บทคู่มือการบวชเนกขัมมปฏิบัติธรรม
- Details
- Last Updated on Sunday, 28 October 2012 13:41
- Hits: 12519

วัดอ้อน้อย (ธรรมอิสระ) และมูลนิธิธรรมอิสระ มีความยินดีขอต้อนรับอุบาสก อุบาสิกาทุกท่าน ที่เข้ามาบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม ณ.วัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
บทความนี้จัดทำขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าบวชทราบถึงกฎระเบียบ และบทเจริญพุทธมนต์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องปฏิบัติในระหว่างบำเพ็ญธรรมร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย อันจะนำไปสู่การสำรวมกาย วาจา ใจ เพื่อความสะอาด ความสว่าง และความสงบ ในที่สุด
การเข้าวัด
ลูกรัก ...
การที่เจ้าเข้าวัด พ่อว่าเจ้าคงไม่โง่พอที่จักเก็บความเลว ระยำ อัปรีย์ ความไม่ดี ของใครต่อใครเขาเอามาใส่ตัวใส่ใจของตนเองหรอกนะ และถ้าเจ้าอยากจะรู้ว่า โบราณเขาพากันเข้าวัดนั้น
ประการแรก เขาเข้าวัดเพื่อไปเลือกเก็บความดีของพระ ของวัด และของผู้ที่เข้าไปวัดด้วยกัน
ประการที่สอง เขาพากันไปวัดก็เพื่อ จักฝืกหัด ดัดกาย วาจา ใจ ของตน ให้เป็นผู้ที่อ่อน ควรแก่การงาน และสังคม
ประการที่สาม เขาเข้าวัดก็เพื่อจะได้มีโอกาสวัดกาย วาจา ใจ ของตน
ที่ว่าวัดกายก็คือ เขาจะดูว่ากายของตนกับกายของชาววัด มีอะไรแตกต่างกัน และเมื่อเขาเห็นความแตกต่างแล้ว เขาก็พร้อมที่จะยอมรับฝึกหัด ดัดกาย ให้เข้ากฎเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติ ของจารีตประเพณีอันมีอยู่ในวัดนั้นๆ
ที่ว่าวัดวาจาก็คือ เขาจะดูว่าวาจาที่ชาววัดกล่าวกับวาจาที่ตนกล่าวมีอะไรแตกต่างกัน คนโบราณจะปรับปรุงวาจาของตนเอง และสอนลูกสอนหลานให้เลือกกล่าววาจาที่นำมาซึ่งความถกต้อง สุจริต ไม่เสแสร้งแกล้วกล่าววาจาที่พร้อมไปด้วยมารยาสาไถย ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อนด้วยวาจาของตน ไม่กล่าววาจาเพ้อเจ้อ ไร้สาระ ไม่ให้มีวาจาหยาบ และกระด้าง ไม่มีวาจาที่นำมาซึ่งความเคลือบแคลงระแวงสงสัย คนโบราณมักสอนลูกสอนหลานให้กล่าวแต่วาจาที่ถูกต้องเป็นความจริง
ข้อที่ว่าวัดใจนั้น โบราณเขาเชื่อกันว่า ผู้ที่รวมอยู่ในสังคมวัดส่วนมากมักจะเป็นบัณฑิต เป็นปราชญ์ มีคุณธรรม ความรู้ดี รู้แจ้ง เป็นความรู้ที่บริสุทธิ์ เป็นความรู้ที่เยื่อกเย็น เป็นความรู้ที่ปลอดภัย เป็นความรู้ที่ทำให้ผู้รู้ได้รับประโยชน์เป็นแก่นสารของชีวิตได้อย่างแท้จริง
ผู้ที่อยู่ในสังคมของวัดในสมัยโบราณมักจะทำตัวเป็นกระจกเงาใสควร แก่การส่องให้ผู้ที่เข้าวัดได้เห็นภัยของการกระทำ คำที่พูด สูตรที่คิด อันไร้สาระทั้งปวง ได้อย่างถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง ทั้งยังมีความสุจริต ยุติธรรม ต่อการชี้นำนั้นๆ ด้วย เช่นนี้ผู้ที่เข้าไปสู่วัดก็มักจะได้มีโอกาสวัดดูความคิดจิตใจของตนจากการ ชี้นำด้วยคำของท่านผู้รู้ที่อยู่ในวัดนั้น และถ้าปรารถนาจะเปลี่ยนแปลง แก้ไขความรู้สึกนึกคิด จิตใจ ให้รู้ถูก รู้ผิด ผู้ที่เข้าวัดสมัยนั้นก็พร้อมที่จะยอมรับคำสอนสั่งด้วยความคิดจิตใจที่ยอมสิโรราบ ยอมรับโดยความบริสุทธิ์ใจ
ฉะนั้น การพาลูกจูงหลานเข้าไปในวัดของคนโบราณจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระประโยชน์อันพึงได้ของชีวิตแห่งตน เพราะนอกจากจะเลือกเก็บเอาความดีบริสุทธิ์ของสรรพสิ่งต่างๆ ที่รวมอยู่ในคำว่า"วัด" เขายังมีโอกาสที่จะเรียนรู้ข้อเปรียบเทียบระหว่างความถูกกับความผิด ความดีกับความชั่ว ทั้งยังมีโอกาสได้รับการชี้นำ การที่กระทำ คำที่กำลังพูด สูตรที่คิด ให้ไปสู่วิถีทางแห่งความถูกต้อง ตรงแนว บริสุทธิ์ยุติธรรม ได้อย่างดีทีเดียวหละ
ครั้นเมื่อ พวกเขาพาลูกจูงหลานออกจากวัด พวกเขาก็เดินออกมาด้วยความอิ่มตัว ภาคภูมิ ยินดี กลับมาสู่บ้านเรือน ที่ทำงาน ท้องนา ไร่ สวน ด้วยความพร้อมที่จะต่อสู้กับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตได้อย่างเป็นผู้แกล้วกล้าอาจหาญ และเบิกบาน
นอกจากนี้ คนโบราณยังเชื่อว่า วัดเป็นศูนย์รวมแห่งวิชาการ เป็นโรงเรียนแห่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จากไร้สาระไปสู่ความเป็นสาระ ทั้งยังเชื่อว่าเป็นที่เกิดและรวมแห่งพฤติกรรมที่เป็นบุญ เป็นกุศล เป็นคลังในการสะสมความดี เป็นเสมือนคลังที่เก็บสะสมโภคทรัพย์เอาไว้ชาติหน้าภพหน้า

การเตรียมตัวเข้าสู่เนกขัมมะ
ผู้ประสงค์ที่จะบวชเนกขัมมะ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์จากการบวช การที่จะสำเร็จประโยชน์ได้ก็ด้วยการพัฒนากายให้ศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่จิตอันศักดิ์สิทธิ์ และเกิดธรรมะอันศักดิ์สิทธิ์ จึงขอให้ท่านทั้งหลายร่วมใจกันพัฒนาตน ด้วยการจัดระเบียบของตนดังต่อไปนี้
ระเบียบปฏิบัติ
1. ไม่ควรนำสิ่งของมีค่าติดตัวเข้ามา หากมีการสูญหาย เจ้าของต้องรับผิดชอบเอง
2. ลงทะเบียนบวชกับเจ้าหน้าที่
3. ห้ามนำสิ่งเสพติดทุกชนิดเข้ามาในวัด
4. ขอรับเครื่องนอนจากเจ้าหน้าที่ (ถ้าเป็นไปได้กรุณานำเครื่องนอนมาเอง)
5. เข้าที่พักตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด หรือแนะนำ
ุ6. อย่าเคลื่อนย้ายสิ่งของของคนอื่น ก่อนได้รับอนุญาต
7. สวมชุดขาวให้สุภาพเรียบร้อย เสื้อผ้าไม่รัดรูป
8. ก่อนกล่าวคำขอบวช เพื่อให้เกิดสำเร็จประโยชน์อย่างสมบูรณ์ในศีลข้อที่ 7 ขอให้ชำระล้างเครื่องย้อมทา (เครื่องสำอางค์) ให้สะอาดหมดจด และงดเว้นการใช้เครื่องประดับ (สร้อยคอ แหวน นาฬิกา) ชั่วคราว ในขณะที่อยู่ระหว่างการถือบวช
9. ก่อนขึ้นศาลาปฏิบัติธรรมหรือโบสถ์ทุกครั้ง ควรถอดวางรองเท้าอย่างเป็นระเบียบในบริเวณที่กำหนดไว้ให้วางรองเท้า
10. สำรวมกาย วาจา ใจ มารยาท
11. ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น พยายามพูดเฉพาะที่จำเป็น
12. เมื่อตื่นนอน ต้องรีบเก็บเครื่องนอน ปัดกวาดเช็ดถูที่พัก
13. ควรรักษาความสะอาดบริเวณวัด บริเวณที่พัก
14. ปิดสวิตช์ไฟฟ้าและพัดลม เมื่อไม่ต้องการใช้
15. ก่อนออกจากห้องน้ำตรวจดูความสะอาด ปิดน้ำ ปิดไฟ ให้เรียบร้อยก่อนทุกครั้ง
16. เดินเข้าแถวเป็นระเบียบเพื่อตักอาหารด้วยความสงบสำรวม
17. ตักอาหารในปริมาณเท่าที่สามารถรับประทานได้หมด
18. เคารพเชื่อฟังผู้นำปฏิบัติธรรม และตรงต่อเวลาเสมอ
19. ขณะประชุมปฏิบัติธรรม ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด
20. ตั้งใจฟังธรรมด้วยอาการสงบ สำรวม หากได้รับอนุญาตให้ถามปัญหาธรรม ควรถามอย่างสุภาพ จริงใจ
21. เมื่อลาบวชเนกขัมมะแล้ว ต้องเก็บเครื่องนอนส่งมอบคืนเจ้าหน้าที่ และช่วยกันทำความสะอาดที่พักให้สะอาดเรียบร้อย และนำของส่วนตัวกลับบ้านให้ครบตามที่นำมา
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ให้ความร่วมมือกับการพัฒนากายให้ศักดิ์สิทธิ์ ขอท่านทั้งหลายจงสำเร็จประโยชน์อย่างสูงสุด ในการบวชครั้งนี้ด้วยเทอญ

ลูกรัก ...
เจ้าจงสำนึกเถอะว่า ระเบียบปฏิบัติ อันเคร่งครัดเข้มงวด ยุบยิบ หยุมหยิม เล็กน้อยนั้น พ่อคิดว่า มันสามารถปลุกให้เจ้าตื่นอยู่เสมอ ถ้าลูกปฏิบัติมันด้วยใจ
ลูกรัก ...
ผู้ที่เข้ามาอยู่ที่นี่ จักต้องเพียรพยายามกระทำดังนี้
ปราบ.....พยศ
ลด.........มานะ
ละ.........ทิฐิ
ทรง......สติ
ดำริ......เป็นสัมมา

จงใช้ทุกอย่างให้ได้ประโยชน์สูง และประหยัดสุด แม้ชีวิตของตนเอง

การค้นหาตัวเอง เป็นกิจเบื้องต้นของศาสนธรรมนี้ และพระบริสุทธิธรรมเป็นกิจสุดท้าย

จงจัดระเบียบของกาย จนเป็นระบบของความคิด แล้วกายศักดิ์สิทธิ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ และธรรมศักดิ์สิทธิ์ จะบังเกิดขึ้นแก่เจ้า


จงระลึกอยู่เสมอว่า เราเดินทางแสนไกล มาวัดอ้อน้อย เพื่อบวชเนกขัมมะให้เกิดบุญต่อตนเอง พึงระวังรักษากาย วาจา ใจ ให้สมกับเป็นนักบวช

กายศักดิ์สิทธิ์
จิตศักดิ์สิทธิ์
ธรรมะศักดิ์สิทธิ์
ลูกรัก ...
คราใดที่เจ้าปรารถนาพ้นทุกข์
คราใดที่เจ้าปรารถนาให้สรรพสัตว์เป็นสุข
และคราใดที่เจ้าต้องการความสุข
เจ้าไม่ควรปฏิเสท ๓ ศักดิ์สิทธิ์ และโพธิจิตอันยิ่งใหญ่
กายศักดิ์สิทธิ์ เป็นสภาวะของกาย เป็นบ่อเกิดแห่งจิต
ที่เปี่ยมไปด้วยอานุภาพคือ กายที่เต็มไปด้วยการฝึกปรือ
ย่อมเป็นเหตุให้จิตกล้าแข็งและสมดุล รักษาพลังได้อย่างคงที่
นั่นคือ จิตศักดิ์สิทธิ์ มันจึงเกิด ธรรมะศักดิ์สิทธิ์ คือความไม่กระเพื่อม
ทำให้เกิดปัญญาญาณหยั่งรู้ว่า อะไรคือความเปล่า
และนำไปสู่ความว่างได้อย่างไร
กายศักดิ์สิทธิ์ ธรรมศักดิ์สิทธิ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ในโพธิจิตนี้
หากผู้ใดมี เขาย่อมนำประโยชน์สุขมาสู่สรรพสัตว์อันหาประมาณมิได้
และได้รับความสุขสมบูรณ์ทุกขณะไม่ว่าจักหลับหรือตื่น
เมื่อโพธิจิตและศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม ได้อุบัติขึ้นแก่เจ้าแล้ว
ถึงแม้ว่าเจ้ายังข้องอยู่ในกิเลสและวัฏสงสาร
เจ้าก็ยังจะได้รับการยอมรับและเคารพจากเทวดาและมวลมนุษย์



