Print
Hits: 2313

3 ส.ค. 2555    10:20 น.  ธรรมะวันเข้าพรรษา หลังจากรับพระราชทานพุ่มเทียนพรรษาจากผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยองค์หลวงปู่พุทธะอิสระ

(กราบ)
...น้ำปรับธาตุหมด เมื่อวาน ท่านก็บินมาจากสมุย เอารถมาเหมาน้ำปรับธาตุ ให้รถมา

จากกรุงเทพฯ ตัวเองท่านก็บินมาจากสมุย กินทุกวัน ดีล่ะ แข็งแรง วันนี้หมดล่ะ
เอ้า ถามปัญหา ลูก เดี๋ยวเวลาจะไม่พอ ใครอยากถามอะไร ถามซะ เมื่อกี้ ปฏิบัติธรรมได้

นิดหน่อย เดี๋ยวบ่ายค่อยมาเอาใหม่
อ้อ เมื่อกี้ พระองค์ที่อัญเชิญพานพุ่มของสมเด็จพระสังฆราชมาถวาย เค้ามาบอกว่า เค้าเคย

เป็นเณรบวชอยู่วัดนี้ (สาธุ) สมัยเค้าเรียนอยู่ ภ ป ร รุ่นหนึ่ง แล้วก็มาอบรมภาคฤดูร้อน

เดือนหนึ่ง วันนั้นก็ รุ่นน้องมันก็มา อ้ายนั่นไปเป็นอัยการแล้ว กูก็จำไม่ได้หรอก เค้ามาทัก

เค้าไม่ทักก็จำไม่ได้
ถามปัญหา ลูก
ปุจฉา   ร่างกายเกิดปราณร้อนมาก กระทบภายนอกจะรู้สึกเย็นมาก จะทำอย่างไรให้เกิด

ความอบอุ่นภายในร่างกาย
วิสัชนา    ฝึกไปเรื่อยๆ อย่าทิ้งความเพียรความพยายาม เหล็กเค้ามาฝนจนเป็นเข็ม ยังได้

แท่งเหล็กใหญ่ๆ ใจเรามันอยู่กับเรา 4 ชั่วโมง ทำไมจะฝึกมันไม่ได้ สำคัญว่า เราขยัน

หรือขี้เกียจ โง่หรือฉลาด ถ้าขยันฝึกอย่างชาญฉลาด เดี๋ยวมันก็ได้ สมัยก่อนหลวงปู่ฝึกตัว

เองใหม๋ๆ ไม่มีใครมาพร่ำสอน อาศัยแต่ว่า เรามีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาว่าง
เมื่อเช้า เดินบิณฑบาตรก็ เดินกำหนดรู้ลมหายใจ คนนู้นชวนคุย คนนี้ชวนคุย ก็ไม่คุยกับมัน

เดินกำหนดรู้ลมหายใจ หายใจเข้า สัตว์ทั้งปวงจนเป็นสุข หายใจออก สัตว์ทั้งปวงจงพ้นทุกข์
ขนาดกูเป็นครูบาอาจารย์พวกมึง กูยังทำ ยังฝึกอยู่ตลอด แล้วมึงไม่ฝึก ไม่ทำ
ต้องฝึกอยู่เรื่อยๆ ลมหายใจมี ฝึกเท่ากับลมหายใจ อย่าไปบอกว่า ต้องฝึกเป็นเวลาหรือบาง

เวลา ถ้างั้น มันจะไม่ได้อะไร เพราะว่า เราลองหลับตานึกดูว่า ถ้าเราเหล็กลงน้ำตลอด 24

ชั่วโมง แล้ววันหนึ่งจับมันขึ้นมาขัด 5 นาที แล้วก็ปล่อยทิ้งน้ำอีก แล้วเมื่อไหร่มันจะหาย

สนิม
ถูกไม๊
เออ มันต้องเอาขึ้นมาจากน้ำ อ้ายเหล็กขึ้นน้ำ คือ เหล็กที่ไม่ปล่อยให้น้ำมันเข้ามาครอบงำ 
จิตนี้ มันก็เหมือนกัน ถ้าดึงมันขึ้นมาจากกามคุณ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ให้พ้นจากน้ำ

แล้วก็พยายามขัดมันเรื่อยๆๆ เดี๋ยวมันก็ขาว มันก็ผ่องแผ้ว ผ่องใส แต่ไม่ยอมดึงมันขึ้นมา

จากกามคุณ ปล่อยให้มันจมปลัก แล้ว 5 นาที ดึงมาที เสร็จแล้วก็ทิ้งลงไปใหม่ 5 นาที

ดึงมาที เสร็จแล้วก็ทิ้งลงไปใหม่ เอ๊ย ขี้ทั้งนั้น ขัดไปขัดมา เจอขี้ เลิกขัดอีก เออ เมื่อย เบื่อ

เซ็ง เหนื่อย ลำบาก ง่วง เลยเลิกขัดเลย เนี่ย ขี้
งั้นต้อง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงสอนเอาไว้
สมณะพราหมณ์เหล่าใด มีกายออกจากกาม มีใจไม่หมกมุ่นอยู่ในกาม บุคคลผู้...

ธรรมอันประเสริฐ ความหลุดพ้นก็ย่อมเกิดขึ้น
สมณะพราหมณ์เหล่าใด ผู้มีกายอันหมกมุ่นอยู่ในกาม คือ เปียกชุ่มไปด้วยกาม มีใจอัน

หมกมุ่นไปด้วยกาม แม้ต้องการให้เกิดมรรคผล ก็ไม่เกิด
เหมือนดั่งฟืนที่เปียกน้ำ ชุ่มน้ำ แล้วมาจุดให้เกิดไฟ ก็ไม่เกิด มันต้องฟืนแห้งๆ และอยู่ห่าง

ไกลน้ำ จุดแล้วก็เกิดไฟได้ นั่นคือ ประโยชน์ของใจที่มันไม่หมกมุ่น หรือหมกมุ่น มันแตก

ต่างกัน
ฝึกไปเรื่อยๆ ฝึกทุกลมหายใจ จบ
ปุจฉา   จะสอนคนที่มีทิฏฐิในตนเองสูง ให้มีความเชื่อศรัทธาในพุทธศาสนาได้อย่างไร
วิสัชนา    มันไม่ใช่ง่าย ลูก คำว่า ทิฏฐิที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ มันมีมาตั้ง 2,000 กว่าปี สมัย

ก่อนนี้ อย่าว่าแต่หลวงปู่เลย อุปการชีวกเจอพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าประกาศตนว่า เรา

เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ไม่มีผู้อื่นทำให้เราตรัสรู้ ทั้งที่พระพุทธเจ้าปรารถนาจะแสดงธรรม

ให้อุปการชีวก
อุปการชีวกกลับว่ายังไง อืม อืม ร้องหึๆ ก็คือ ไม่เชื่อแล้วเดินหนีไป เพราะไม่เคยได้ยินไงว่า

เราเป็นผู้ตรัสรู้ชอบด้วยตัวเอง ไม่มีผู้อื่นทำให้เกิด ทำให้ตรัสรู้ มันไม่มีในโลก อุปการชีวก
ขนาดเจอพระพุทธเจ้าเองนะ ก็ยังไม่เชื่อ แล้วหลวงปู่เป็นใคร จะทำให้คนพันธุ์นี้มันเชื่อหมด

ไม่ได้ แม้แต่พระพุทธเจ้ายังทำให้อุปการชีวกเชื่อไม่ได้ ถามว่า ทำไม่ได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้
ไม่ใช่ แต่เพราะว่า อ้ายบารมีที่สั่งสมมาของอุปการชีวกมันไม่มีไง เหมือนกับน้ำที่มันไม่

ยอมขุดร่อง ฝนน่ะ ตกทั่วฟ้า แต่ไม่มีร่อยน้ำ มันก็บ่าไปทั่ว มันก็ไม่ขัง ไม่ตกแอ่ง ฉันใดก็

ฉันนั้น บุคคลผู้ไม่อบรมสั่งสมบารมีธรรมมาแต่อดีต อยู่ดีๆ จะมาฟังธรรมแล้วชอบใจ

เหมือนกับแผ่นดินที่ไม่มีร่องเลย แล้วจะรับน้ำให้มันขังอยู่ได้นาน มันคงจะยากล่ะ งั้น มัน

ต้องขุดร่อง
ขุดร่อง คือ อะไร ต้องเพียร ต้องศรัทธา ต้องเพียร ต้องศรัทธา ต้องเพียร ต้องศรัทธา แล้วก็

ต้องใช้ปัญญาใคร่ครวญ เพียรศรัทธาปัญญใคร่ครวญ เพียรศรัทธาปัญญาใคร่ครวญ
อ้ายคนที่ไม่มีความศรัทธา ไม่มีความเพียร แล้วขาดปัญญา มันก็เป็นมิจฉาทิฏฐิ ก็เหมือน

กับแผ่นดินที่ไม่มีร่อง หรือไม่ก็ ทะเลทรายที่เป็นเนินเขา ให้ฝนตกให้ตาย สุดท้ายมันก็ไม่

ขังบนเขา มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เค้าเปรียบคนพันธุ์นี้ว่า เหมือนกับบุรุษผู้เหมือนกับ

หม้อคว่ำ เหมือนกับอกแตกที่ไม่สามารถจะรับน้ำ ขังน้ำ เก็บน้ำได้
คนที่มีมิจฉาทิฏฐิ มันก็ยากที่จะอบรมสั่งสอน ท่านเปรียบว่า คนพันธุ์นี้ เหมือนกับพวก

ปทปรมะ มีชีวิตอยู่ ก็รอเป็นอาหารของเต่าและปลาเฉยๆ ไม่ได้เป็นประโยชน์พืชผลอะไร

กับตัวเองและคนรอบข้าง จบ
ปุจฉา   การที่เราเป็นครู ต้องการให้เด็กเป็นคนดี แต่เด็กขี้เกียจ ไม่ตั้งใจเรียน ตีเขาบ่อยๆ

เพื่อให้เขาดีขึ้น จะบาปมากหรือเปล่า
วิสัชนา     ไม่เห็นต้องตีเลย ลูก จะทำให้เด็กขยันเรียนหนังสือก็ไม่จำเป็นต้องตี แต่ทำความ

เข้าใจให้ได้ ให้เด็กทำความเข้าใจ หรือ ทำความเข้าใจกับเด็กก่อน ว่าสิ่งที่เค้าเรียน มันจำ

เป็นกับเค้าอย่างไร แล้วก็ชี้ให้เค้าเห็นว่า คนที่ไม่เรียน จะมีอนาคตอย่างไร
ปัญหาของเราก็คือ ขี้เกียจอธิบาย ปัญหาของครูที่มีอยู่ในเวลานี้ มันขี้เกียจอธิบาย พอขี้

เกียจอธิบาย ก็ใช้ไม้แข็งเข้ากระหน่ำ เข้านวด เด็กมันเลยรับไม่ได้ไง เพราะมันก็ไม่ชอบ

อยู่แล้วเป็นทุนเดิม แถมยังใช้ไม้บังคับอีก มันก็ยิ่งไม่ชอบใหญ่เลย
งั้น ถ้าครูขยันอธิบาย
มึงว่า กูนี่ ขยันอธิบายไม๊
อุ๊ย กูอธิบายจนเบื่อล่ะ เบื่อ กูว่า ขยันอธิบายจนเบื่อ บางที เลิกอธิบายไปเลย
งั้น ก็เลยบอกว่า มันจำเป็นต้องขยันอธิบาย แล้วก็ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราเอาอะไรเป็นตัวตั้ง
เอาคุณค่าของความเป็นครูเป็นตัวตั้ง หรือ เอาเงินเป็นตัวตั้ง หรือ เอาวัตถุธาตุเป็นตัวตั้ง เอา

อารมณ์เป็นตัวตั้ง ถ้าหากเอาคุณค่าของความเป็นครูเป็นตัวตั้ง มันก็ต้องหาทุกวิถีทางที่จะ

อบรมสั่งสอน ที่จะถ่ายทอด ที่จะบอกกล่าว ที่จะชี้นำ แต่ถ้าเอาเงิน เอาวัตถุเป็นตัวตั้ง มันมี

ข้อจำกัดเสมอ
ตัวเอย่างเช่น เอาเงินเป็นตัวตั้ง ก็หมดเวลาแล้ว เค้าจ้างกูมาแค่นี้ อย่างนี้เป็นต้น เอาเงินเป็น

ตัวตั้ง
เอาวัตถุเป็นตัวตั้ง ก็อ้าว วันนี้ไม่ว่าง ต้องไปเปียแชร์ เดี๋ยวต้องไปซ่อมประตู ซ่อมโต๊ะ หรือ

ไม่ก็ เดี๋ยวต้องไม่ทำอาจารย์ 3 อาจารย์ 5 อะไรก็ไม่รู้ เอาวัตถุเป็นตัวตั้ง เลยไม่ได้ทำ

หน้าที่
งั้น ครูที่ดี ไม่ใช่ต้องมีไม้เสมอ ลูก แต่ครูที่ดีต้องขยันพูด แต่อย่าบ่น ขยันอธิบาน แต่ไม่ใช่

ขยันบ่น แต่ถ้าขยันบ่น ก็คนรำคาญ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ผัวในบ้านมันยังรำคาญเลย บ่น

บ่อยๆ จิ้งจกอยู่ในบ้าน มันยังย้ายบ้านหนีเลย มึงบ่นบ่อยๆ กูก็ไม่อยู่กับมึงแล้ว
อ้าว จริงๆ จิ้งจก ตุ๊กแก จะสังเกตุบ้านไหนไม่มีจิ้งจก ไม่ใช่มีแมวดุนะ แสดงว่า คนในบ้าน

มันดุ คนในบ้านมันบ่น จู้จี้ ขี้บ่น มันไม่อยากอยู่ด้วย
หลวงปู่เนี่ย แปลก เป็นคนจู้จี้ ขี้บ่น ใครเค้าว่า เป็นคนจู้จี้ ขี้บ่น เจ้าอารมณ์ฉุนเฉียว แต่กูอยู่

กับสัตว์ สัตว์ชอบอยู่กับกูนะ อ้าว จริ๊ง หมู หมา กา ไก่ ทั้งที่หลวงปู่ไม่เคยเลี้ยงมัน แต่มัน

ชอบมาป้วนเปี้ยน นอน เออ จะว่ากูเป็นคนไม่มีเมตตา เดรัจฉานมันจะมาอยู่กับกูได้ไง
งั้น ต้องมองให้ชัดว่า ทำไม เอ๊ พระองค์นี้ ขี้โมโห ขี้จู้จี้ ขี้บ่น เอ๊ ทำไมสัตว์น้อยใหญ่จะมา

ชอบอาศัยอยู่ ก็เพราะว่า แสดงว่ากูไม่ได้มีใจโหดร้าย ครูคนนั้นอาจจะไม่มีใจโหดร้าย
แต่ว่าไม่โหดร้ายอย่างเดียวไม่พอ มันยังมีครูอีกประเภทหนึ่ง คนเค้าชอบพูดให้ฟัง มีหลวง

พ่อองค์หนึ่ง หลวงพ่อองค์นี้ท่านดีเหลือเกิน
ดียังไง
ท่านพูด ไม่ว่าใครเลย ไม่สอน ไม่พูด ไม่ว่า ไม่ด่า ไม่บ่น ทุกอย่างดีหมด เด็กไปขโมยของ

มา มาเล่าให้ฟัง เออ ดีนะ เออ ดีนะ เออ ผัวไปมีเมียน้อย มาเล่าให้ฟัง เออ ดีนะ หลวงพ่อดี

นะ ดีนะอยู่นั่น คนทำชั่ว เออ ดีนะ
อ้าว อ้ายอย่งนี้ก็ อัปรีย์นะ ไม่ใช่ดีนะ ก็เพราะมันไม่แยกแยะดีชั่วถูกผิดไง
ภิกษุ นี่มันแปลว่า ผู้ชี้โทษ ต้องชี้ให้ชาวบ้านเค้าเห็นโทษ เห็นคุณ เห็นประโยชน์ ไม่ใช่เห็น

ดีนะ ดีนะ ดีนะ
เด็กมันไปขโมยของมา มาเล่าให้ฟัง มาบอก ดีนะ เด็กพอมันฟังเข้า เออ ขโมยดีนี่หว่า

ขนาดหลวงพ่อยังบอก ดีนะเลย
ผัวไปมีเมียน้อย มาเล่าให้ฟัง เอ้า ดีนะ อ้าว อย่างนั้นขนาดพระยังยุให้กูมีเลย แล้วมึงจะว่า

ยังไง
เพราะฉะนั้น อย่างดี ไม่ใช่คนดีนะ เค้าเรียก คนนิ่งดูดาย ไม่ใยดี ไร้เมตตา ขาดน้ำใจ ไม่

สำนึกบุญคุณก้อนข้าวหยดน้ำชาวบ้านที่ให้ แทนที่จะให้ปัญญา ให้สติ ให้คำกล่าวตักเตือน

กลับมา ดีนะ ดีนะ ดีนะ
นี่เหรอ ดีของมึง เนี่ย มันอัปรีย์นะ ไม่ใช่ ดีนะ
เราพูดไป มันก็ไม่ชอบใจอีก มันก็ด่าเราอีก หาว่า เราไปว่าหลวงพ่อมัน เราบอกว่า อัปรีย์นะ

ไม่ใช่หลวงพ่อดีนะ
หลวงพ่อดีนะ มันต้องเป็นหลวงพ่อชี้ถูกเป็นถูก ชี้ผิดให้เห็นผิด แล้วก็ให้ปัญญาในการแก้ไข

อย่างนั้นน่ะ หลวงพ่อดีนะ อ้ายนี่ไม่ชี้ไม่ถามอะไรเลย บอกดีนะไปหมดอย่างนี้ ครูก็เหมือน

กันล่ะ อีกประเภทเผ่าพันธุ์เดียวกัน ทำอะไรก็ไม่ว่า ไม่พูด ไม่บ่น ชั่งมึง ชั่งมึง ชั่งมึง ไม่ใช่

มันนะ ชั่งมึงอยู่ตลอดล่ะ
สุดท้ายก็กลายเป็น ลูกศิษย์ลูกหาก็เลวไปหมด อย่างนี้จะเรียกว่า ครูที่ดีได้อย่างไร มันก็ไม่

ถูกต้อง
งั้น ต้องทำหน้าที่ การจะเป็นครูที่ดีต้องขยันสอน อย่าขยันบ่น ขยันสอน ขยันอธิบาย แล้วก็

อย่าเหนื่อย อย่ากลัว อย่าขี้เกียจ ในการที่จะให้คำอธิบายต่อคำถามใดๆ ถ้าเค้าถาม ก็ต้อง

คิดว่า แสดงว่าเค้าไว้ใจที่จะถามเรา เราต้องภาคภูมิใจ และตอบให้เค้า ไม่ใช่ถามก็ ฮือ

รำคาญ ถามอยู่นั่นแหละ อะไรอย่างนี้ แล้วมันจะไปเอาความรู้ที่ไหนล่ะ เด็กมันไม่มี มัน

ต้องการความรู้จากผู้ใหญ่ จากครูบาอาจารย์ จากคนใกล้ชิด ถ้าถามแล้วผู้ใหญ่บอกรำคาญ

เนี่ย มันก็เลยคลาน รำไปเรื่อย เลยทีนี้ ไม่ต้องทำอะไรล่ะ ทำเรื่องปัญหาอุปสรรคให้เกิดขึ้น

ในสังคม ครูล่ะ เป็นคนบาปของสังคม ถ้าครูผลิตเด็กแบบนี้ จบ
ปุจฉา     การกำหนดตัวรู้จากชีพจรที่หลวงปู่สอนเมื่อวานนี้ ควรทำอย่างไรให้ชัดเจน
วิสัชนา      ไม่ได้เรียนเหรอ เรียนแล้วทำไมมาถาม สำคัญมันอยู่ที่ว่า มีผู้รู้จะเข้าไปรับรู้ไม๊

ชีพจรมันมีอยู่ไม๊ (มี)
มีไม๊ เวลานี้พวกมึง ชีพจรเต้นไม๊
(เต้น)
มีใครไม่เต้นบ้าง ยกมือ ลูก
ไม่ เดี๋ยวจะได้นิมนต์พระ ปีนี้พระเยอะ มีไม๊
อาม่า ชีพจรยังเต้นอยู่ไม๊
เต้น เออ อาม่าฉลาด
ชีพจรมันเต้นอยู่แล้ว แต่ตัวรู้ไม่มีไปรับรู้ เมื่อวาน หลวงปู่เดินออกไปยังรู้สึกเลย ชีพจร

ยังเต้นอยู่
งั้น ให้ตัวรู้มันผ่องแผ้ว ผ่องใส ท่านผู้รู้แข็งแรงเถอะ เดี๋ยวมันก็จะได้รู้ว่า ชีพจรมันเต้น

อย่างไร เลือดมันวิ่งอยู่ในหลอดแบบไหน มันวิ่งช้า วิ่งเร็ว มันหนืด มันอ่อน มันแข็ง อะไร

อย่างไร
ปัญหาของเราเวลานี้ก็คือ อ้ายตัวรู้มันไม่มีไง ตัวรู้ไม่มี มันก็ไม่มีสติ สติมันอ่อนแอ จิต

สับสนว้าวุ่น มันมีความคิดเข้ามาแทรกอยู่เรื่อย จนสุดท้าย สิ่งที่ควรรู้ ไม่ได้รู้ สิ่งที่ไม่อยากรู้

ดันทะลึ่งรู้ ดันรับรู้ อย่างนี้เป็นต้น มันก็ไม่ถูกต้อง จบ
พิธีกร    ตอนนี้ หมดคำถามแล้วเจ้าค่ะ
อ้าว หมดคำถามแล้วก็ มีใครจะถามอะไรไม๊ ลูก กี่โมงแล้ว
อ้าว จะให้เหยื่ออีกแล้ว ยังไม่ได้อะไรเลย หลับๆ ตื่นๆ ลุกๆ นั่งๆ ได้อะไรหรือยังเนี่ย
เสียดายข้าว ขาดทุนแล้ว เช้านี้น่ะ ขาดทุนแล้ว เออ ยังไม่ได้อะไรเลย ถ้าไม่ได้อะไร ก็ได้

บุญแล้วกัน
เอ้า ถวายทาน ว่านะโม 3 จบ
...............
ผ้าอาบน้ำฝน สังฆทานและสิ่งของทั้งหลายที่ลูกหลานถวาย รวมทั้งเทียนประจำพรรษา

หลวงปู่รับแล้ว ขออนุญาตแบ่งเป็นสัดส่วนไปถวายพระในจังหวัดนราธิวาส แล้วก็ปัตตานี

ซึ่งเดี๋ยวให้เค้าติดต่อกับผู้การชาคริตฯ ให้เค้าส่งรถมารับ ซึ่งจะส่งไปให้เค้าทุกปี ปีหนึ่งก็ 10

กว่าชุด 20 ชุด ก็ 10 กว่าวัด 20 วัด แล้วก็ส่งไปที่บ้านเขาน้ำตก นราธิวาส อำเภอ

บันนังสตา อีก 3 วัด รวมทั้ง ปัจจัย วัดละ 5,000 บาท
ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนา
(สาธุ)
แล้วเดี๋ยว พวกเราช่วยกันเลือก คัดสรรเอาผ้าวัสสิกสาฎก หรือ ผ้าอาบน้ำฝน เอาไปถวาย

สมภาร นับจำนวนพระวัดนี้ว่า มีกี่รูป เลือกมาได้แล้วก็จบอธิษฐาน แล้วก็นำไปถวายพระ

ในโบสถ์ ตอนบ่ายๆ เค้าจะลงอธิษฐานพรรษา ก็ตามธรรมเนียมกิจพระธรรมวินัย ที่ต้องมี

ผ้าอาบน้ำฝน 1 ผืน ถวายให้ท่านใช้สำหรับอาบน้ำ ในช่วงฤดูกาลพรรษา แล้วส่วนหนึ่งก็

เก็บเอาไว้สำหรับที่จะมีพระบวชถวายพระราชกุศลในวันที่ 11 นี้อีกจำนวนกี่รูปไม่รู้ล่ะ

แต่ท่านก็ต้องมีผ้าอาบน้ำฝน ก็จัดเตรียมไว้ แล้วเหลือนอกนั้น เดี๋ยวก็แจกจ่ายไปตามวัด

ตามชนบทต่างๆ
ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนา
(สาธุ)
ตั้งใจกรวดน้ำ ว่าตาม แล้วรับพร ลูก
.................
(สาธุ)
โชคดี ลูก ธรรมะรักษา ให้เจริญในปัญญาของพระผู้มีพระภาคเจ้า จงรุ่งเรืองเจริญ ลูก
(สาธุ)
 เค้าให้ไปจองที่นั่งสำหรับที่จะเข้าพิธีเจริญมนต์พระปริตร คุณแม่ทั้งหลาย ไปจองหรือยัง

ต้องไปจองนะ ถ้าไม่ไปจองก็จะไม่มีที่นั่ง อีกทั้งพระเค้าจะได้เตรียมเอาเส้นผมหลวงปู่ใส่

เข้าไปในสวัสดิกะสีเหลืองที่เค้าจะแจก เค้าแจกให้เฉพาะแม่ คนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้รับ
งั้น คนที่จะจองเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ได้สวัสดิกะที่มีเส้นผมหลวงปู่ งั้น ก็ไปจอง เค้าจะได้

เตรียมไว้พอดีเหมาะสม ต้องไปจอง วันที่เท่าไหร่เค้าสวด
(12)
ตอนบ่าย ปีนี้ให้สวดตอนบ่าย ตอนเช้าไม่ไหว เหนื่อย เพราะว่า มันต้องใช้พลังมาก ใช้แรง

มาก แหกปากนานมาก ทั้งสวดด้วย ทั้งเทศน์ด้วย ก็เลยให้เป็นตอนบ่าย บ่ายๆ ง่ายกว่า

แล้วก็จะมีพิธีปะสะโลหิต แช่เลือด เอาพระนามสกุลแช่เลือดครั้งสุดท้าย ก็จะแช่ไว้ซัก

พรรษาหรือ 2 พรรษาแล้วแต่ พระเสร็จเมื่อไหร่ ก็แจกได้เมื่อนั้น พระยังไม่เสร็จ
ก็วันที่เท่าไหร่ เค้านัดมาหรือยัง ที่จะไปสวดมนต์ถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(18)
เอ้า วันที่ 18 ไปไม๊
(ไป)
กูเชื่อมึงได้ไม๊เนี่ย
(ได้ค่ะ)
เออ อย่ามาตอ แบบคราวที่แล้วนะมึง หลอกให้กูไป
เออ เราไปช่วยกันสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรล้นเกล้าทั้ง 2 พระองค์ ถวาย

พระพรให้กำลังใจท่าน ให้มากเท่าที่จะมากได้
แล้วเดี๋ยววันไหน รอดูเวลาว่างๆ จะทำ งานกตัญญูของวัด ซึ่งต้องมีทุกปี ขาดไม่ได้ อะไรที่

เป็นเรื่องปรารภของความกตัญญู บุญ คุณงามความดี ทำเถอะ มันไม่เสียหาย
งั้น ใครมีกระดูกกระเดี้ยว ชื่อ รูป ของญาติจะเอามาร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศล ก็เอาไว้มาวัน

งานกตัญญู ไว้ดูอีกที วันไหนแล้วจะแจ้งมาให้ทราบ
เอาล่ะ กราบพระ อะระหัง สัมมา
...............
(กราบ)
ตอนบ่าย จะลงมาสอนกรรมฐาน อย่าให้เห็นหลับ จะให้เวลาพักถึงบ่าย 2โมง ถ้ายังมานั่ง

หลับอีก กูจะตบแล้วขยี้ เสียอารมณ์ เห็นคนนั่งหลับ นี่เสียอารมณ์มาก
เออ แล้วก็ถ้ามีเวลา จะมานั่งเสวนาธรรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวิญญาณก็ได้ ช่วง

เวลาก่อนบ่าย 2 โมง
เอาล่ะ แยกย้ายกันไปทานอาหาร ลูก แบ่งปันกันตามเหตุตามปัจจัย
(กราบ)