Print
Hits: 1890

29 เม ย 2555  เช้า ถอดซีดี พระเณรบวชภาคฤดูร้อน ลาสิกขา ธรรมะแสดงธรรมโดย องค์หลวงปู่พุทธะอิสระ

• พ่อแม่ก็อย่าเลี้ยงลูกด้วยการสอนให้ลูกเป็นนักเสพ อย่าเลี้ยงแค่ให้รู้จักแค่

เสพ ต้องรู้จักหาเพื่อมาเสพ
• หลวงปู่ไม่กลัวว่า เราจะไม่ย้อนกลับมาวัด
• คนดีแล้วพยายามจะทำดี แม้ไม่ดี สำนึก รู้ว่า ไม่ดี แล้วกลับมาพยายาม

จะทำดี มาวัด กลับดีใจ
• แต่อ้ายคนไม่ดีแล้วมาวัด ไม่ได้ดีใจเลย แล้วฟังแล้ว ยังทำไม่ดีอีก ยังโกรธ

ยังพยาบาท อาฆาต ก็ไม่ได้ดีใจเลย
• หลวงปู่ไม่กลัวใครจะไม่เข้าวัด แต่กลัวว่า ความจริงจะไม่ได้พูด
• มึงเอาเงินของมึงคืนไป กูซื้อไม่ได้ ถ้าเรื่องจริงแล้วต้องพูด ถ้าจะบอกว่า

เรื่องจริงแล้วไม่ให้พูด แล้วซื้อได้ด้วยเงิน ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับกะหรี่ ไม่ใช่พระ

กะหรี่ จะได้ใช้เงินซื้อได้
• พระหลวงปู่จะไม่ศักดิ์สิทธิ์เลยถ้าเป็นคนถ่อย ถ้าเป็นคนทุเรศ คนไม่มีศีล

ไม่มีสัจจะ ไม่มีคุณธรรม ไร้สัมมาคารวะ ป้องกันไม่ได้ พระหลวงปู่จะป้องกันเฉพาะคนดี
• เดี๋ยวเดือนสิงหา เค้าก็จะใช้ เค้ามีงานพิธีบวชถวายพระราชกุศล แล้วหลวง

ปู่จะสวดพระปริตรพิเศษให้กับพวกคุณแม่ทั้งหลายที่มาร่วมงาน ถือว่าเป็นการสวดครั้งสุด

ท้าย ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยแล้ว
• อย่าคิดว่ามาวัดนี้แล้ว ต้องมีเงินมาตลอด คนไม่มีตังค์เลย ก็มาวัดนี้ได้ มี

ข้าวให้กิน มีที่ให้นอน มีงานให้ทำ สำคัญที่สุด คือ ต้องมาด้วยใจ
• ถ้าพันธุ์นี้ก็ถือว่า รกคนดีกว่ารกหญ้า รกคนบ้าๆ รกหญ้าดีกว่า เพราะหญ้า

เป็นประโยชน์ให้กับวัวควาย เป็นปุ๋ยให้กับแผ่นดิน
• สำหรับหลวงปู่แล้ว ไม่ได้ทำวัดให้เป็นเจ้า แต่เจ้าจะมาวัด ก็อีกเรื่องหนึ่ง
• แต่ทำวัดให้เป็นที่สำหรับปฏิบัติคุณงามความดี ให้เป็นที่อยู่ของคนดี แล้ว

เค้าจะได้ทำดีสืบเนื่องต่อไป และเผยแพร่คุณงามความดีให้คงทน เป็นต้นแบบเยี่ยงอย่าง
• ไม่ได้ทำวัดเอาไว้ให้อยู่สบาย ถ้าอยู่สบาย หลวงปู่คงไม่ผอมหัวโตอย่างนี้

หรอก
• ที่นี่ไม่ได้จัดพิธีใหญ่โตให้มันหรูหรา สวยงาม แต่สำคัญ สะอาด และเป็น

ระเบียบ
• ถูกต้อง สะอาด เป็นระเบียบ เท่านี้พอ ไม่ต้องประดับประดาอะไรเยอะแยะ

หลวงปู่เป็นคนที่ไม่ชอบประดับประดาอะไรกับเค้า เอาธรรมชาติ แต่สำคัญ สะอาด และ

เป็นระเบียบ
• แล้วความสะอาด เป็นระเบียบ มันมาจากใจสะอาด ลูก ใจที่เป็นระเบียบ

ความคิดที่เป็นระบบ คุณธรรมก็มีอยู่ในใจ ใจก็สะอาด ถ้าคุณธรรมขาดจากหัวใจ ใจสกปรก

การกระทำก็สกปรก ความคิดก็สกปรก คำพูดก็สกปรก เพราะไม่ยังให้เกิดประโชน์แก่ใคร
• ที่นี่เค้าไม่มีคำสอนพิเศษ คำสอนพิเศษของที่นี่มีเฉพาะว่า จงทำหน้าที่เป็น

ครู เป็นตัวอย่างที่ดีให้เห็น หน้าที่ของศิษย์ก็คือ ทำตามครูให้ได้เท่านั้น
• ถ้าคิดคับแคบ เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว อยู่ที่นี่ไม่ได้ ต้องเป็นคนใจกว้างขวาง

เป็นคนมีน้ำใจ รู้จักให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักคำนึงถึงประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นประมาณ ไม่

ใช่เอาประโยชน์ส่วนตนเป็นประมาณ
• ต้องทำ ทำแล้ว เดี๋ยวจะได้ไม่มีอะไรให้ทำ
• สุดท้าย ก็มาเป็นประโยชน์ตน คือเป็นบุญของตัวเราเอง
• กล้าที่จะพูดอย่างเย้ยฟ้าท้าดินได้ว่า ชีวิตหลวงปู่ไม่เคยทำหน้าที่บกพร่อง

ในความเป็นครู
• ถามว่า ทำ ทำไม อยากช่วย ไม่อยากเห็นคนเป็นทุกข์ มีความรู้สึกว่า คน

อื่นเป็นทุกข์แล้วเราจะอยู่ไม่สุข แต่ถ้าคนอื่นเป็นสุข เราก็จะสบายขึ้น
(กราบ)
พร้อมหรือยัง
(พร้อมแล้วครับ)
พร้อมที่จะไปเผชิญต่อโลกแห่งความเป็นจริง พร้อมที่จะไปเล่นเกม หรือ พร้อมที่จะไป

เป็นมนุษย์กาฝาก หรือ พร้อมที่จะไปเป็นมนุษย์มะละกอ
ใครอยากเป็นมนุษย์กาฝาก ยกมือ
ใครอยากเป็นมนุษย์มะละกอ ยกมือ
มนุษย์กาฝาก มันเป็นมนุษย์ประเภทไหน
เกาะเค้ากิน
มนุษย์มะละกอ เป็นมนุษย์ประเภทไหน
(ไส้กลวงครับ)
มนุษย์ไส้กลวง ไม่มีแก่นสาร ไม่มีสาระ มีชีวิตอยู่เพื่อรอวันเน่าเฉยๆ ต้นมะละกอโตขึ้นมา

ตายก็เน่า
ต้นไผ่ ต้นมะค่า ต้นเต็ง ต้นรัง ตายแล้วเน่าไม๊
(ไม่เน่าครับ)
เออ ตายแล้วก็เอาไม้มาทำฟืน มาทำประโยชน์ ทำฝ้า ทำเรือน
งั้น มนุษย์มีลมหายใจ มีชีวิต ได้พลัง ควรจะใช้พลังสร้างสรรสาระและการงาน เมื่อหมดลม

หายใจ ไร้ชีวิต สิ้นพลัง ก็ยังดำรงผลงาน ยังมีสาระดำรงอยู่ งั้น มนุษย์ เมื่อมีชีวิต มีลมหายใจ

ได้พลัง แต่ไม่ทำการงาน ไม่เป็นที่พึ่งของตน คนอื่นก็พึ่งไม่ได้ มันจะต่างอะไรกับต้น

มะละกอ รออยู่เพื่อจะดูดน้ำจากแผ่นดิน ให้ผลนิดหน่อย แล้วก็ตาย สุดท้ายก็ต้นมะละกอเน่า

ไม่มีประโยชน์อะไรมาก
เพราะงั้น อย่าเป็นมนุษย์มะละกอ เมื่อมีลมหายใจ มีพลัง มีชีวิต ก็ใช้พลังที่ได้จากลม

หายใจและชีวิตไปทำประโยชน์ ประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อม อย่าเอาแต่

ประโยชน์ตนแล้วประโยชน์ท่านไม่ได้ เราก็จะอยู่กับท่านไม่ได้ จะอยู่กับใครๆ เค้าก็ไม่ได้

งั้น ต้องมีทั้งประโยชน์ตน และประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อม นี่คือ คำสอนของพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าก่อนจะปรินิพพาน พระองค์ทรงสอน ภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความ

เสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วย

ความไม่ประมาทเถิด
งั้น ถ้าไม่อยากเป็นมนุษย์มะละกอ ไม่อยากเป็นมนุษย์กาฝาก ก็ต้องทำประโยชน์

ประโยชน์ตนและประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมอยู่ตลอดเวลาด้วย ทุกลมหายใจเข้าออก
อย่าริไปทำตัวเป็นเด็กแว๊นๆ เด็กสก๊อย สเก๊า เด็กงี่เง่า สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
เมื่อคืนนี้ หลวงปู่ ตี 1 กว่าๆ ร่วมๆ ตี 1 เสียงแว๊นๆ อยู่หน้าวัด ไม่รู้พ่อแม่มันปล่อยตีน

ผีออกมายังไงไม่รู้ มันลั่นไปหมดเลย รถมอเตอร์ไซ วิ่งกันให้ลั่นไปหมด หลวงปู่ไปแสดง

ธรรม กลับมาดึก ไปแสดงธรรมเชียงใหม่ กลับมา ก็ดึก อุ๊ย มันมาตั้ง 3-40 คันแน่ะ

ขับกันมา หลวงปู่ต้องสั่งให้คนขับรถจอด บอก รอมันไปก่อน ปล่อยให้มันไปเสียก่อน อย่า

ไปแข่งกับมัน อย่าไปขับแซงมัน อย่าไปตีคู่มัน เพราะว่า ไม่รู้ว่า มันจะแว๊บมาข้างหน้าให้

เราเหยียบได้เมื่อไหร่ ปล่อยให้มันไป แล้วเดี๋ยวไปเก็บศพมันข้างหน้า แล้วแถมมีเมียนั่ง

ซ้อนท้ายทุกคันเลยนะ อ้ายลูกสาวใครก็ไม่รู้ล่ะ มันผู้หญิงนั่งซ้อนท้าย พ่อแม่ใครมีลูกอย่าง

นี้ล่ะ มันดอกทองตั้งแต่เล็กๆ ใครมีลูกสาว ลูกผู้หญิงอย่างนี้แย่ ต้องระมัดระวังหน่อย พ่อ

แม่ทั้งหลาย มีลูกผู้หญิงอย่าปล่อยให้มันออกจากบ้านดึกๆ ดื่นๆ แล้วพวกนี้มันแข่งกัน เคย

ถามมันนะ มันมาบวช
ถามมันว่า กูจำมึงได้นี่ วันนั้นมึงขับรถ
ครับ
แล้วอ้ายที่นั่งข้างหลังมึง
อ๋อ เพื่อนเค้าเอาไปแล้ว
เออ มันยกให้กันได้ง่ายๆ อย่างกับสิ่งของแน่ะ
ถามว่า ทำไม
ก็แข่งแพ้เค้า เพื่อนเค้าก็เลยเอาไป
แล้วลูกสาวใคร เป็นรางวัลให้กับรถแข่ง ฟังแล้วก็น่าตกใจ
เป็นอย่างนี้ไม๊
แถวบ้านมึง มีอย่างนี้ไม๊
มีเปล่า
(มีครับ)
เอ้า บ้านใครมี ยกมือ
เออ ข้างหน้ามีกี่คน เอ้ย ยกเฮอะ บ้านใครมีแบบนี้มั่ง
แล้วมึงได้มากี่คน
เรื่องจริง ลูก เรื่องนี้เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องโกหกตอแหลหลอกคน ไม่รู้จะไปโกหกเอาสวรรค์

วิมานอะไร หลวงปู่ก็ไม่ใช่คนโกหก แต่เป็นเรื่องจริงที่มีอยู่ในสังคมที่น่าวิตก
แล้วเราก็อย่าทำตัวเป็นแบบนี้ อ้ายนี่มันไม่ใช่มนุษย์มะละกออย่างเดียว มันเป็นผลมะละกอ

เน่า มีลูกสาวลูกชายทำตัวเลอะเทอะ ไร้สาระ ไม่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ไม่มีคุณค่าอะไร

ต่อสังคม เป็นคนรก อย่างนี้ พระพุทธเจ้า เรียกว่า มนุษเดรัจฉาโน มนุษย์เหมือนดั่งสัตว์

เดรัจฉาน ส้องเสพไม่รู้จักที่ จักถิ่น ทำตังเลอะเทอะ ไม่มีประโยชน์ ไม่มีสาระ
งั้น น้องหนูทั้งหลายสึกออกไป ก็อย่าไปทำตัวแบบนี้ แล้วก็อย่าไปกลัวว่า ใครเค้าจะว่าเรา

เชย ที่เป็นผู้ที่ไม่เข้าสังคมเลย ถ้าสังคมเลวๆ ไม่เข้าก็ยังไม่เป็นไร ไม่เห็นเสียหายอะไร ถ้า

เรารู้ว่า สังคมนี้เป็นสังคมที่ไร้สาระ เลอะเทอะ เปรอะเปื้อน ไม่มีประโยชน์ ไม่เข้า ใครเค้า

จะว่าเราเชย ก็ช่างมัน ช่างหัวมัน ตัวเรามีสาระ มีประโยชน์ พ่อแม่ได้ประโยชน์ เป็นสุข

พอแล้ว
เดี๋ยวนี้ เราชอบสร้างค่านิยม และเชื่อในค่านิยมอย่างนี้ว่า ถ้าอยากจะคบเพื่อน ก็ต้องเลว

เหมือนเพื่อน ต้องชั่วเหมือนเพื่อน ต้องเล่นเกมตามเพื่อน เค้าคุยกันเรื่องพนันบอลล์ เราก็

ต้องรู้เหมือนเค้า ต้องคุยกับเค้าได้ เค้าคุยเรื่องแข่งรถ เราก็ต้องแข่งกับเค้า ต้องเข้าสังคมกับ

เค้าได้ เค้าคุยกันเรื่องยาเสพติด แล้วก็ต้องเข้ากับเค้า จะได้คุยกับเค้ารู้เรื่อง อ้ายอย่างนี้น่ะ

มันเลว มันเลว ไม่ไช่ถูกนัก ไม่ถูกเอาเลย
มันไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เหมือนดั่งสัตว์เดรัจฉาน เพราะอะไร เพราะสัตว์เดรัจฉานมันไม่

มีความคิดไง สัตว์เดรัจฉานมันเข้าหมู่อย่างไร หมู่แบบไหน มันก็ไปตามหมู่แบบนั้น เค้า

เรียกว่า มนุษย์เดรัจฉาน ถ้าเป็นมนุษย์ มันมีหัวคิดของตัวมันเอง มันต้องดีกว่าเดรัจฉาน

มันต้องรู้แยกแยะ ชั่ว ดี ถูก ผิด ใช่ ไม่ใช่ ได้ เสีย
งั้น เรื่องวิธีคิดที่ไม่ทำตนให้เป็นมนุษย์กาฝาก มนุษย์มะละกอ มนุษย์เดรัจฉาน เนี่ย หลวงปู่

เชื่อว่า ได้สอนไปเยอะล่ะ เหลือเวลาที่เราจะไปทำ มีหน้าที่ คือพ่อแม่ต้องไปทวงถาม อะไร

ที่มันอู้ มันหลบ มันไม่ยอมช่วยเหลือการงาน กินนอน ล้างชามก็ไม่ล้าง บ้านก็ไม่ถู

การบ้านก็ไม่ทำ รอแต่แบมือขอเงิน ออกเที่ยวเตร่ มั่วสุม เล่น Internet  ติดเกม

ลองถามเด็กดูว่า หนูจะเป็นมนุษย์มะละกอหรือว่า มนุษย์อะไร
(กาฝาก)
กาฝากเหรอ หลวงปู่ท่านสอนมาไม่ใช่เหรอว่า มนุษย์กาฝากมันน่าเกียจ ยังไปอยู่ เกาะน้ำ

เลี้ยงพ่อแม่อยู่ตลอดเวลา เกาะน้ำเลี้ยงบ้านและครอบครัว แล้วไม่คิดจะเป็นประโยชน์ให้เลย

เหรอ ต้องถามอย่างนี้ ถามตรงๆ แบบนี้ ไม่ต้องอ้อมค้อม จะเป็นกาฝากเหรอ จะเป็น

มะละกอเหรอ จะเป็นเดรัจฉานเหรอ เพราะถ้าไม่คิด ไม่รู้จักคิด ก็เป็นเดรัจฉาน
ถ้าไม่มีแก่น ไม่มีสาระ ไม่แสวงหาความรู้ ปฏิเสธการอบรม เรียนรู้ ศึกษา ก็มะละกอล่ะ

เรียกว่า ไม่มีแก่น ถ้าสามารถแข็งแรง เป็นที่พึ่งของตนและคนรอบข้างไม่ได้ ลมพัดก็ล้ม

มีปัญหาก็หัก หลุด เน่า เนี่ยเค้าเรียกว่า มะละกอ
อีกทั้งไม่เป็นประโยชน์ต่อตนและคนรอบข้างเลย เอาแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ อย่างนี้

ก็กาฝาก
เออ พ่อแม่ต้องรู้จักกระตุ้นเตือนจิตวิญญาณลูก ให้ลูกได้สำนึกว่า เค้าจะเลือกเป็นลูกของคน

ผู้มีคุณลักษณะอันวิเศษ
คุณลักษณะพิเศษ คืออะไร  มนุษย์ไม่ควรปฏิเสธ 4 คุณ
คุณธรรม ทำให้ทำคุณประโยชน์ พอทำคุณประโยชน์ ชีวิตก็มีคุณค่า สังคมก็เกิดคุณภาพ
งั้น เป็นมนุษย์ ไม่ควรปฏิเสธ 4 คุณนี้ ต้องมีคุณธรรม คุณธรรมอะไรสักอย่างหนึ่งล่ะ

ไม่จำเป็นต้องหลายอย่าง คุณธรรมในที่นี้ คือ  1. ต้องกตัญญู รู้คุณ กตเวทิตา ตอบแทน

คุณ ต้องสำนึกบุญคุณ ก้อนข้าว หยดน้ำที่พ่อแม่หามาให้กิน เงินทุกบาทที่ได้มา ผ้าทุกตัวที่

ได้สวมใส่ ของทุกชิ้นที่ได้ใช้ ต้องสำนึกบุญคุณ ว่าคนหามาได้ยาก เราจะต้องใช้ให้คุ้มค่า

ไม่ใช่ฟุ่มเฟือย เหลือเฟือ แล้วก็ทำตนเป็นคนฟูมฟายทะยานอยากไม่รู้จบ แม่อยากได้นี่

พ่ออยากได้นั่น แต่ตัวเองไม่เป็นประโยชน์เลย
แล้วพ่อแม่ก็อย่าเลี้ยงลูกด้วยการสอนให้ลูกเป็นนักเสพ อย่าเลี้ยงแค่ให้รู้จักแค่เสพ ต้องรู้จัก

หาเพื่อมาเสพ อย่าสนับสนุนให้ลูกเป็นนักเสพ อ้ายนักนี่มันแปลว่า บ่อยๆ หมายถึง เสพ

บ่อยๆ โดยไม่สนที่จะสร้างและส่งเสริมหรือรังสรรค์ ต้องสอนให้รู้จักสร้าง ส่งเสริม และ

รังสรรค์ หรือ สั่งสม ไม่ใช่เอาแต่นั่งเสพ นอนเสพ เสพอยู่ตลอดเวลา ถ้าอย่างนั้น ก็แสดงว่า

เรากำลังจะทำร้ายลูกล่ะ พ่อแม่รังแกลูกล่ะ กลายเป็นง่อย เปลี้ย เสียขา ทำอะไรไม่เป็น เด็ก

สมัยนี้ ล้างชามยังไม่เป็นเลย จุ่มยก จุ่มยก บอกให้มันไปล้างชาม เอาน้ำราดๆๆๆ เปิดน้ำ

เสร็จ จบ ซักผ้ายังซักไม่เป็นเลย ไปยืนดูมันซักผ้า จุ่มยก จุ่มยก แล้วก็จับพาดราว บอก

โคตรพ่อโคตรแม่มึงสอนมาอย่างนี้เหรอ จุ่มยก จุ่มยก ที่บ้านผมไม่ใช้มือครับ ถามทำไม

ใช้เครื่อง
เออ อ้ายฤทธิ์ที่ใช้เครื่องเนี่ย มันเลยเป็นง่อยกันไปหมดไง มันต้องสอนแต่เล็กๆ ต้องรู้จัก

กวาดเพื้นยังกวาดไม่เป็นเลยเด็กสมัยนี้ มันใช้วิธี กวาดป้ายซ้ายป้ายขวา ป้ายซ้าย ป้ายขวา

แล้วกลับมาดู อ้าว รกเหมือนเดิม เพราะมันกวาดไปไม่พ้นไง งั้น แสดงว่า อยู่บ้าน พ่อแม่

ไม่ได้อบรมสั่งสอนมัน ไม่ได้ชี้นำ งั้น กลับไปสอน เด็กพร้อมที่จะทำ เพราะอยู่ที่นี่ พี่เลี้ยง

สอนสั่ง หลวงปู่ชี้นำ เด็กก็ทำได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้ ทำงานยากก็ได้ งานง่ายก็ได้ สำคัญ มันไม่

มีคนจะสอน จะนำ
งั้น ลูกนี่ เหมือนสำลีนะ ลูก อยู่ใกล้ถ่าน มันก็เป็นถ่าน อยู่ใกล้ทอง มันก็เป็นทอง เพราะมัน

จะซึมเอาสีเข้ามา เด็กมันมีคุณลักษณะชนิดหนึ่ง ก็คือ มันจะซึมซับทุกอย่างที่อยู่รอบกาย

มันมีลักษณะไม่ต่างอะไรกับสำลีหรือฟองน้ำ
งั้น ต้องให้มันอยู่ในสิ่งที่ดีๆ สังคมดีๆ สิ่งแวดล้อมดีๆ ความคิดดีๆ แล้วเดี๋ยวมันก็พูดดี ทำดี

งั้นพ่อแม่ต้องรู้จักหาสังคมดีๆ ให้ลูกได้ส้องเสพ เห็นเพื่อนมาบ้าน ก็อย่าปฏิเสธเพื่อนของลูก

ลูกพาเพื่อนมาบ้าน ก็ต้องถามว่า พ่อแม่หนูมีอาชีพทำอะไร ครอบครัวเป็นอย่างไร บ้านช่อง

พ่อแม่ พี่น้อง ต้องสืบสาวหาเหตุ หาที่มาที่ไปให้ชัดเจน
งั้น ต้องรู้จักแยกแยะให้ชัดเจน ว่าเราควรทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์ต่อลูกเราบ้าง สร้าง

สังคมที่งดงามให้แก่ลูกเรา บำเพ็ญประโยชน์ให้ลูกเราได้เห็นบ้าง เพราะว่า พ่อแม่เป็นอย่าง

ไร ลูกออกมาเป็นอย่างนั้น อยากรู้ว่า ลูกเป็นคนมีน้ำใจไม๊ ก็ต้องหันถามพ่อแม่ว่า พ่อแม่

มีน้ำใจบ้างไม๊ อยากรู้ว่า ลูกเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือเปล่า ก็ไปถามพ่อแม่ว่า เห็นแก่ตัวไม๊

อยากรู้ว่า ลูกเป็นคนสะอาดไม๊ ก็ต้องไปดูพ่อแม่ว่า สะอาดกายสบายใจไม๊ อยากรู้ว่า ลูกมี

ระเบียบไม๊ ก็ต้องถามพ่อแม่ว่า มีระเบียบมีวินัยไม๊ อยากรู้ว่า อ้ายลูกมีกิริยามารยาทเรียบ

ร้อย ก็ต้องไปดูพ่อแม่ว่า มีกิริยามารยาทเรียบร้อยไม๊
เพราะลูกไม้ มันหล่นไม่ไกลต้น
อ้ายลูกที่ออกมากักขฬะ หยาบช้า เลอะเทอะ เหลวไหล ไร้สาระ เอาเปรียบ คับแคบ ตระหนี่

เห็นแก่ตัว มักมาก อยากได้ มันฟ้องพ่อแม่ แสดงกำพืดของพ่อของแม่ บอกให้รู้ว่า พ่อแม่

ต้นตระกูลเป็นอย่างนี้ ลูกมันเลยออกมาเป็นพันธุ์นี้
งั้น เราอยากให้ลูกเราไปประกาศสัจธรรมของตัวเรา ครอบครัวเรา เราต้องปรับเปลี่ยน

ปรับปรุง แก้ไข
หลวงปู่ไม่กลัวว่า เราจะไม่ย้อนกลับมาวัด
คนดีแล้วพยายามจะทำดี แม้ไม่ดี สำนึก เมื่อรู้ว่า ไม่ดี แล้วกลับมาพยายามจะทำดี มาวัด

กลับดีใจ
แต่อ้ายคนไม่ดีแล้วมาวัด ไม่ได้ดีใจเลย แล้วก็ฟังแล้ว ยังทำไม่ดีอีก ยังโกรธ ยังพยาบาท

อาฆาต ก็ไม่ได้ดีใจเลย
งั้น หลวงปู่ไม่กลัวใครจะไม่เข้าวัด แต่กลัวว่า ความจริงจะไม่ได้ไปพูด
เมื่อ 2 วัน มีกรรมการมูลนิธิ เค้ามาปวารณาจะยกพระ เค้าจะถวายอยู่ทิศหนึ่ง เค้าให้

ล้านนึง ทั้ง 4 ทิศ ๆ ละ ล้าน เค้ามีข้อแม้ให้อย่างหนึ่ง หลวงปู่อย่าไปพูดว่า คำว่า อรหันต์

เดี๋ยวนี้ มันมีอรหันต์หลอกลวง อรหันต์ต้มตุ๋นเยอะแยะ
หลวงปู่ก็เลยบอกว่า อย่างนั้น มึงเอาเงินของมึงคืนไป กูซื้อไม่ได้ ถ้าเรื่องจริงแล้วต้องพูด ถ้า

จะบอกว่า เรื่องจริงแล้วไม่ให้พูด แล้วซื้อได้ด้วยเงิน ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับกะหรี่ ไม่

ใช่พระกะหรี่ จะได้ใช้เงินซื้อได้
งั้น ของจริงต้องพูดความจริง ต้องให้ชัดเจน
งั้น พ่อแม่อย่าพยายามทำร้ายลูก อย่ารู้สึกได้ว่า ลูกเราต้องดีเสมอ แล้วก็พยายามที่จะมอง

ให้ชัด มองให้ถูก มองให้เป็นว่า ลูกเรากำลังจะทำอะไรที่เสียหาย แล้วความเสียหายนั้น มัน

เกิดจากครอบครัว หรือ สันดานลูก หรือ ไปเรียนรู้มาจากที่อื่น ไม่ใช่ลูกทำเสียหายแล้ว

โวยวาย ตีโพยตีพาย ด่าว่า เฆี่ยนตี ประณามประจาน แต่รู้ไม๊ว่า อ้ายความเสียหายเหล่านั้น

มันมาจากกำพืดของครอบครัวหรือเปล่า มันมาจากต้นฉบับพ่อแม่ไม๊
ถ้ามันมา อย่าด่าลูก ต้องด่าตัวเอง ต้องบอกตัวเองว่า เราต้องปรับ ต้องแก้ไข เห็นลูกคับแคบ

เอาเปรียบ ตระหนี่ เอ ใครสอนมึงหว่า อ้ายพันธุ์นี้น่ะ มึงเอามาจากไหน เออ กูก็ไม่มี แม่ก็

ไม่มี ปู่ย่าตายายก็ไม่มี อ้าว แสดงว่ามึงไปคบคนไม่ดี ครูบาอาจารย์สอนมาไม่ดี หรือ

สังคมรอบข้างมันไม่ดี ไม่ได้ ลูกต้องแก้ เพราะนี่มันเป็นเสนียดของลูก ใครเค้ารู้ว่า ลูกเป็น

คนเห็นแก่ตัว มีใครเค้าจะคบล่ะ ใครเค้ารู้ว่า ลูกเป็นคนคับแคบ ตระหนี่ เอาเปรียบ กลาย

เป็นตัวน่ารังเกียจ แล้วลูกก็จะเป็นคนที่อยู่ในสังคมที่คับแคบ เป็นคนที่น่ารังเกียจในสังคม
งั้น เค้าถึงเรียกว่า เป็นเสนียด เป็นจัญไร งั้น ลูกควรจะต้องทิ้งมันไป สลัดให้หลุด แต่ถ้าพ่อ

แม่ทำต้นแบบไม่ดี แล้วมัวแต่ไปด่าลูกเอาๆ พ่อแม่ดูดบุหรี่ กินเหล้า เล่นการพนัน คอยเก็ง

หวย อาจารย์ไหนให้หวยถูก ก็พากันไป แล้วลูกเราไปเล่นบ้าง อย่าไปว่า
มีตำรวจคนหนึ่ง เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ มันมาปรึกษา
หลวงปู่ครับ ผมจะทำยังไง แม่ผมชอบซื้อหวย กินเหล้า
อ้าว แล้วมึงทำไง
ผมเป็นตำรวจ ผมรู้สึกไม่ชอบใจ อ้ายซื้อหวย มันก็ผิดกฏหมาย  อ้ายกินเหล้า ก็ทำลาย

สุขภาพ
อ้าว แล้วทำไง
ผมอยากให้แม่ผมเลิก
มึงก็ไปบอกแกสิ มาบอกกูทำไม กูไม่ใช่พ่อแม่มึงนี่
บอกแล้ว แกไม่เชื่อฟัง
ไม่ยาก เดี๋ยว งวดนี้ หวยออก เงินเดือนมึงมีเท่าไหร่ ฝากแม่มึงซื้อให้หมด แล้วก็ซื้อติดต่อ

กันซัก 3-4 เดือน พอถึงเวลา หวยกินหมด มึงก็แบมือไปขอเงินแม่มึง ซัก 3 เดือน

เดี๋ยวแม่มึงก็ต้องเลิกซื้อหวย เพราะต้องคอยเอาเงินมาให้มึง
เออ มันทำได้ผลนะ มันกลับไปทำ เงินเดือนออกเท่าไหร่ มันซื้อหวยหมด ฝากแม่มันซื้อ

ไม่ให้คนอื่นซื้อ ซื้อหมด ซื้อทุกครั้งก็กินทุกครั้ง กินทุกครั้งก็พอเช้าขึ้นมา แม่ขอตังค์ ไม่มี

งวดแรกๆ ก็บอก แม่ก็ซื้อด้วยกับลูก งวดที่ 2 แม่ไม่กล้าซื้อกับลูก เพราะลูกเล่นหมดตัว

ขืนเล่นหมดทั้งบ้าน ไม่มี แม่ก็ต้องไปขยักเงิน พองวดที่ 3 แม่เลิกซื้อ เห็นลูกซื้อหมด เออ

ก็เลยไปเอาเงินมาให้ลูก
อ้าว แล้วเหล้า ทำไง ก็ไม่ยาก บอกให้แม่เลิก แม่ไม่ยอมเลิก ก็ไม่ยาก เดี๋ยวเงินมึงออกมา

ก็ซื้อเหล้ามันทั้งหมด ไปนั่งชวนแม่กิน มา แม่มา ก๊งกันคนละจอก เออ ดูว่าใครจะเมาก่อน

กัน เข้าท่า แม่มันเห็นลูกเมาอย่างกับหมา แม่มันเลยไม่กล้าจะเมาต่อไปเลย เพราะไม่มีแม่

คนไหนอยากเห็นลูกเลวหรอก
มีไม๊
ไม่มีหรอก มีแม่คนไหนอยาก มีแต่แม่อยากเห็นลูกดี
แล้วถ้าความเลวมันมาจากครอบครัว จากพ่อแม่ จากตระกูลวงศ์ ก็ต้องลด อย่ามองว่า ตัว

เองต้องดีทั้งหมด แล้วถ้าลูกไม่ดี ก็จะตำหนิ ด่าว่าแต่ลูก มันไม่ถูกต้อง
นี่คือ สิ่งที่อยากบอกไว้  สามเณรบางคนมาเล่าให้ฟังว่า พ่อกินเหล้า แม่ชอบเล่นหวย
ไม่ได้เป็นเรื่องผิดหรอก ถ้าเราไม่มีคนที่ 3 อยู่กับเรา เราไม่อยากจะให้ลูกเราเป็นคน

อย่างนี้ เราก็อย่าทำต้นแบบไม่ดีให้ลูกเห็น ถ้าเราอยากเห็นลูกเป็นคนดี ก็ต้องทำต้นแบบดีๆ

ให้เค้าเห็น ก็บอกแล้วว่า ลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้น ต้นมันออกมายังไง ลูกไม้มันก็อยู่ตรง

นั้นแหละ มันไม่ไปไกลหรอก
นี่คือ สิ่งที่อยากฝากไว้ สิ่งที่สอนเณรไว้ ก็เชื่อว่า สอนได้อย่างดีแล้ว ส่วนจะทำดีหรือไม่ ก็

ขึ้นอยู่กับสามเณรล่ะ เหลือแต่พ่อแม่ล่ะ จะเป็นผู้สืบสานความดี ความงดงามเหล่านั้นให้

ดำรงคงอยู่ อย่าลืมว่า เห็นลูกกลายเป็นคนเอาเปรียบ ก็ถามว่า กำลังเป็นมนุษย์กาฝากเหรอ
เห็นลูกปฏิเสธการเล่าเรียน ไม่ยอมทำการบ้าน ไม่สนใจการศึกษาเล่าเรียน อบรม ก็ต้อง

ถามกลับมาว่า กำลังเป็นมนุษย์มะละกอเหรอ
ถ้าเห็นลูกกลายเป็นคนที่เอาแต่เสพ แบมือขอตังค์ ไม่คิดจะช่วยเหลือเกื้อกูลใดๆ คิดไม่เป็น

เข้าสังคมผิดๆ อยู่กับการมั่วสุม เล่นเกม ไปบิดเป็นอะไรนะ เด็กแว๊น ก็ต้องถามลูกว่า เป็น

มนุษย์เดรัจฉานเหรอ คิดไม่ได้เหรอ แยกแยะไม่ได้เหรอ ถูกผิด ไม่รู้จักหรือไง
ถามลูกแค่ 3 ประโยคนี้แหละ อย่าถามมากเรื่อง แล้วหลวงปู่เชื่อว่า เค้าจำในสิ่งที่สอนได้

ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ขอให้มีคนช่วยกระตุ้นเค้าหน่อย คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องขยันกระตุ้น

ให้เค้ารู้ เห็นลูกกำลังเฉื่อยๆ ทำตนเป็นคนสันหลังยาว ก็ต้องถามเค้าเลยว่า นี่ กำลังจะทำตัว

เป็นมนุษย์มะละกอหรือไง ไส้กลวง ไม่มีสาระ ไม่มีแก่น เพราะความรู้มันอยู่กับใคร แสดง

ว่า คนนั้น ชีวิตมีแก่นสาร
ถ้าเห็นเป็นคนสันหลังยาว เอาเปรียบ ก็ต้องถามกลับไปว่า เป็นมนุษย์กาฝากหรือไง คอย

แต่ดูดน้ำเลี้ยงอย่างเดียว จิตในคับแคบ
ถ้าเห็นเป็นคนแยกแยะถูกผิดไม่ได้ ก็ต้องถามกลับไปว่า เป็นมนุษย์เดรัจฉานหรือไง คิดไม่

เป็นหรือไง สัตว์เดรัจฉานเท่านั้นแหละที่มันคิดไม่เป็น สำหรับมนุษย์แล้ว ต้องรู้จักคิด
ถามแค่นี้แหละ
เอาล่ะ เห็นพอสมควรแก่เวลา
เดี๋ยวเตรียมกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย ขอขมา แล้วก็กล่าวคำลาสิกขา
ใครคิดว่า ยังไม่อยากสึก มีไม๊
ถ้ามี ก็ออกมาอยู่ข้างหน้า อยู่ข้างนอก
ถ้าไม่มี ก็คุกเข่า กราบพระ
(กราบ)
กล่าวคำลาสิกขา
...........
หลวงปู่ให้พร
.........
เอาจีวรไปกองไว้ อังสะไปกองไว้ ผ้ารัดอกก็กองไว้ แยกกันต่างหาก อย่าไปกองรวมกัน

เดี๋ยวถึงเวลาพี่เลี้ยงเค้าไปซัก จะได้ไม่ต้องมานั่งเลือกอีกรอบนึง ลูก ทำงานให้เป็นระบบ

เป็นระเบียบ กองจีวรกองหนึ่ง อังสะกองหนึ่ง ผ้ารัดอกกองหนึ่ง แล้วสบงอีกกองหนึ่ง พ่อแม่

เตรียมเสื้อผ้าส่งมอบให้ลูก ไปเปลี่ยน
หมดไปอีกปีหนึ่ง อีกวาระหนึ่งกับการเฝ้าดู เลี้ยงดู สอนลูก 2 คน ก็ว่าเหนื่อยแล้ว แต่สอน

ลูกชาวบ้าน 200 กว่าคนนี่ มันเหนื๊อย เหนื่อย เหนื่อย มันไม่ได้เหนื่อยธรรมดา ยิ่งสอน

ให้มันอยู่รวมกันอย่างไม่ให้ต้องวิวาท กัดกัน ทะเลาะกัน ยิ่งเหนื่อยใหญ่ สอนให้รู้จัก

ธรรมเนียมปฏิบัติ เข้าใจสมณะสารูป ให้รู้จักมองอย่างมีสติ ก็ยิ่งเหนื่อยมากใหญ่
แต่ถ้าไม่สอนให้ทำ เค้าก็จะไม่ทำอะไรเลย มันจะเป็นนิวรณ์ของชีวิต มันจะมีแต่สิ่งที่เป็น

มลทินติดอยู่ในชีวิต แยกไม่ได้ระหว่างสีขาวกับสีดำ
มันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ
แต่งตัวเสร็จแล้ว ก็เข้ามา รับศีล กราบพระ แล้วก็อาราธนาศีล
วันเฉลิมพระชนม์พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เค้าจะเปิดรับบวชพระเพื่อ

ถวายพระราชกุศล แต่บวชเที่ยวนี้ ก็คงจะบวชเป็น 3 เดือน เพราะมันเป็นช่วงเข้าพรรษา

พอดี งั้น ใครที่ปรารถนาจะบวชถวายพระราชกุศล ถ้ามีโอกาส ก็มาสมัครได้ สิงหามันเข้า

พรรษาแล้วนี่ เออ ไม่ต้องถึง 3 เดือน บวชซักเดือนหนึ่งก็ได้ แต่ถือว่า บวชในช่วงพรรษา

บวชเฉพาะกิจ บวชถวายพระราชกุศล ใครปรารถนามาสมัครบวชก็แจ้งความจำนงค์กับเค้า

ไว้ เพราะปีนี้เป็นปีพิเศษ ก็คือ เป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชน

มายุครบ 80 พรรษา
เค้ามีชมรมของเค้านะ เรียก ชมรมทิด 55 เค้ามีการติดต่อในชมรม เค้าตั้งเป็นกลุ่ม ทิด

สึกใหม่รุ่นนี้ ตั้งเป็นกลุ่ม มีสารทุกข์สุขดิบอะไร ก็จะปรึกษาหารือในกลุ่ม เค้าจะมีประธาน

กลุ่มซึ่งเป็นพระบวชใหม่ เค้าเลือกกันให้เป็นประธานกลุ่ม ประธานชมรม เค้าจะทำหน้าที่

ส่งข่าวสารข้อมูล ถามความเป็นไปของสมาชิกในชมรมว่า อยู่ดีมีสุขอย่างไร ครอบครัวบ้าน

ช่องมีปัญหาอะไรไม๊ จะได้รับความช่วยเหลือกันได้อย่างไร
แล้วก็ถ้าใครอยู่บ้านใกล้ๆ ไม่ไกลนัก วันที่ 5 หลวงปู่จะเริ่มตั้งร้านค้า เป็นร้านค้าราคาถูก

ก็คือ ซื้อข้าวสาร ข้างนอก 5 โล 200 ก็มาซื้อในวัดได้ ซื้อหน้าโรงเจ ร้อยนึง หมูจาก

ข้างนอก คุณซื้อ 150-120 ก็มาซื้อที่นี่ โลหนึ่ง ครึ่งราคา ของทุกอย่างครึ่งราคาทั้งหมด
ถามว่า เพื่ออะไร ช่วยเหลือญาติโยมชาวบ้านที่กำลังลำบาก ช่วยค่าครองชีพ เพราะนี่มัน

ช่วงใกล้จะเปิดเทอม ยิ่งลำบากใหญ่ เพราะต้องเอาตังค์ไปจ่ายค่าเล่าเรียนลูกด้วย ค่าครอง

ชีพก็สูง ค่าน้ำมันก็แพง ค่าไฟก็ขึ้น ทุกอย่างขึ้นหมด แม้รัฐบาลจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

แต่ค่าครองชีพมันขึ้นไปก่อนหน้ามากกว่าค่าแรง แล้วทำให้เห็นความลำบาก
วัดพอจะช่วยได้ เพราะว่าถ้าใครไปดูหน้าโบสถ์ จะเห็นว่าเค้ากำลังนวดข้าว หลวงปู่มีนาหลัง

วัด ให้ทหารทำนาเอาไว้ เดี๋ยวให้เค้ารีบนวดข้าวแล้วสีออกมา ใส่ถุง ขายเป็นถุงๆ ละ 5 โล

ข้างนอกขาย 200 ที่นี่ขาย ร้อย เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะเปิดทุกเดือน สินค้าราคาถูก

ทุกวันที่ 5 ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ใครจะมาซื้อ ซื้อได้คนละอย่าง น้ำมันพืช น้ำตาล น้ำปลา กะปิ

ผัก หญ้า หมู ไก่ อะไรทั้งหลาย
แต่ถามว่า หลวงปู่เอามาจากไหน ก็ซื้อมาจากตลาด ซื้อจากตลาดในราคาปกติ แต่มาขายใน

ราคาผิดปกติ
ถามว่า คงอยู่ได้ไม๊ อยู่ได้ด้วยบุญ ลูก หลวงปู่ชอบบุญ อยากได้บุญ อยากได้เห็นชาวบ้านอยู่

เป็นสุข อยากผ่อนคงายในระดับหนึ่ง ถึงจะสุขไม่มาก แต่ก็อยู่อย่างผ่อนคลาย เหมือนกับที่

เมื่อ 2 วัน พาพวกพระเณรใหม่ไปสวดมนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโรง

พยาบาลศิริราช ได้เตรียมสตางค์ไปถวายท่านเพื่อร่วมก่อตั้งมูลนิธิอุทกพัฒน์ ท่านเล็งเห็นว่า

ภัยน้ำนี่เดือดร้อนสาหัส ก็คงจะไม่เชื่อมือ ดูรัฐบาลในการแก้ปัญหาเท่าไหร่หรือไม่อย่างไร

ไม่รู้ ท่านก็เลยตั้งมูลนิธิอุทกพัฒน์ขึ้นมาโดยพระราชทานเงินล่วงหน้า 84 ล้านบาท เป็น

ทุนก่อตั้งในการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้มีคุณค่า หลวงปู่เลยถือโอกาสเอาปัจจัยไป

ถวายท่าน เพราะเห็นประโยชน์ว่า น้ำท่วมที่ผ่านมา คนไทยเดือดร้อนไปทั่วแผ่นดิน ทำให้

เกิดความสูญเสีย ทั้งชีวิต ทรัพย์สินและเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมมหาศาล ควรต้องได้

รับการดูแล
เสร็จแล้ว ทุกคนนั่งที่ ลูก
พร้อมแล้ว ก็เข้ามานั่งที่ ลูก
..............
นั่งคุกเข่า กราบพระพร้อมๆกัน ลูก
............
ตั้งใจสมาทานศีล ว่า มะยัง ภันเต พร้อมๆ กัน
..........
กราบ 3 หน
เอ้า แล้วนั่งลง
(ขอบคุณครับ)

ตั้งใจฟัง
เดี๋ยวจะมีพระแจกให้ อย่างที่หลวงปู่รับปากไว้ เป็นพระผงหลวงปู่ทวดแช่เลือด รุ่นเดียวกับ

นายสนธิเค้าโดนเอ็ม 16 โดนตัวเอง แต่พระหลวงปู่จะไม่ศักดิ์สิทธิ์เลยถ้าเป็นคนถ่อย ถ้า

เป็นคนทุเรศ คนไม่มีศีล ไม่มีสัจจะ ไม่มีคุณธรรม ไร้สัมมาคารวะ ป้องกันไม่ได้ พระ

หลวงปู่จะป้องกันเฉพาะคนดี
งั้น ถ้าอยากให้พระรักษา ก็ต้องเป็นคนดี ทำดี พูดดี คิดดี อย่าเป็นมนุษย์มะละกอ อย่าเป็น

มนุษย์กาฝาก อย่าเป็นมนุษเดรัจฉาโน ทำได้ไม๊
(ได้ครับ)
เออ ก่อนที่จะรับพระ เดี๋ยว เราคุกเข่ากราบ แล้วก็ไปหาพ่อแม่ รับฟังคำสั่งต่อไป ไป
คุกเข่า เอ้า กรวดน้ำก่อน ลูก เราทำบุญมาทั้งเดือนแล้ว ว่าตาม
อิทัง โนยา ตินัง โหนตุ.........
ตั้งใจรับพร ลูก
..............
อรหัง สัมมา ลูก กราบลาพระ
เอ้า เสร็จเรียบร้อยพนมมือ คุกเข่าข้างหน้า แล้วก็กราบลงไปงามๆ ที่ตัก 3 ที ลูก กราบ 1

กราบ 2 กราบ 3  เอ้าแล้วก้มตัวลง พนมมือ ว่าตาม
คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ปู่ย่าตายายครับ หมู่ญาติทั้งหลายครับ บัดนี้ กระผมได้ผ่านการ

ฝึกหัด ปฏิบัติดัดกาย วาจา ใจ ให้เป็นผู้ซื่อตรงต่อพระธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค

เจ้าและพระพุทธศาสนา ผมขอสัญญาว่า จะไม่ปฏิบัติตนให้เป็นมนุษย์มะละกอ จะไม่

ปฏิบัติตนให้เป็นมนุษย์กาฝาก จะไม่ปฏิบัติตนให้เป็นมนุษย์เดรัจฉาน
หากผมผิดสัญญา ขอคุณพ่อคุณแม่ได้โปรดเมตตา ว่ากล่าวตักเตือนให้สติแก่กระผม เพื่อ

การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงนิสัย และแก้ไขพฤติกรรม ณ. โอกาสต่อไป
กรรมน่าติเตียนใดๆ ที่ผมได้ล่วงเกินก้าวก่ายต่อคุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่าตายาย ครูบาอาจารย์

ญาติทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย โปรดจงเมตตา อโหสิกรรมให้แก่กระผมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
บัดนี้ กระผมได้นำเอาบุญกุศลทั้งหลายที่ได้บวชในพระศาสนา ยกขึ้นถวายเป็นราชพลี และ

ฝากให้ต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอคุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่าตายาย และหมู่ญาติทั้งหลาย โปรดเปล่ง

สาธุการ อนุโมทนา ในบุญกุศลครั้งนี้ด้วยเทอญ
(สาธุ)
เอ้า กราบไป 3 ครั้ง ลูก เออ
สั่งสอนกันซะให้ดี แล้วอย่าลืมคำมั่นสัญญา
.................
เออ พ่อก็ร้อง ลูกก็ร้อง ร้องกันใหญ่เลย เออ เป็นน้ำตาแห่งความสุข ลูก ไม่ใช่น้ำตาแห่ง

ความเสียใจ
เอ้า เสร็จแล้ว ก็เข้ามารับพระ ลูก
กราบพ่อแม่แล้ว ก็มารับพระ
.............
พระพี่เลี้ยง พระใหม่ รวมทั้งสามเณรที่ยังอยู่ เดี๋ยวบ่ายๆ ช่วยกันดู ซักผ้า ผ้าทุกชิ้น บาตร

ทุกใบ หนังสือทุกเล่ม อาสนะทุกผืน จัดการซัก ตาก ทำความสะอาด เตรียมไว้สำหรับเดือน

สิงหา จะต้องใช้สำหรับบวชพระบวชเณร ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมโอรสาธิราช

ทำทุกอย่างนี้ให้เสร็จภายในวันอังคาร เพราะวันพุธกับวันพฤหัส จะจัดเตรียมสถานที่

สำหรับงานพิธียกพระอุระ พระศอ ขึ้นประดิษฐานพระนาคปรก แล้วยกเซียนทั้ง 3

เซียนทั้ง 4 ขึ้นวิมาน
เพราะงั้น ให้พระพี่เลี้ยงทุกรูป รวมทั้งพระใหม่ สามเณรที่ยังอยู่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ให้เสร็จภายในวันอังคาร เก็บเข้าคลัง เข้าที่ เข้าตำแหน่งที่ควรจะอยู่ ผ้าซักตากให้เรียบร้อย

อาสนะทุกผืนควจระเอามาซักบ้าง เพราะใช้กรำงานมาหลายงานแล้ว ซักแล้วก็ตากแดด

แดดแรงๆ อย่างนี้ ครึ่งวันก็แห้ง แล้วก็เก็บเข้าที่
เดี๋ยวเดือนสิงหา เค้าก็จะใช้ เดือนสิงหา เค้ามีงานพิธีบวชถวายพระราชกุศล แล้วหลวงปู่จะ

สวดพระปริตรพิเศษให้กับพวกคุณแม่ทั้งหลายที่มาร่วมงาน ถือว่าเป็นการสวดครั้งสุดท้าย

ไม่ไหวล่ะ เหนื่อยล่ะ
ก็เดี๋ยวพระทุกองค์ ทำกิจกรรมให้แล้วเสร็จภายในวันอังคาร แล้วญาติโยมชาวบ้านที่ยังไม่

ได้กลับบ้าน อยากจะได้กุศลบุญคุณงามความดี ก็อยู่ช่วยเค้าเก็บผ้าไปซัก คนละผืนสองผืน

ก็ยังดี เราจะได้ไม่เป็นหนี้สงฆ์ ลูกหลานมาใช้ ทำประโยชน์ให้แก่พระสงฆ์ หรือว่า ทำ

ประโยชน์ให้พระศาสนา ทำประโยชน์ให้พระศาสนา ถือว่าทำประโยชน์ให้พระพุทธเจ้า

ทำประโยชน์ให้พระพุทธเจ้า ก็ถือว่า ทำประโยชน์ให้ตัวเอง ให้โลก ให้สังคม แล้วชีวิตเรา

จะมีแต่ประโยชน์
อย่าเห็นว่า เล็กน้อย นิดหน่อย ไร้สาระ ทำบุญไม่จำเป็นต้องจ่ายตังค์ ทำบุญมีเยอะแยะ

วิธีทำบุญ ช่วยล้างชาม ซักผ้า ทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถู ล้างห้องน้ำ เก็บห้องน้ำ เหล่านี้

ก็เป็นบุญแล้วลูก
อย่าคิดว่ามาวัดนี้แล้ว ต้องมีเงินมาตลอด คนไม่มีตังค์เลย ก็มาวัดนี้ได้ มีข้าวให้กิน มีที่ให้

นอน มีงานให้ทำ สำคัญที่สุด คือ ต้องมาด้วยใจ อย่ามาเป็นมนุษย์มะละกอ อย่ามาเป็น

มนุษย์เดรัจฉาโน อย่ามาเป็นมนุษย์กาฝาก ที่คอยจะมาเอาเปรียบ ดูดน้ำเลี้ยง แล้วก็ปล่อย

ให้ต้นไม้ตาย อย่างนี้ไม่ได้ ถ้าพันธุ์นี้ก็ถือว่า รกคนดีกว่ารกหญ้า รกคนบ้าๆ รกหญ้าดีกว่า

เพราะหญ้าเป็นประโยชน์ให้กับวัวควาย เป็นปุ๋ยให้กับแผ่นดิน
งั้น ทุกคนเข้ามาวัดนี้ได้ ไม่ได้ปิดกั้น คนเค้าชอบลือกันว่า วัดนี้ มีแต่คนรวยเข้า คนจนไม่เข้า

คนจนทำไมมันไม่เข้า มันก็เข้ามาเอาข้าวสาร เวลาแจกทาน ก็เห็นเต็มวัดไปหมด แจกปี

หนึ่งตั้งหลายครั้ง
หลวงปู่แจกทานปีที่แล้ว หมดไป 24 ล้านบาท ก็เห็นคนจนทั้งนั้นที่มารับทาน ไม่เห็นมี

คนรวยมารับทาน จะบอกว่า คนจนไม่เข้าวัด มีแต่คนรวยเข้าวัด วัดเจ้า วัดเสนาบดี อะไรก็

ว่าเปรอะเลอะ เป็นปากอยู่ไม่สุข แต่ก็ดีไปอย่าง ที่เห็นวัดเราสูงขึ้น
แต่สำหรับหลวงปู่แล้ว ไม่ได้ทำวัดให้เป็นเจ้า แต่เจ้าจะเข้าวัดมา ก็อีกเรื่องหนึ่ง
แต่ทำวัดให้เป็นที่สำหรับปฏิบัติคุณงามความดี ให้เป็นที่อยู่ของคนดี แล้วก็จะได้ทำดีสืบ

เนื่องต่อไป และเผยแพร่คุณงามความดีให้คงทน เป็นต้นแบบเยี่ยงอย่าง
ไม่ได้ทำวัดเอาไว้ให้อยู่สบาย ถ้าอยู่สบาย หลวงปู่คงไม่ผอมหัวโตอย่างนี้หรอก คงนั่งพุง

พลุ้ยอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ไม่ต้องทำงานอะไร ไม่เชื่อลองถามลูกหลานเณรที่มาบวชก็ได้ว่า

หลวงปู่อยู่เฉยๆไม๊
ไม่ได้บวชมาหวังสบาย ถ้าบวชหวังสบาย แสดงว่า ขี้เกียจทำกิน
อาศัยผ้าเหลืองอยู่ อย่างนั้น ไม่เอา ไม่อยู่ อยู่แล้วไม่ได้ทำประโยชน์ให้ตนและคนรอบข้าง

ศาสนา สังคม หรือ ประเทศ
นั่น จะเรียกว่า คนได้ยังไง
งั้น จึงอยากฝากว่า ให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ลูก เดี๋ยวหลังฉันแล้ว ก็ลุยเลยให้เสร็จภาย

ในวันอังคาร เพราะวันพุธ วันพฤหัส มีเวลา 2 วันกว่าๆ ที่จะเตรียมงาน เตรียมสถานที่

ทำความสะอาด เอาไว้รับ ที่นี่ไม่ได้จัดพิธีอะไรให้มันใหญ่โต ให้มันหรูหรา สวยงาม แต่

สำคัญ สะอาด และเป็นระเบียบ
ถูกต้อง สะอาด เป็นระเบียบ เท่านี้พอ ไม่ต้องประดับประดาอะไรเยอะแยะ หลวงปู่เป็นคน

ที่ไม่ค่อยชอบประดับประดาอะไรกับเค้า เอาธรรมชาติ แต่สำคัญ สะอาด และเป็นระเบียบ
แล้วความสะอาด เป็นระเบียบ นี่มันมาจากใจสะอาด ลูก ใจที่เป็นระเบียบ ความคิดที่เป็น

ระบบ คุณธรรมก็มีอยู่ในใจ ใจมันก็จะสะอาด ถ้าคุณธรรมขาดจากหัวใจ ใจสกปรก การ

กระทำก็สกปรก ความคิดก็สกปรก คำพูดก็สกปรก เพราะไม่ยังให้เกิดประโชน์แก่ใคร
คำว่า ทำสกปรก พูดสกปรก คิดสกปรก เป็นผู้ทำ พูด คิดที่ไม่มีประโยชน์กับตนและคน

รอบข้าง ไม่มีประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม อย่างนี้ เค้าเรียกว่า สกปรก
งั้นอยากทำตัวเป็นคนสะอาด มีประโยชน์ ก็ต้องมีคุณธรรมในหัวใจ คุณธรรมในหัวใจที่

อยากจะให้ เสียสละ อย่าเป็นมนุษย์กาฝาก อย่าเอาแต่นั่งดูดน้ำเลี้ยง อย่าเป็นมนุษย์

มะละกอที่ไส้กลวง ไม่มีคุณค่า ต้องรู้จักฝึก ศึกษา สั่งสม อบรม เรียนรู้
แล้วที่นี่ เค้าไม่มีคำสอนพิเศษ คำสอนพิเศษของที่นี่มีเฉพาะว่า ครูทำหน้าที่เป็นครู เป็น

ตัวอย่างที่ดีให้เห็น หน้าที่ของศิษย์ก็คือ ทำตามครูให้ได้เท่านั้น
สำคัญก็คือ ไม่ค่อยมีใครอยากทำ เพราะทำแล้วมันลำบากไง พอชักลำบากก็ไม่อยากทำ

เลยไม่มีศิษย์ที่ควรที่จะได้รับการยกย่องจากครู ด้วยเหตุผลว่า ทำไม่ได้ตามที่ครูสอน ครูสั่ง
งั้น อยากบอกพวกท่านทั้งหลายว่า คนที่อยู่ที่นี่ ไม่ได้สบาย ต้องพัฒนาตัวเอง รู้จักทำงาน

ทั้งภายในและภายนอกไปพร้อมๆกัน ถ้าคิดคับแคบ เอาเปรียบ เห็นแก่ตัว อยู่ที่นี่ไม่ได้

ต้องเป็นคนใจกว้างขวาง เป็นคนมีน้ำใจ รู้จักให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักคำนึงถึงประโยชน์

ส่วนใหญ่เป็นประมาณ ไม่ใช่เอาประโยชน์ส่วนตนเป็นประมาณ
ถามว่า หลวงปู่อยากสบายไม๊
มีมนุษย์ตนไหนในแผ่นดินในโลกนี้ มันไม่อยากสบาย แต่ว่าความสบายมันต้องได้มาจาก

การลงไม้ลงมือลงแรง ไม่ใช่นอนๆ อยู่แล้วบอก ขอสบาย อย่างนี้มันแสดงว่า อัมพาต เป็น

โรคคนพิการ แสดงว่า ใกล้ตาย สบายอย่างนี้ น่ารังเกียจ เป็นภาระของสังคม
งั้น ต้องทำ ทำแล้ว เดี๋ยวจะได้ไม่มีอะไรให้ทำ แล้วทุกคนก็จะได้รู้ว่า จิตใจเราจะเบิกบาน

แช่มชื่น แข็งแรงมากขึ้นที่ได้ลงมือกระทำ โดยเฉพาะงานที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมเนี่ย ทำ

ให้วิญญาณเราแกร่งขึ้น จิตเราแข็งแรงมากขึ้น ถ้าทำแต่ประโยชน์ส่วนตน วิญญาณเราจะ

คับแคบและเศร้าหมอง รวมทั้งเราจะกลายเป็นคนที่เอาเปรียบ ตระหนี่ เห็นแก่ตัว
แต่ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จิตใจเราจะกว้างขวาง มีปฏิสัมพันธ์ต่อมนุษย์รอบด้าน

เป็นประโยชน์ทั้งตนและคนรอบข้าง ทำให้จิตใจวิญญาณเราสะอาด สะอ้านและภาคภูมิ

แข็งแรง คนเราถ้าสังเกตดู ถ้าเป็นคนคับแคบตระหนี่ เห็นแก่ตัว ทำอะไรเฉพาะตน ไม่

สนใจคนอื่น คนพวกนี้จะเป็นคนที่อ่อนแอ เวลาเจอปัญหาอุปสรรค ก็สู้ไม่ได้ อยู่ไม่ได้ พอ

อยู่ไม่ได้ ช่วยไม่ได้ ก็ฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็หนี สังเกต คนเรียนหนังสือเก่งๆ พอเจอปัญหา

อุปสรรค ฆ่าตัวตาย อ้ายคนที่ชอบทำกิจกรรม คนนั้นทำกิจกรรม คนนี้ช่วยเหลือสังคม ไม่

เป็นโรคซึมเศร้า ไม่เป็นจิตวิปลาส ไม่คิดจะฆ่าตัวตาย พอเจอปัญหา มันแก้ไขได้ เพราะใจ

มันแกร่งไง ใจมันแข็งแรง วิญญาณมันสะอาด สง่างาม เพราะภาคภูมิที่จะอยู่
ชั่วชีวิตหลวงปู่ บอกลูกหลานเสมอว่า ถ้าอยู่อย่างไม่ภาคภูมิ สู้ตายเสียดีกว่า
งั้น ชีวิตหลวงปู่ จะอยู่อย่างภาคภูมิ เป็นอยู่อย่างภาคภูมิ ยืนก็ภาคภูมิ นั่งก็ภาคภูมิ ภาคภูมิ

องอาจเสมอ ไม่หวาดผวา ไม่สะดุ้งกลัว เพราะเชื่อว่า ชีวิตที่ผ่านมา เราทำแต่ประโยชน์ เรา

ไม่เคยทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์ งั้น จึงอยู่อย่างภาคภูมิใจ อย่างภาคภูมิยินดีในการมีชีวิต มีลม

หายใจ
งั้น งานเล็กน้อย นิดหน่อย แม้จะซักจีวร เก็บทำความสะอาด ก็ทำให้เราภาคภูมิแล้วล่ะ เรา

จะรู้สึกภูมิใจว่า ได้ทำประโยชน์ให้แก่ศาสนา ส่วนรวม สังคม สิ่งแวดล้อม แล้วก็พระ

พุทธเจ้า สุดท้าย ก็มาเป็นประโยชน์ตน คือ เป็นบุญของตัวเราเอง
งั้น อย่าไปมองว่า เป็นเรื่องเลวร้าย เล็กน้อย ยุ่งยาก รำคาญ ไปจ้างเค้าซักก็ได้แล้ว อ้าย

ฤทธิ์ที่เพราะว่ามีอะไร ก็อาศัยความสะดวก ความสบายเป็นประมาณน่ะ คนเลยเป็นง่อยไง

ลูกหลานเลยทำอะไรไม่เป็น มีนิ้วไว้กดปุ่มอย่างเดียว มีปากเอาไว้กิน มีสมองเอาไว้อยาก

ไม่สนใจจะทำอะไรทั้งนั้น อ้ายนี่ อย่างนี้ แสดงว่า  ทำร้ายลูก แล้วกลายเป็นมนุษย์พันธ์

ใหม่ที่พิการ สมองก็จะเฉื่อยชา คิดอ่านอะไรก็ไม่ก้าวหน้า แก้ไขปัญหาก็ไม่ได้ พอเจอ

ปัญหาอุปสรรค ก็ละล้าละลัง เยิ่นเย้อที่จะแก้ไข แล้วที่แย่ที่สุด ก็คือ สู้ไม่ได้ก็ฆ่าตัวตาย ตัด

ช่องน้อยแต่พอตนซึ่งไม่แน่ใจเป็นช่องน้อยหรือเปล่า เพราะตัวเองตายไป ก็ไม่ใช่ว่า จะไป

สู่สุขคติ ก็ต้องไปตกนรกหมกไหม้
คนฆ่าตัวตายนี่ ในพระชาดกท่านบอกไว้ชัดว่า ไม่เกิดเป็นมนุษย์ต่อไปอีกเลยตั้ง 500

ชาติ มันไปเป็นอสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน เพราะว่า ไม่ชอบอัตภาพมนุษย์ ไม่ชอบเกิดเป็น

ชาติมนุษย์ ก็ต้องไปเกิดเป็นชาติเดรัจฉาน แล้วกว่าจะหลงลืมชาติมนุษย์นั้นหมดสิ้น ก็ใช้

เวลาตั้ง 500 ชาติ จึงจะมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ใหม่ แล้วพอเกิดใหม่ ก็เป็นมนุษย์พิการ

มนุษย์ง่อยเปลี้ยเสียขา มนุษย์ปัญญาอ่อน มนุษย์ผิดประเภท เนี่ยเพราะว่าโทษฐานไปทำ

ร้ายทำลายตัวเอง คิดทำร้ายทำลายตัวเอง เพราะไม่ภาคภูมิที่จะอยู่ ไม่ภาคภูมิเพราะไม่

คิดทำประโยชน์ เอาเปรียบ คับแคบ เห็นแก่ตัว ตระหนี่ มักมาก อยากได้ โลภโมโทสัน
งั้น ชั่วชีวิตของหลวงปู่ ทำหน้าที่ของครูสมบูรณ์ล่ะ เหลือแต่หน้าที่ของศิษย์ ยังไม่เห็นว่า จะ

แสดงออกให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ของครู ว่าได้ทำหน้าที่ของศิษย์ที่ดีแค่ไหน
กล้าที่จะพูดอย่างเย้ยฟ้าท้าดินได้ว่า ชีวิตหลวงปู่ไม่เคยทำหน้าที่บกพร่องในความเป็นครู

ไม่ว่าต่อหน้า ลับหลัง ยืน นั่งเดิน นอน ทำหน้าที่ของครูอย่างสมบูรณ์ตามความสำนึกของ

ตนล่ะ แต่ยังไม่ได้เห็นศิษย์คนไหนที่มันทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ มีแต่บกพร่องตลอด ไม่

เห็นมีสมบูรณ์สักที สักคน สักตน สักแอะ
เมื่อ 2 วัน ยังคุยกับพระที่เป็นลูกศิษย์วิปัสสนา มาจากวัดต่างๆ สมภารวัดต่างๆ ที่ไปเป็น

สมภารเพราะว่าฤทธิ์ที่หลวงปู่สั่งสอนอบรม ได้เป็นพระครู เป็นเจ้าคณะอำเภอ เป็นเจ้า

คณะตำบล เป็นเจ้าคณะปกครองมาเป็นพวก เจริญรุ่งเรือง แม้พวกนี้ก็ไม่สำนึกคุณ ไม่

ระลึกถึงคุณคน ดูตัวอย่าง วัดหนองปลาไหล เป็นต้น ส่งมันไปเป็นสมภาร ยังไม่สำนึกบุฯ

คุณคน ตังค์ก็ให้ งานก็ช่วย ทำทุกเรื่อง ออกไปจากวัด ไม่เห็น เค้าเรียกว่า ลูกศิษย์ทรยศ

กบฏ เป็นอัปรีย์ อัปมงคล
วัดหนองปลาไหล นี่ เข้าชื่อไว้ กาหัวเอาไว้ อย่าให้เหยียบธรณีสงฆ์ที่นี่เด็ดขาด เพราะเหตุผล

ไม่ใช่อาฆาต แต่คนอกตัญญู ไม่มีสัญลักษณ์ของความเป็นคนดี ไม่มีความเป็นผู้ดี
พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา แปลเป็นใจความว่า

เครื่องหมายของคนดี คือ กตัญญู รู้คุณ กตเวทิตา ตอบแทนคุณ บุคคลหรือมนุษย์ขาด

เครื่องหมายนี้ พระพุทธเจ้าบอก ไม่ใช่มนุษย์ มันเป็นเดรัจฉาน เพราะเดรัจฉานบางตน

มันยังสำนึก ก้อนข้าวหยดน้ำ เวลาเราเลี้ยงหมา หมายังกระดิกหางเข้ามาหา แต่เลี้ยงคน

แล้วมันอกตัญญูเนี่ย แสดงว่า คนเลวชาติ เลวยิ่งกว่าหมาอีก เรียกว่า เลวหมาไม่กินน่ะ พูด

เป็นภาษาชาวบ้านก็ว่า เลวหมาไม่แดกน่ะ
เออ เลวหมาไม่มอง หมาไม่แล คนพันธุ์นี้ ไม่ควรจะต้องคบ ไม่ควรคบ งั้น ใครที่คบคน

พันธุ์นี้ ก็ต้องถือว่า เป็นพวกเดียวกัน เออ ต้องประกาศให้ทั่วเลย รู้กันให้ชัด
เพราะงั้น ก็เลยอยากบอกลูกหลานว่า อย่าไปมองว่า งานเล็กน้อยแล้วทำให้ใจเราเศร้าหมอง

ทำให้เราเหนื่อยยากลำบาก งานเล็กน้อย นิดหน่อย ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วทำให้ใจเรา

องอาจสง่างาม มันสะสมไปเรื่อยๆ แล้วเราจะกล้า เราจะแกร่งขึ้น วันนี้ทำนิด พรุ่งนี้ทำหน่อย

วันนี้ ซักจีวร พรุ่งนี้ถูกุฏิ มะรืนถูศาลา มะเรื่องล้างชาม เดือนหน้าปิดไฟ  ล้างส้วม ทำมันไป

เรื่อย
สมัยก่อน หลวงปู่ไปวัด ไม่ได้ร่ำรวยมีสตางค์ ก็ไปเพราะอยากกินข้าววัด แต่ก็ไม่ได้กินเค้า

ฟรี เพราะรู้ว่า ไปวัด มีข้าวกิน เพราะอยู่บ้านไม่มีข้าวกิน มันจนไปหมด มันยากจนมาก

สมัยก่อนก็ไม่ได้จนหนักหนา ก็อ้ายฤทธิ์ที่ช่วยคนจนน่ะ ถึงต้องอาศัยใต้ถุนเค้าอยู่ก็มี
แต่ชอบที่จะไปวัด เพราะเหตุผล 2 อย่าง ก็คือ 1. ไม่ต้องไปวุ่นวาย เพราะเราไปเข้า

สังคมแล้วเราไม่มีอะไรสู้กับเค้าได้ ทั้งชีวิตหลวงปู่เป็นฆราวาส ตัดเสื้อผ้าชุดเดียว ที่เหลือ

นอกนั้น คนอื่นเค้าให้ใส่ อ้ายเราก็มีความรู้สึกว่า ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจ แต่ไม่รู้จะไปคบใคร

เรื่องอะไร เพราะมันชวนไปเที่ยว ชวนไปดูหนัง ชวนไปฟังเพลง ชวนไปสนุกสนานรื่นเริง

สู้เราเข้าวัด ทำบุญ สวดมนต์ ว่างๆ ก็กวาดถนน กวาดกุฏิ ศาลา กลับมาช่วยพระล้างบาตร

ล้างชาม กลับมายังหิ้วข้าวมาให้คนในบ้านกินได้
เลยเห็นวัดเป็นสรณะ เป็นที่พึ่ง เพราะมีความรู้สึกว่า เออ มันผ่อนคลาย โปร่ง เบาสบาย มี

ความสุขและร่มเย็น เด็กๆ เล็กๆ คนชวนไปดูหนัง หลวงปู่บอก ชวนเค้าไปสวดมนต์ดีกว่า

สมัยก่อนนี้ไปวัดพระแก้วตั้งแต่อายุ 12 ขวบ ไปสวดมนต์วัดพระแก้ว เสร็จแล้ว ก็แวะ

ท้องสนามหลวง ไปเจออับดุล ชวนดู มีงู ชวนดูอะไรของมันก็ไม่รู้
เออ กาขาวขันได้ อู้หู ไม่เคยเห็น กาขาวขันได้ อีกาสีขาว แล้วมันขันได้ด้วย อยากดู

อุตส่าห์หาสตางค์มาได้ ก็ไปซื้อตั๋วเข้าไปดู  พอเข้าไปแล้ว แหกตาเรา มีกาต้มน้ำใบสีขาว

ขันใบหนึ่ง ด้ายกลุ่มหนึ่ง อ้ายห่าเอ๊ย มันหลอกเรานี่หว่า
ออกมาเพื่อนถาม เป็นไงวะ กาตัวโตไม๊
อืม มึงเข้าไปดูเฮอะ.....
กลัวจะเสียฟอร์มไฝ แล้วบอกมันว่า โดนหลอก ก็ไม่ใช่ กาขาวขันด้าย เออ เสียไป 50

สตางค์ ดูมันแหกตาเรา เมื่อก่อนนี้ มันหากินกันแบบนี้ ลูก สนามหลวงสมัยก่อน กาขาวขัน

ด้าย อับดุล อะไรอย่างนี้ เออ ดูเมียงู ก็เมียอ้ายเจ้าของ นั่งอยู่แล้ว ก็นี่ไง งู 1 ตัว เมียผม

กับงูตัวหนึ่ง เมียงู อ้ายเราก็นึกว่า เอ๊ย อ้านคนนี้มันอัปรีย์จัญไร เป็นเมียของงู อ้ายงูเป็นผัว

ที่ไหนได้ เมียอ้ายเจ้าของงู กับงูที่ใส่ในกรงอีก 1 ตัว เมียงู ไปดูเมียงู มันแหกตา ไปดูนาง

ตานี.... มันแหกตา
เมื่อก่อนนี้ ก็ไปอย่างนี้แหละ ถ้าไป ไปคนเดียว ไปไหน กลัว อายเค้า เพราะโดนแหกตา

เสียรู้ เสียโง่
งั้น เด็กๆ ก็ชอบอยู่ ไปวัด แล้วเรื่องพวกนี้ เค้าไม่ได้มีโรงหนัง มโหฬสบ เค้าจะแสดงกันใน

วัด เด็กเล็กได้เรียนรู้ งั้น ปู่ย่าตายาย ก็จะสอนให้ทำประโยชน์ต่อแผ่นดิน ทำประโยชน์ต่อ

ส่วนรวม ทำประโยชน์ต่อศาสนา ทำประโยชน์ต่อสังคม แล้วจิตใจมันก็จะอ่อน จิตใจมันก็

จะง่ายต่อการฝึกหัด ไม่กระด้าง ไม่หยาบ รู้จักสำนึกรับผิดชอบสังคม ส่วนรวม สิ่งแวดล้อม

พูดจาก็มีเหตุมีผล ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ เอาเปรียบ คับแคบ ตระหนี่
งั้น สอนลูก ต้องรู้จักที่จะโน้มนำลูกให้เข้าไปสู่สิ่งดีๆ สังคมดี เรื่องดีๆ ให้ลูกได้ศึกษาสั่งสม

แล้วมันจะซึมซับไปเอง แต่ถ้าสอนให้มันเอาแต่ดูหนังฟังเพลง เที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ แล้ว

มั่วเสพ กดอยู่ทั้งวันแต่อ้ายหน้าแป้นคอมพิวเตอร์ อ้ายพวกนี้ ไม่พัฒนานะ สมองมันไม่

พัฒนา มันมีแต่ความจำ แต่ไม่มีความพัฒนา คิดอ่านไม่ได้ จำเค้าได้อย่างเดียว คิดไม่เป็น

อ่านไม่ออก ด้วยเหตุผลว่า แม้แต่ภาษา มันยังพูดภาษาทุเรศๆ เลย แอ๊บแบ๊ว อะไรของมัน

ก็ไม่รู้ ภาษาโคตรพ่อโคตรแม่มัน แอ๊บแบ๊วๆ แปลว่า อะไร ยังไม่รู้เรื่องเลย พูดไปได้

เขียนไปได้
งั้น อยากฝากว่า มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สร้างจิตสาธารณะ สอนลูกสอนหลาน

ให้รู้จักคิด รู้จักทำ อย่าไปสอนลูก ไปเอาแต่เห็นแก่ตัว เอาเปรียบ เอาตัวรอด สุดท้าย สังคม

ไม่รอด แล้วตัวเอง ลูก ก็อยู่ไม่ได้ เหมือนกัน
เอาล่ะ พอสมควรแก่เวลา เดี๋ยวลูกหลานทั้งหลายก็ไปช่วยกันทำภาระกรรม เสร็จแล้วก็ไป

กินข้าวกินปลา หาอาหารกินก่อนกลับบ้าน เค้ามีอาหารเลี้ยง แล้วก็วันที่ 5 วันฉัตรมงคล

ก็มาร่วมทำบุญใหญ่ ยกพระขึ้นตั้ง เค้าเรียกว่า ยกพระศอ ยกหัวไหล่ ยกหน้าอก
ถ้าใครอยากจะเย็นกายสบายใจ ได้อานิสงส์ในการยกพระมหาพุทธพิมพ์ใหญ่ที่สุดใน

ประเทศไทย เป็นพระนาคปรกองค์เดียว ต้องถือว่า เป็นองค์เดียวของโลก เพราะว่า ไม่มี

ประเทศไหน เค้าทำพระนาคปรกองค์ใหญ่ได้ขนาดนี้ ความสูง 180 เมตร หน้าตักกว้าง

โดยรวมๆ ก็ร่วม 30 เมตร
งั้น ถ้ามีโอกาส ก็มาร่วมกิจกรรมเค้า แล้วเค้ามีข้าวสาร อาหารแห้ง ของสดก็มี  แล้วหลวงปู่

จะเปิดทุกๆ เดือนๆ ละครั้ง ทุกวันที่ 5 ของเดือน จนกว่าค่าครองชีพมันจะดีขึ้น น้ำมันมัน

จะถูกลง ไฟฟ้ามันจะลดลง อยากช่วย ถามว่า ทำ ทำไม อยากช่วย ไม่อยากเห็นคนเป็นทุกข์

มีความรู้สึกว่า ถ้าคนอื่นเป็นทุกข์แล้วเราจะอยู่ไม่สุข แต่ถ้าคนอื่นเป็นสุข เราก็จะอยู่สบายขึ้น

เราจะผ่อนคลาย
มีคนเอาตังค์มาถวาย จะเป็นเจ้าภาพ เค้าบอกว่า มาเป็นเจ้าภาพอยู่ทิศหนึ่ง จะยกพระ ให้

มาล้านสอง
เราก็เลยถาม คุณมีหนี้ไม๊
มี
แล้วยังเป็นหนี้อยู่เยอะไม๊
เยอะครับ
อย่างนั้น เก็บไว้ก่อน กูทำใจไม่ได้ กับรับสตางค์ของคนเป็นหนี้ ต้องหมดหนี้ก่อน แล้วค่อย

มาทำบุญ ไม่ใช่หลวงปู่ไม่อยากได้ตังค์ อยากได้ตังค์ แต่เห็นคนเป็นทุกข์แล้ว เอาตังค์มาให้

เรา เรารับไม่ได้ เพราะมีความรู้สึกว่า มันทำใจไม่ได้ ที่จะไปโหดร้ายเอาเปรียบ
เค้าบอก เค้าอยากทำ เค้าอธิษฐานจิตไว้ว่า ประมูลงานนี้ได้ เค้าจะเอามาถวาย เผอิญ เค้า

ประมูลได้ เค้าก็เลยอยากมาถวาย แล้วประมูลได้ แล้วแถมเป็นเรื่องอัศจรรย์ ปกติต้องเสีย

30%  อ้ายงานนี้ ประมูลแล้วไม่ต้องเสีย มันให้ฟรีเลย มันก็เลยอยากเอามาถวาย
บอก มึงหมดหนี้เมื่อไหร่ แล้วมึงค่อยมาจ่ายกูแล้วกัน ถ้ามึงอยากจ่ายกูจริง กูฝากกลับคืนไป

ทำงานจนใช้หนี้หมดแล้ว คิดดอกเบี้ยกูด้วย เออ แล้วมึงจะถวายเท่าไหร่ ค่อยว่ากัน ตอนนี้

ยังไม่เอา เก็บไว้ก่อน
งั้น นิสัยหลวงปู่ ไม่ชอบเอาเปรียบคน เพราะเชื่อในผลกรรม คนที่ชอบเอาเปรียบคน ชาติ

หน้ามันต้องเป็นเห็บ เป็นไร หรือไม่ก็เป็นหมาขี้เรื้อนให้เห็บมันกัด ให้เหามันรุม ให้ไรมัน

ดูดเลือด แล้วก็อยู่ไม่ได้ หาความสุขไม่ได้
งั้น จะมองเห็นชัด ตาสั้นๆ ความคิดสั้นๆ ทำแต่ประโยชน์ตนจนไม่สนใจประโยชน์ส่วนรวม

ไม่ได้ ต้องเสียสละ รู้จักให้บ้าง ในหลวงท่านทำต้นแบบให้ดู เมื่อ 2 วัน ดูข่าวโทรทัศน์

อ้ายคนแก่คนหนึ่ง มันอายุ 70 กว่าแล้ว อุ๊ย มันเทิดทูนนายมันเหลือเกิน ชั่วชีวิตเกิดมา

ไม่เคยเห็นใครดีกว่านี้ แหม อยู่ใกล้ๆ อยากถีบโทรทัศน์ แต่เสียดายโทรทัศน์ มันบอก ทั้ง

ชีวิต 70 กว่าปี ไม่เคยเห็นใครดีเกินนายมันเลยในแผ่นดินนี้ มันว่าอย่างนั้นนะ อ้ายเรา

แหม มึงไม่เคยเห็นในหลวงทำดีอะไรเลยหรือไง คนพวกนี้มันแย่มาก นิสัยสันดานมันเลว

อ้ายพวกอกตัญญู ไม่รู้คุณแผ่นดิน ไม่รู้คุณคน ปล่อยมันเถอะ ช่างมัน
แต่ตอนนี้ งามหน้าล่ะ ค่าไฟก็ขึ้น น้ำมันก็ขึ้น ทุกอย่างขึ้นหมด ความสุขของคนไทยก็อย่างนี้

พวกเราก็ระมัดระวัง ต้องประหยัด แล้วก็สอนลูกสอนหลานให้รู้จัก อย่าเสพอย่างเดียว

สร้างบ้าง รังสรรค์บ้าง แสวงหาบ้าง ทำให้เกิดบ้าง อย่าเอาแต่นั่งเสพ วันๆ เอาแต่เสพอย่าง

เดียวไม่ได้ ใช้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้จักหา สอนวิธีให้หา
อย่างที่หลวงปู่เล่าเป็นเด็ก อายุเพิ่งจะ ป. 4 ไปรับจ้างเค้าหิ้วปูนล่ะ ตกเย็นกลับจาก

โรงเรียน ก็มานั่งพับถุงขาย เข้าก็เอาสตางค์จากการขายถุงไปโรงเรียน ถ้าวันไหนขี้เกียจ ไม่

ได้พับถุง ก็ไม่ได้สตางค์ไปโรงเรียน แม่ ไม่เคยขอตังค์ ถ้าเขาให้ ก็เอา ไม่ให้ ก็ไม่เอา

เพราะเรารู้ว่า แกลำบาก ก็ไม่อยากไปซ้ำเติม งั้น มีลูก สอนให้ลูกกตัญญู แล้วมีสำนึกอย่างนี้

บ้านจะเย็น ครอบครัวก็จะเป็นสุข พ่อแม่ก็จะเจริญตาเจริญใจ
เอ้า ไปแล้วเว้ย หิวแล้ว
(กราบ)