนี้ ก็ลำบากละ ขับออกยากละ จบ
คุณมนัส    สุดท้ายล่ะครับ หลวงปู่  ให้ท่านหลวงปู่ให้กำลังใจญาติธรรมวัดอ้อน้อยหน่อย

เพราะว่า หน้าน้ำครับ หลายคนก็เครียดมาก
หลวงปู่     ก็บอกแล้วไง ปีที่แล้ว เอาอยู่ ปีนี้ก็ เอาอีก
คุณมนัส    ตอนนี้ อิฐนะครับ ผู้สื่อข่าวผมรายงาน อิฐก้อนละ 6.50 บาท เค้าทะยอ

ยซื้อกันแล้วนะครับ
หลวงปู่    เออ ชั้นนั่งรถมานี่
คุณมนัส     กระสอบทราย
หลวงปู่     แถวพุทธมณฑลนี่ มันกรอกทรายใส่กระสอบกันแล้ว
คุณมนัส     ครับ ก็ พุทธมณฑล ข้างๆ องค์พระ
หลวงปู่    ไปวัดอ้อน้อย
คุณมนัส    น้ำปริ่มคลองแล้วนะฮะ
หลวงปู่      แต่ชั้นดีใจนะ
คุณมนัส     หมดล่ะ
หลวงปู่    แต่ชั้นดีใจนะ
คุณมนัส    ครับ เพราะว่า
หลวงปู่       ชั้นดีใจ ไม่ได้สมน้ำหน้าคนโดนน้ำท่วมหรอกนะ ดีใจที่จะได้ทำบุญ
คุณมนัส    อ๋อ ปีที่แล้วก็หลายสิบล้าน
หลวงปู่    ใช่ ชั้นตื่นเต้นมากเลย ปีนี้จะได้ทำบุญอีกรอบหนึ่งแล้ว เอ้า เรื่องจริ๊ง จริงๆ นี่

ตื่นเต้น กูเฝ้ามองว่า ท่วมหรือยังวะๆ เมื่อเช้า เมื่อกลางวันฉันข้าวอยู่บ้านอ้ายจิโรจน์ พอ

เค้ามีภาพ เค้าไม่ได้เปิดเสียงใช่ไม๊ มีภาพว่าน้ำท่วม เฮ้ยๆ มึงเปิดเสียงดังๆ หน่อยซิ มัน

ท่วมตรงไหน เอ้า อ่างทองเว้ย อ่างทอง อู่ทอง ป่าโมกข์ เอ้า ศรีสัชนาลัย มึงดูซิ เช็คดูหน่อย

ว่า เอาข้าวสารอาหารแห้งไปได้ไม๊
ดีใจที่จะได้ทำบุญ มันรู้สึกภูมิใจ มันสบายใจมากที่ได้ทำบุญ แต่อ้ายคนที่โดนท่วม มันคง

ไม่ภูมิใจเท่าไหร่ที่เราพูดอย่างนี้ แต่จริงๆ มันทำยังไงได้ล่ะ ก็รัฐบาลมีตังค์ตั้ง 3 แสนกว่า

ล้าน

คุณมนัส     3 แสนห้าหมื่นล้าน เพิ่มอีกแสน 2 หมื่นล้านครับ
หลวงปู่      เออ นี่ฝนตกเท่าเยี่ยวแมว จะท่วมแล้วเหร๊อ ไม่ท่วมมั๊ง เอาอยู่ พี่น๊อง รับรอง

confirm ..
คุณมนัส    ให้กำลังใจ
หลวงปู่    จะให้กำลังใจอะไร ความจริงมันก็คือ ความจริง ใครๆ เค้าก็รู้กัน นี่มันภาคเหนือ

ยังไม่ลงมานา นี่เจอแต่น้ำฝนที่มานะ แล้วอ้ายที่เค้าทำกันมา 3 แสนกว่าล้าน มันไปทำ

ตรงไหนล่ะ เอ้า ไม่ถามรัฐบาลว่า 3 แสนกว่าล้าน คุณทำตรงไหน ทำช่วงไหน ทำไมมัน

ท่วมมาตลอดทางเลยล่ะ หรือ ทำเฉพาะหน้าบ้านคุณ ฝากถามด้วยคุณ ฝากถามด้วยนะ

ระวังตกงานนะ อย่าถามตรงๆ นะ
คุณมนัส     ไม่ นี่แหละ คือ กำลังใจจากหลวงปู่ ให้รู้จักปลงกับมัน
หลวงปู่    ปลงอะไร ไม่ปลง รู้จักจะอยู่กับมัน แล้วถ้าไม่มีที่อยู่ เดี๋ยวไปช่วยวัดอ้อน้อยทำ

ครัว
คุณมนัส     ขอให้ประกาศรับพ่อครัวแม่ครัวด้วยได้แล้ว
หลวงปู่    ชั้นน่ะ มองหารถ 10 ล้อไว้แล้ว
คุณมนัส     ติดต่อไว้แล้วใช่ไม๊ครับ
หลวงปู่    มองหาไว้แล้ว ว่าจะเอารถเก่า รถเก่ามันผุหมดแล้วไง คราวที่แล้ว ปีที่แล้ว เอาไป

วิ่งไปนี่น้ำมันเข้ามาในตัวถัง ชั้นนั่งยังต้องยกขา มันเปียกขาหมดไง รถมันเจ๊งแล้วไง ว่าจะ

เอารถเก่าไป Turn เปลี่ยนรถใหม่ รถ 10 ล้อ รถมือสอง กำลังมองหาว่า อ้ายตรงไหน

เค้าจะมีให้มั่ง เอารถเก่าแลกรถใหม่
คุณมนัส    .. for Cash รถเก่าแลกรถใหม่
หลวงปู่     เออ บุญน่ะบุญ นี่รถคันแรกของอาตมาเลยนะ
คุณมนัส    นโยบายรถคันแรก
หลวงปู่    อ้าว ใช่ เข้าโครงการรถคันแรกได้ไม๊
คุณมนัส    จัดไป
หลวงปู่    เนี่ย กำลังมองหาอยู่ว่า ถามว่า ท่วมไม๊ ไม่อยากพูด แต่ได้ทำบุญแหละ อาตมา

ได้ทำบุญแน่
คุณมนัส    วัดอ้อน้อยไม่ท่วมนะ
หลวงปู่    ไม่เป็นไร ถ้าวัดอ้อน้อยท่วม ก็ไม่ต้องอยู่ล่ะ คราวที่แล้วปีที่แล้วโดนหลอกไปทีล่ะ

จนคนไม่มาทอดกฐินน่ะ หาว่า ทางพัง วัดน้ำท่วม ก็ยังไม่ทันไรเลยล่ะ เมื่อวานนี้มา พุทธ

มณฑล เค้าเพิ่งจะทำถนนไป ถนนเพิ่งจะเสร็จนะ พุทธมณฑล ถูกไม๊ เมื่อวานนี้มา ครึ่งล้อ

เลย
คุณมนัส    เมื่อวาน ผมก็ติดบนพุทธมณฑล
หลวงปู่     เอ้อ ครึ่งล้อแหนะ รถคลานกันต้วมเตี้มๆ แหม ยังกับ เราก็เลยบอกว่า เฮ้ย อ้าย

แสบ แววมาแล้วเว้ย ข้างๆ เตรียมกรอกถุงกระสอบทรายแล้ว เริ่มมองละ นี่ยังไม่ทันไรเลย

แค่ตกนิดหน่อย นี่น้ำเหนือยังไม่ลงนะ เดี๋ยว ถ้าน้ำเหนือลง น้ำบนสาด เอ้ย พี่น้อง เอาอยู่

เดี๋ยวก็เอาอีก ไปอยู่ไหนดีล่ะ วัดอ้อน้อย ก็ไปนู่น ศูนย์อพยพ อ้ายอะไรนะ ดอนเมืองๆ
คุณมนัส     การท่าฯ สนามกีฬาฯ
หลวงปู่    สนามกีฬาก็อยู่ไม่ได้ ก็ ธรรมศาสตร์ รังสิต
คุณมนัส    ท่วมอีก
หลวงปู่    ท่วมอีก ไปนู่นแล้วกัน ยอดเสาอ้ายนั่น
คุณมนัส     ครับ
หลวงปู่    ยอดเสาวิทยุ มันจะท่วมก็ต้องท่วม แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ คน

โบราณเค้าอยู่กับมันมาตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะน้ำขึ้นน้ำลง มันเป็นธรรมชาติ แต่ปัญหาปีนี้

คือ เวลานี้มันท่วมมันจะแรงกว่าปีก่อนที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่า ทุกโรงงาน ทุกที่ ไปทำ

กำแพงเสียสูง แทนที่น้ำมันจะแผ่กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดิน คือ น้ำถังเดียว มันเทแล้วให้มัน

กระจาย มันก็จะ เค้าเรียกว่า อ้ายจำนวนความสูงน่ะระดับน้ำมันก็จะเตี้ย แต่ถ้าน้ำถังเดียว

แล้วเทไปให้มันอยู่เฉพาะในแก้ว จำนวนความสูงมันก็จะมิดหัว แล้วเราก็ทำกันแบบนี้ วิธี

คิดของเค้า เค้าก็ไปทำกำแพงก่อกันมาสูง 6 เมตร, 5 เมตร, 7 เมตร บางที่ 10

เมตร กั้นน้ำไม่ให้เข้าเค้า แล้วเมื่อน้ำไม่มีที่ไป มันก็ต้องไหลลงที่ต่ำ ตรงไหนที่ต่ำ ก็คือ ชาว

บ้านตาดำๆ ที่ไม่มีปัญญา ก็ไม่ยาก ก็ไปเกาะกำแพงอยู่สิ เกาะกำแพงอยู่ ก็วิธีคิดของเค้า ก็

อ้าย 3 แสนล้านไปอยู่ตรงไหน ก็ไม่แน่ใจ ลองไปโทรถามให้หน่อยว่า น้ำท่วมได้ไง 3

แสนล้านเนี่ย
คุณมนัส     ครับ เดี๋ยวออกให้
หลวงปู่    เพราะปากอย่างนี้แหละ มันถึงได้โดนด่าประจำ ปากไม่ค่อยดี
คุณมนัส    เอาล่ะ ท่านหลวงปู่ไม่ให้ผมพูดเรื่องของงานวัด ผมมีนี่ มานี่
หลวงปู่    อะไร
คุณมนัส    ท่านหลวงปู่จำได้ไม๊ครับ
หลวงปู่    อ๋อ ซุปโสม
คุณมนัส    ซุปโสม มีโสมฟ้า
หลวงปู่     คือ คนที่เค้าคลอดลูกน่ะ เมียอ้ายป๊อบมันคลอดลูก แล้วเลือดเสียมันเยอะมาก

แล้วเค้ากินซุปโสมนี่ แล้วเลือดเสียมันโดนขับออกไป ได้ผลไง ได้เร็ว แล้วร่างกายฟื้นพลัง

ได้ดี ได้สมบูรณ์ ไม่มีอะไรมาก ทำไมให้ชั้นเป็น Presenter ให้ชั้นขายโสมเหรอ

เดี๋ยวจะไปแข่งกับอรหันต์นะ อรหันต์เค้าขายเครื่องปรับอากาศแล้วนะ
คุณมนัส    เห็นเค้าบอก ขวดเล็กนี่ 50 บาท ขวดใหญ่ 150 บาท มีโสมฟ้า มีรังนก มี

ซุปไก่ และอื่นๆ ไม่บอก เก็บเป็นความลับ
หลวงปู่    มันมีรังนก รังนกมันแพง
คุณมนัส    บอกไม่ได้ มีขายที่ไหนครับ
หลวงปู่      ที่ไหน
คุณมนัส   ข้างหน้านี้ วันนี้วันเดียว
หลวงปู่    ไม่รู้ ที่วัดมั๊ง
คุณมนัส    ที่วัดด้วย ก็ไปหาทานกัน บำรุงสุขภาพ หมดคำถามแล้วฮะ ท่านหลวงปู่ครับ
หลวงปู่    เลิกสิ
คุณมนัส    เลิก เดี๋ยวส่งเวทีต่อนะครับ เดี๋ยว
หลวงปู่    เดี๋ยวไปทำกับข้าว
คุณมนัส   แล้วเดี๋ยวมีกิจกรรมต่อนะครับ ขอเชิญทุกท่านนะครับ ร่วมกันเปล่งสาธุการใน

ความเมตตาของท่านหลวงปู่ที่ได้กรุณามาให้ธรรมะแก่พวกเรา แล้วก็เชื่อว่า หลังจากวินาทีนี้

เดินเท้าออกไปจากสโมสรกรมแพทย์ทหารเรือ เราจะได้ธรรมะจากท่านหลวงปู่ไปประยุกต์

ใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในชีวิตประจำวันนับจากนี้ไปนะครับ
(สาธุ)
หลวงปู่    ก็เอาเป็นว่า ใครที่อยู่บ้านต่ำๆ น่ะ ที่มั่นใจว่า ปีที่แล้วเอาอยู่ แล้วปีนั้มันจะเอาอีก

ก็หาวิธีขยับขยายโยกย้ายของอะไรที่มันอยู่ข้างล่าง ก็เอาเชือกผูกขึงๆ ผูกอะไรก็แล้วแต่เถอะ

แขวนให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้มันหล่นใส่กบาลได้ ก็ใช้ได้ล่ะ หาวิธีก็แล้วกัน ถ้าสมบัติมันมาก

นัก ก็ยกเอามาถวายวัดบ้าง ก็จะดี มันจะได้รู้ว่า อ้ายพวกบ้าสมบัติเยอะๆ นี่ มันจะรู้สึกเลยนะ

มันจะทุกข์ตอนน้ำท่วมนี่แหละ อ้ายนู่นก็แช่ อ้ายนี่ก็หมัก ยกมาเต็ม อะไรไม่รู้ สุดท้ายถ้า

มันไปทั้งหมด เหลือแต่บ้านโล่งๆ ทำความสะอาดง่ายกว่าเก่าอีก ถ้าไม่อยากจะย้าย ลำบาก

ทุกข์ยาก มันหนักนัก ก็เปิดบ้าน แล้วเขียนป้ายว่า เชิญยกได้ตามสบาย มันจะได้ไม่ต้องหนัก

ลูก เออ ถ้าขี้เกียจจะยก

แต่รวมๆ สรุปก็คือ ทำใจที่จะอยู่กับมัน  เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีสติและปัญญาก็แล้วกัน
เจริญธรรม
(สาธุ)
หลวงปู่    อยุธยาก็ท่วมแล้ว ท่วมแล้ว ป่าโมกข์ อ่างทอง เดี๋ยวก็ตามไล่มา นี่เค้าจะไล่น้ำไป

ทางไหนน่ะ เค้าบอกจะไล่น้ำลงทะเล ก็มี 2 ทาง อ้ายทางสุวรรณภูมิน่ะ เค้าคงไม่ไล่ไป

หรอก เพราะมันกระทบสนามบิน แต่ที่แน่ๆ น่ะ เออ มันมาทางพุทธมณฑล นี่แน่ๆ เลยล่ะ

แต่วัดอ้อน้อย สบายใจ อยู่ไกลกว่าพุทธมณฑล เออ ไม่ต้องห่วงหรอก แต่คนที่อยู่เทือกนี้

แถบฝั่งธนฯ เนี่ย เตรียมตัวไว้เฮอะ
ใคร บ้านอยู่ฝั่งธนฯบ้าง เอ้า ชื่อมันก็บอกอยู่แล้ว ฝั่งนี้ต้องทน เออ ชื่อมันบอกอยู่แล้ว เลือก

ที่อยู่เองช่วยไม่ได้ ฝั่งนี้ต้องทน ทนเข้าไว้ พี่น้อง
เอ้า จบ พอ
พิธีกร   ก็ต้องขอขอบคุณ คุณมนัส ตั้งสุข ขอเสียงตลบมือ ขอโอกาสเรียนเชิญท่านเจ้า

ภาพ......
หลวงปู่    ตั้งใจว่า นะโม 3 จบ พร้อมๆ กัน ลูก......
สังฆทานและสิ่งของทั้งหลาย รวมทั้งผ้าป่าที่ลูกหลานถวาย หลวงปู่รับแล้วนะ ลูก ยกให้เป็น

สมบัติของวัดและมูลนิธิฯ เพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณะสงเคราะห์ สาธารณะประโยชน์ ขอ

ท่านทั้งหลายอนุโมทนา(สาธุ)
เอ ให้มูลนิธิฯ ลองไปดูซิว่า ที่อ่างทองน่ะ มีน้ำท่วมหนัก อ่างทองหรือ อู่ทองอะไรเนี่ย ใคร

ช่วยไปดูให้หน่อย มันหนักหนาสาหัสขนาดไหน แค่เอวแค่อก อะไรน่ะ ต้องเอาข้าวสาร

อาหารแห้งไปให้เค้าหรือเปล่า
คุณมนัส    ขออนุญาตครับ ท่านหลวงปู่ ที่อำเภอโผงเผง ที่อำเภอป่าโมกข์ครับ ที่อ่างทอง
หลวงปู่    เออ
คุณมนัส    จะหนักหน่อย
หลวงปู่    ปีที่แล้ว ก็ไปนะ ตำบลนี้
คุณมนัส    จุดเดิมครับ
หลวงปู่     เหรอ ปีที่แล้ว ปาเข้าไป มิดรถล่ะ ก็ไปที่ๆ ไปได้  นอกนั้นก็เข้าไม่ได้ ก็เอาของ

ไปให้ รู้สึก
จะประมาณ 300 ครอบครัว เอ้า กรวดน้ำ เดี๋ยว ปัจจัยทั้งหลายที่ลูกหลานให้มา เดี๋ยว

หลวงปู่เอาไป
จัดซื้อข้าวสารอาหารแห้ง แจกพี่น้องที่เค้าเดือดร้อน รอดูท่าเค้าก่อน เผื่อรัฐบาลเค้าจะมีงบ

เงิบอะไร
ให้ เราก็เอาไว้ตอนที่เค้ากำลังอดอยาก เอาไปเลยเดี๋ยวก็มันประเดประดัง บางบ้านที่รับไป

บางทีมีที่
ซุกอยู่หน่อยเดียว นอกนั้นข้าวสารอาหารแห้งเต็มไปหมดก็มี บางบ้านมันก็เป็นอย่างนี้

เหมือนกันนะ
งั้นก็ หลวงปู่จะแจกเฉพาะที่จำเป็น ไม่ได้ไปซี้ซั้วให้ส่งเดช จะเลือกให้ที่เค้าเดือดร้อนจริงๆ

ปีที่แล้ว
เอาไป ถ้าเราเห็นท่า เค้าได้เยอะแล้ว ก็เอากลับ

อ้าว จริงๆ ได้เยอะแล้ว เอากลับ แต่ไม่ใช่เอากลับวัดนะ ก็เลย
ไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ไปค้นหาว่า เราจะให้ที่ไหนได้บ้าง เพราะว่า ชาวบ้านเค้าให้มา เราก็

ต้องบริหาร
ของเค้าให้คุ้มค่า ไม่ใช่ไปให้กับคนที่เห็นแก่ตัว เอาเปรียบ ไม่ได้ ปีที่แล้ว ไปที่ลพบุรีก็

อ้ายปากทาง
มันได้เต็มหมด อ้ายที่เข้าไปลึกๆ อ้ายตะพานน้ำข้ามแม่น้ำ เรือวิ่ง ที่ลพบุรี หลวงปู่ไป เรือ

วิ่งบน
ตะพานที่ข้ามแม่น้ำท่าวุ้ง ลพบุรี เออ ไปเข้าไปลึกๆ นั่นแหละ เกาะกลางแม่น้ำ กลางนานั่น

แหละ แต่
มันเป็นแม่น้ำไปหมดเลยล่ะ น้ำมิดหัว หมูนี่สงสารมันน่ะ อู้หู เป็นพันๆ ตัว ตาย ไก่นี่ชูคอ

ตาย
ถามชาวบ้าน ทำไมไม่เอาออก เค้าบอกว่า เอาออกแล้วไม่ได้ตังค์ เลยต้องปล่อยให้มันแช่

น้ำตาย อู๊ย
ทรมานทรกรรม กว่ามันจะได้ตายเนี่ย เดี๋ยววันกตัญญูนี่ เดี๋ยวจะสาธยายเปิดนรกทั้ง 8 ขุม

อ้าย
พวกนี้มันจะมาฟังหรือเปล่าไม่รู้ มันจะอยู่ในนรกขุมไหนก็ไม่รู้ เห็นแก่ตังค์เลยปล่อยให้

สัตว์ต้อง
ลำบากตาย มันตะกายหาอากาศ แต่ละตัวมีอาการตายเหมือนกันหมดคือ หาอากาศ มันจม

น้ำไง
ชาวบ้านเข้าไปช่วย พอช่วยแล้ว มันไม่มีหลักฐานที่จะไปเอาตังค์ ก็ต้องปล่อยให้มันตาย

เป็นพันๆ
ตัว น่าสงสาร

เอ้า กรวดน้ำ ลูก ก็ปัจจัยที่ลูกหลานถวาย ส่วนหนึ่งหลวงปู่ขอไปจัดซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง

รวมทั้ง
เตรียมเครื่องครัว จัดกิจกรรมสงเคราห์คนที่เค้ากำลังจะเอาอีกในปีนี้ก็แล้วกัน ขอท่านทั้ง

หลาย
อนุโมทนา (สาธุ) เออ แล้วก็บอกไว้ก่อน ลูก ไม่มีที่ไป ถ้ามันเอาอีก แล้วมันมาหนัก

หนาสาหัส
ประการใด ก็ย้ายไปอยู่วัดอ้อน้อย มีที่เยอะ เออ อยู่ตรงไหน ก็อยู่เฮอะ มีที่ตั้งกว้าง อยู่ได้

เอ้า ตั้งใจกรวดน้ำ ว่าตามแล้วรับพร
อิทัง โนยาตินัง.........
หลวงปู่ให้พร.........
(สาธุ)
โชคดี ลูก ธรรมะรักษา ให้รุ่งเรือง ร่ำรวย เดินทางโดยสวัสดิภาพ สุขภาพแข็งแรงทุกคน
(สาธุ)
ลุกขึ้นยืน กราบลาพระ.........
อืม โชคดี ลูก เดินทางโดยปลอดภัย
(สาธุ)
กราบ